ชุมชนคนเหมือนกัน : ว.วชิรเมธีให้สัมภาษณ์ "คนสามารถเหาะได้จริง" - ชุมชนคนเหมือนกัน

Jump to content

  • (6 Pages)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • Last »
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic

ว.วชิรเมธีให้สัมภาษณ์ "คนสามารถเหาะได้จริง" ศาสนา กับ วิทยาศาสตร์ Rate Topic: -----

#1 User is offline   อติเทพ ไชยสิทธิ์ 

  • Scholae Medicourm Professor
  • PipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 49
  • Joined: 16-November 07

Posted 18 October 2009 - 11:38 PM

http://www.pantip.co...5/X8445605.html

ตามกระทู้ครับ


ความคิดเห็นที่ 13 [แจ้งลบ]

เจอใน Google ครับ เชิญอ่าน!!!

---------------------------------------------------------------------------------

วู้ ดดี้ : พระบางองค์นั่งสมาธิแล้วสามารถที่จะลอยได้ หรือมนุษย์เราสามารถที่จะลอยได้ ถ้าเกิดเรานั่งสมาธิขั้นสูงๆ แล้วมันมีจริงมั้ย

ว.วชิรเมธี : ในทัศนะพระอาจารย์นี่เป็นเรื่องธรรมดามาก

วู้ดดี้ : การลอยตัวนี่เหรอ

ว.วชิรเมธี : เป็นเรื่องธรรมดาที่สุดและเป็นเรื่องที่ในแวดวงปฏิบัติแทบไม่พูดถึงเพราะว่ามันไม่มีราคาที่จะให้พูดถึง

วู้ดดี้ : แต่อาจารย์เชื่อว่ามี

ว. วชิรเมธี : มันเป็นเรื่องธรรมดา ทำไมเราจะทำไม่ได้ มนุษย์สมัยก่อนเขาไม่ได้เดินทางโดยเครื่องบินนะ เขาเหาะเหิรเดินหาวเพราะจิตเขาวิวัฒนาการสูงสุด เขาไม่ต้องใช้วัตถุมารองรับกายเลยนะ

วู้ดดี้ : จริงเหรอฮะ

ว.วชิรเมธี : เขาเหาะไปเลย ไปไหนมาไหนเขาเหาะไป พุทธจิตมันมีอำนาจขนาดนั้น ใช่มั้ย

วู้ดดี้ : แต่ตามหลักวิทยาศาสตร์มันเป็นไปไม่ได้

ว. วชิรเมธี : แล้วคุณคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นใครล่ะ พอวิทยาศาสตร์บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ใช่มั้ย วิทยาศาสตร์มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ

วู้ดดี้ : แต่มันไม่มีข้อพิสูจน์ที่ครับพระอาจารย์ มันไม่มีข้อพิสูจน์ เราไม่เคยเห็นใครในอดีตที่สามารถเหาะได้

ว.วชิรเมธี : สิ่งที่ยังไม่ได้พิสูจน์เราสรุปว่ามันไม่มีได้มั้ย

วู้ดดี้ : ไม่ได้

ว.วชิรเมธี : ใช่ เพราะฉะนั้นอย่างมงายในวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง

วู้ดดี้ : ผมเคยได้ยินว่าอย่างมงายในไสยศาสตร์ แต่วันนี้ท่านบอกว่าอย่างมงายในวิทยาศาสตร์

ว. วชิรเมธี : ก็มีแต่คนไทยบางคนเท่านั้นแหละที่พูดว่าถ้าพุทธอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แล้วมันจะต่ำต้อย จึงไปพยายามเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายพุทธศาสนาเสียใหญ่โต บางทียิ่งทำยิ่งฉุดพุทธศาสนาให้ต่ำลง เพราะวิทยาศาสตร์เพิ่งเกิดเมื่อวานนี้ ในขณะที่พุทธศาสนาเกิดมาแล้วตลอดเวลา อยู่ในโลกนี้ไม่เคยไปไหน

http://mobilecontent...5/A8432715.html

#2 User is offline   Sleepwalker 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 435
  • Joined: 08-October 07

Posted 18 October 2009 - 11:54 PM

อึ้ง..............เมื่อรู้ว่านี่เป็นคำตอบของ ว.วชิรเมธี

อึ้งยิ่งกว่าเมื่อคนในพันทิพ แถ..

ด้วยการบอกว่าวิทยาศาตร์พิสูจน์บางเรื่องไม่ได้

ดังนั้น คนจึงอาจบินได้ด้วยอิทธิฤทธิ์

บ้าไปแล้ว.....

#3 User is offline   chaman 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 7,759
  • Joined: 20-August 08

Posted 18 October 2009 - 11:55 PM

:bn45: พูดยังกะทั่น วอ ทำได้ยังงั้นแหระ

#4 User is offline   สาวกเทพเจ้าโดเรมอน 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,329
  • Joined: 23-January 08

Posted 18 October 2009 - 11:57 PM

บอกแล้วว่า ว. ไม่เห็นจะฉลาดตรงใหน ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไป เขาเรียก เห่อ ม๋อยจำขี้ปาก เขามาพูด
รู้ไม่จริง ทำวางมาด เอาผ้าเหลืองเข้าข่มคู่สนทนา อนาทจิต

#5 User is offline   KamenRaider_Stronger 

  • กี้ กี้
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 246
  • Joined: 29-August 09

Posted 19 October 2009 - 12:03 AM

แล้วทำไม มันไม่ถามไปเลยว่า แล้วหลวงพี่บินได้รึเปล่า :bn46:

แล้ว หลวงพี่ก็จะบอกว่า หลวงพี่ทำสมาธิจิต แล้วจิตก็บินล่ิงลอยไป ตามสูตรที่คุ้นเคย :bn45:

โดยกายภาพคนบินไม่ได้แน่นอน ไม่งั้นมันจะสร้างเครื่องบินมาทำไมล่ะหลวงพี่ ที่คนมันบินได้ทุกวันนี้ก็เพราะค้นพบ วิทยาศาสตร์ส่วนเกี่ยวกับการบิน นะหลวงพี่นะ :bn40:

ถ้าจะให้ งมงาย ล่ะก็ขอเป็น งมงายใน วิทยาศาสตร์ดีกว่า:bn35:

#6 User is offline   human 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 121
  • Joined: 16-September 09

Posted 19 October 2009 - 12:13 AM

ผมอ่านหนังสือท่านว วชิรเมธี ก็มองออกตั้งแต่ต้นแล้ว...

คนที่ศึกษาพระไตรปิฎก - อรรถกถา อย่างจริงจัง จะไม่สามารถปฏิเสธเรื่องพวกนี้ได้, ฉะนั้นใครที่ไม่เชื่อ ก็จะบอกให้ฉีกพระไตรปิฎกทิ้งไปเสีย 40 % ...

วิทยาศาสตร์ ก็เป็นความจริง, แต่วิทยาศาสตร์ อธิบายได้ไม่ทุกเรื่อง... และทำให้เลิกเกิด เลิกตายไม่ได้...

นั่นแหละ ถึงต้องพึ่งศาสนาพุทธ !

#7 User is offline   darkmatter 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 376
  • Joined: 13-August 09

Posted 19 October 2009 - 12:22 AM

น่าจะมี dark energy ที่เป็น anti gravity ทำให้ต้านแรงโน้มถ่วงได้นะ

#8 User is offline   SOLID SNAPE 

  • aัUๆa่Oๆ
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 567
  • Joined: 18-October 08

Posted 19 October 2009 - 12:23 AM

ไอ้จิ้งเหลืองนี่เป็นอีกตัวนึงที่ทำให้ผมเลิกนับถือพระ. . แล้วในที่สุดก็ปฏิเสธพิธีกรรม :bn35:

#9 User is offline   fallingangels 

  • กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 3,909
  • Joined: 08-October 07

Posted 19 October 2009 - 12:36 AM

นี่แหละ "พระโง่ ปัญญาอ่อน แต่ดัดจริตเป็นฉลาด"
ไม่พอ หากตัดเรื่อง "ความเป็นไปได้" ไป เอาเฉพาะแค่ "ตรรกะ" แม่งยังมั่วเรย (นี่ขนาดพระมีชื่อในสังคมนะเนี่ย ห่วยบัดซบจริงๆ)

แม่งบอกว่าอย่างมงายในวิทยฯ ยังไม่ได้พิสูจน์ไม่ได้แปลว่าไม่มี ยังไม่เคยเห็นสรุปไม่ได้ว่าแปลว่ามี
แล้วไหนล่ะข้อพิสูจน์ทางศาสนาของมึง? ไหนล่ะ "ความเคยเห็น" ของมึง มึงถึงสรุปว่าบินได้ ไอ้โล่นโง่ (แบบนี้ตกนรกป่ะวะ โกหกประชาชนให้หลงโง่งมงายนี่)
เอาหลักฐานมาพิสูจน์ "หลักศาสนามึงดิ"


เอ๊า พวกคลั่งพุทธ ออกมาประณามมันด้วยนะครับ...เสธ.ชมพู ห่าไรนั่นก็อย่าลืม ด่ามันให้พุทธไล่แม่งสึกเรย เสื่อมเสีย ฉายา ศาสนาแห่ง "หลักเหตุ และผล" หมด

ด้วยความอยากหัวร่อ 555555+

#10 User is offline   อุลตร้าก๊อด 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 855
  • Joined: 21-December 08

Posted 19 October 2009 - 12:43 AM

วันนั้นดูผมไม่ได้ยินแฮะ
แต่ก็พอจะจับได้ว่าแกออกแนวแถๆหน่อย
นึกว่าเป็นไสตล์ของเค้าซะอีก

แต่ผมว่าเค้าปฏิบัติดีนะ สอนดี สอนให้คนทำดี
อย่าไปจับผิดอะไรแกมากเลยฮะ :bn44:

#11 User is offline   human 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 121
  • Joined: 16-September 09

Posted 19 October 2009 - 12:48 AM

@ fallingangels :



พระไตรปิฎกก็อ่านไม่จบ อรรถกถาก็ไม่เคยอ่านสักเท่าไหร่เลย ก็เที่ยวด่าคนอื่นเขา...

ปิดหูปิดตาด่าชาวบ้านโดยไม่มีข้อมูล (ไอ้ที่มีอยู่ก็มั่วเหลือเกิน)ไปวันๆหนึ่ง. ..

แถมสำเนียงส่อภาษา, กิริยาส่อสกุล......... ไม่แปลกเลยที่จะไม่มีศาสนา ...............................

คำพูดของคนอย่างนี้ต้อง ....


เข้าหูซ้าย >>> ทะลุออกหูขวา >>>> วิ้ว ~~~~

#12 User is offline   fallingangels 

  • กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 3,909
  • Joined: 08-October 07

Posted 19 October 2009 - 12:53 AM

View Postอุลตร้าก๊อด, on 19 October 2009 - 12:43 AM, said:

วันนั้นดูผมไม่ได้ยินแฮะ
แต่ก็พอจะจับได้ว่าแกออกแนวแถๆหน่อย
นึกว่าเป็นไสตล์ของเค้าซะอีก

แต่ผมว่าเค้าปฏิบัติดีนะ สอนดี สอนให้คนทำดี
อย่าไปจับผิดอะไรแกมากเลยฮะ :bn44:

ผมไม่เห็นความพยายาม "เอาหูไปนา เอาตาไปไร่" กรณีพระบัณเฑาะก์ หรือพยายามบวชเป็นภิกษุณีเรยนะครับ
สอนให้คนทำดีเหมือนกัน เผลอๆ ไม่มั่ว สอนให้คนโง่งมงายเหมือนไอ้โล่นโง่นี่ด้วย

เอาไงดีล่ะครับ หรือศาสนาพุทธไว้หน้าเฉพาะ "พระดัง"?

ด้วยความเคารพ

#13 User is offline   นายเจ็ดตัวอักษร 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 562
  • Joined: 02-December 08

Posted 19 October 2009 - 01:28 AM

1. มั่วครับ ไร้สาระอย่างที่สุด ถาม วอ ว่า ได้ "เข้าใจ" ทฤษฎีฟิสิกส์คลาสสิก (กฎของนิวตัน) (ไม่ต้องไปว่าถึง modern อย่างสัมพัทธภาพพิเศษ หรือ ควอนตัม เมคคานิกส์) หรือยัง? ถ้าเล่นท้าให้คนมาศึกษาศาสนาพุทธ ก็อยากให้ วอ มานั่งศึกษาวิทยาศาสตร์ "แท้ๆ" ดูบ้าง (ไม่แน่ใจว่าจะแก้สมการเชิงอนุพันธ์ ได้หรือเปล่านะ?)

Quote

มนุษย์สมัยก่อนเขาไม่ได้เดินทางโดยเครื่องบินนะ เขาเหาะเหิรเดินหาวเพราะจิตเขาวิวัฒนาการสูงสุด เขาไม่ต้องใช้วัตถุมารองรับกายเลยนะ


2. ขอหลักฐาน? หรือว่า อ่านหนังสือจำพวก ต่วยตูน พิเศษ มากเกินไปเลยเพื้ยน? (อีกประการหนึ่ง จิต หรือ mind ในทางศาสนาพุทธ แท้ที่จริงแล้วก็คือ สมอง นั่นเอง ต่อให้สมองคนเราพัฒนาขึ้นถึงระดับไหนก็ตาม ก็เป็น "คนละเรื่อง" กับการ ข้ามพ้นความโน้มถ่วง ได้)

Quote

ว.วชิรเมธี : สิ่งที่ยังไม่ได้พิสูจน์เราสรุปว่ามันไม่มีได้มั้ย

วู้ดดี้ : ไม่ได้

ว.วชิรเมธี : ใช่ เพราะฉะนั้นอย่างมงายในวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง


3. ปัญหาที่อยากให้ วอ หรือ สานุศิษย์ตอบ คือ ก็จริงที่วิทยาศาสตร์ยัง "พิสูจน์พบไม่ได้ทุกอย่าง" แต่ปัญหาคือ ทุกสิ่งที่วิทยาศาสตร์ พบ เป็นจริง (อย่างน้อยที่สุด ก็ในจักรวาลนี้...ตามทฤษฎีเบรน 3D นี้ ส่วนเบรนที่มากกว่านี้ ถ้าจะมี ก็ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ควรพูดถึง เพราะไม่มีอะไรที่จะก้าวพ้นไปได้ (แม้แต่แสง) ยกเว้น ความโน้มถ่วง...ผมพยายามจะเลี่ยง คำว่า แรงโน้มถ่วง ให้มากที่สุด)

แต่ ในขณะที่ ศาสนจักรพุทธ "ไม่เคย" พบอะไรเกี่ยวกับปรากฎการณ์ด้าน Physical ที่เนื้อหนังมังสาสัมผัสได้ "แม้แต่อย่างเดียว" ส่วนทางด้านจิต ซึ่งก็ยังไม่มีใครเคยเห็นด้วย (เพราะ อ้างว่า ต้องทำแล้วจะพบด้วยตัวคนนั้นคนเดียว...ก็เลยไม่มีใครพบ) ดันกลับ เชื่อ ว่า "ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง" ถ้าจะปัญญาอ่อน

ห้าม "งมงายในวิทยาศาสตร์ส" แต่ วอ ให้คน "งมงาย" ในพุทธศาสนา? เอ่อ คือ ถ้าพุทธแท้ๆ ผมก็พอยังจะกลั้นใจรับไหว นี่ดันไป เป็นพุทธแบบ เปลี่ยนสีแปรธาตุ ชาตินี้ชาติหน้า เทวดาครองเมือง....damp

Quote

เพราะวิทยาศาสตร์เพิ่งเกิดเมื่อวานนี้ ในขณะที่พุทธศาสนาเกิดมาแล้วตลอดเวลา อยู่ในโลกนี้ไม่เคยไปไหน


4. ไม่จริงครับ พุทธศาสนา "กำเนิด" เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปี เท่านั้น (ย้ำว่า เท่านั้น) ส่วนจะไปอ้าง "ปัจเจกพุทธเจ้า" อะไรนั้น ผมไม่ทราบ ก็เห็นมีแต่แหล่งเดียว ที่บอกเช่นนั้นคือ พระไตรปิฎก (แต่จริงๆแล้วมาจากคัมภีร์ วิสุทธิมรรค เมื่อพันกว่าปีก่อนแล้วมากกว่า) แต่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์มีมาตั้งแต่มนุษย์มี อารยธรรม ขึ้นแล้ว เช่น การรู้จักจุดไฟ การทำอาวุธ การใช้หนังสัตว์นุ่งห่ม การทำเข็มเย็บผ้า ฯลฯ เพียงแต่ว่า เวลานั้น สิ่งนั้น ยังเป็นวิทยาศาสตร์แบบ หยาบๆ คือ รู้จักแต่ผล หรือ การนำมาใช้ หรือ ถ้าจะเอาจริงๆจังๆ อย่างมีอารยธรรมหน่อย ก็อาจจะดูได้จากการพัฒนาความคิด โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัย กรีก แล้ว

5. ผมจะไม่ว่า วอ เลยแม้แต่นิดเดียวนะ ถ้า แยก ขอบเขตของศาสนา กับวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจน คือ เรื่องศีลธรรม จรรยา ก็ว่าไป แต่ถ้ามาเป็นตุเป็นตะ ว่าเหาะเหินเดินอากาศได้...วอ ก็ควรทำให้ดู ตัวเองก็เหาะไม่ได้แท้ๆ ดันพูดเป็นวรรคเป็นเวร แถม "ทับถม" เอาวิทยาศาสตร์เสียด้วย

เอาง่ายๆ ถ้า วอ คิดว่า วิทยาศาสตร์ มัน "เมื่อวานซืน" ก็เลิกใส่แว่นซะนะ แล้วเอา จิตของวอ ไปรักษาให้หาย ก็ขนาด ความโน้มถ่วง มันยังเอาชนะได้ ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่อง สายตาสั้น มันจิ๊บจ๊อย!

#14 User is offline   StarcH 

  • AFM: automatic feeder machine (for cat only)
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 363
  • Joined: 16-April 09

Posted 19 October 2009 - 01:33 AM

แต่ก่อนชอบท่าน ว มากเลยนะ
เพราะรู้สึกว่าท่านเอาวิทยาศาสตร์มาใช้ในการสอนพุทธศาสนา
แล้วก็รูสึกว่าท่านอธิบายธรรมะให้เข้าใจง่ายขึ้นสำหรับคนไม่สนใจเข้าวัด
แต่พักหลัง ในหนังสือเล่มหลังๆของท่าน มันชักจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ละ
ไม่เหมือนเล่มแรกๆที่เขียนตอนยังไม่ดัง

แล้วมารู้สึกแย่ก็ตอน สมัครรับSMSธรรมะของท่านน่แหละ
เพราะรู้สึกว่าบางอย่างท่านก็ตอบไม่เคลียร์
แถมยังแสดงออกชัดเจนว่าเกลียดสีแดง ชอบสีเหลือง
เป็นroyalist สุดขั้ว
บางครั้งถึงกับบอกเลยว่าคนที่ว่าในหลวง
หรือทำให้ระคายเคือง (ด่าทักษิณเต็มๆเลยแหละ)
พวกเนี้ย บาป อกตัญญู ควรจะสำนึกว่ามีวันนี้ ประเทศนี้เพราะใคร
ตอนหลังเลิกยกเลิกบริการนี้ซะ เพราะแทนที่อ่านแล้วจิตใจจะผ่องใส
กลับขุ่นมัวด้วยความข้องใจในตัวท่านแทน

เราไม่ชอบตรงที่ว่าท่านแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างโจ่งแจ้ง
เพราะภิกษุควรตัดขาดไม่ข้องแวะกับเรื่องทางโลกแล้วมิใช่หรือ (ไม่เกี่ยวกับที่แกว่าเสื้อแดงหรือชอบเสื้อเหลืองนะ)

ตอนนี้เลยหันมาอ่านของพระอาจารย์มิตซูโอะแทน
ท่านเขียนภาษาน่ารักดี

#15 User is offline   อติเทพ ไชยสิทธิ์ 

  • Scholae Medicourm Professor
  • PipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 49
  • Joined: 16-November 07

Posted 19 October 2009 - 01:34 AM

...."ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! คนเหล่าอื่นอาจกล่าวติเตียนเรา ติเตียนพระธรรม หรือติเตียนพระสงฆ์ ท่านทั้งหลายไม่พึงผูกอาฆาต ขุนเคืองไม่พอใจในบุคคลเหล่านั้น
เพราะถ้าท่านทั้งหลายโกรธเคืองหรือไม่พอใจในบุคคลที่กล่าวติเตียนเรา ติเตียนพระธรรม หรือติเตียนพระสงฆ์นั้น อันตรายเพราะความโกรธเคืองนั้น ก็จะพึงเป็นของท่านทั้งหลายเอง
ถ้าท่านทั้งหลายโกรธเคือง หรือไม่ใจในบุคคลที่กล่าวติเตียนเรา ติเตียนพระธรรม หรือติเตียนพระสงฆ์ จะรู้ได้ละหรือว่า คำกล่าวของคนเหล่าอื่นนั้น เป็นคำกล่าวที่ดี หรือไม่ดี?

..."ไม่ทราบพระเจ้าข้า"...

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ท่านทั้งหลาย พึงชี้แจงเรื่องที่ไม่เป็นจริง ให้เห็นว่าไม่เป็นจริง ในข้อที่คนเหล่าอื่นกล่าวติเตียนเรา ติเตียนพระธรรม หรือติเตียนพระสงฆ์ให้เขาเห็นว่า ข้อนั้นไม่จริง ข้อนั้นไม่แท้ ข้อนั้นไม่มีในพวกเรา
ข้อนั้นไม่ปรากฎในพวกเรา ดังนี้ๅ".....

พรหมชาลสูตร 9/3

ขอยกข้อความเฉพาะบางส่วนที่น่าสนใจ

Quote

วู้ดดี้ : พระบางองค์นั่งสมาธิแล้วสามารถที่จะลอยได้ หรือมนุษย์เราสามารถที่จะลอยได้ ถ้าเกิดเรานั่งสมาธิขั้นสูงๆ แล้วมันมีจริงมั้ย

ว.วชิรเมธี : ในทัศนะพระอาจารย์นี่เป็นเรื่องธรรมดามาก

วู้ดดี้ : การลอยตัวนี่เหรอ

ว.วชิรเมธี : เป็นเรื่องธรรมดาที่สุดและเป็นเรื่องที่ในแวดวงปฏิบัติแทบไม่พูดถึงเพราะว่ามันไม่มีราคาที่จะให้พูดถึง

วู้ดดี้ : แต่อาจารย์เชื่อว่ามี

ว.วชิรเมธี : มันเป็นเรื่องธรรมดา ทำไมเราจะทำไม่ได้ มนุษย์สมัยก่อนเขาไม่ได้เดินทางโดยเครื่องบินนะ เขาเหาะเหิรเดินหาวเพราะจิตเขาวิวัฒนาการสูงสุด เขาไม่ต้องใช้วัตถุมารองรับกายเลยนะ

วู้ดดี้ : จริงเหรอฮะ

ว.วชิรเมธี : เขาเหาะไปเลย ไปไหนมาไหนเขาเหาะไป พุทธจิตมันมีอำนาจขนาดนั้น ใช่มั้ย

วู้ดดี้ : แต่ตามหลักวิทยาศาสตร์มันเป็นไปไม่ได้

ว.วชิรเมธี : แล้วคุณคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นใครล่ะ พอวิทยาศาสตร์บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ใช่มั้ย วิทยาศาสตร์มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ

วู้ดดี้ : แต่มันไม่มีข้อพิสูจน์ที่ครับพระอาจาร ย์ มันไม่มีข้อพิสูจน์ เราไม่เคยเห็นใครในอดีตที่สามารถเหาะได้

ว.วชิรเมธี : สิ่งที่ยังไม่ได้พิสูจน์เราสรุปว่ามันไม่มีได้มั้ย

วู้ดดี้ : ไม่ได้

ว.วชิรเมธี : ใช่ เพราะฉะนั้นอย่างมงายในวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง

วู้ดดี้ : ผมเคยได้ยินว่าอย่างมงายในไสยศาสตร์ แต่วันนี้ท่านบอกว่าอย่างมงายในวิทยาศาสตร์

ว.วชิรเมธี : ก็มีแต่คนไทยบางคนเท่านั้นแหละที่พูดว่าถ้าพุทธอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แล้วมันจะต่ำต้อย จึงไปพยายามเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายพุทธศาสนาเสียใหญ่โต บางทียิ่งทำยิ่งฉุดพุทธศาสนาให้ต่ำลง เพราะวิทยาศาสตร์เพิ่งเกิดเมื่อวานนี้ ในขณะที่พุทธศาสนาเกิดมาแล้วตลอดเวลา อยู่ในโลกนี้ไม่เคยไปไหน


ก่อนอื่นต้องขอบคุณมิตรอันประเสริฐ คือ คุณสหายดอกหญ้า ที่ได้นำข้อความอันนี้มาให้ผมได้ดู เพื่อจะได้ช่วยกันคิด ช่วยกันตั้งคำถามเกี่ยวกับเหตุและผลของศาสนาจารย์ผู้หนึ่ง ว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร,

ส่วนที่เน้นข้อความเป็นส่วนที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเท่าที่อ่านจากในเว็บไซต์พันทิป ก็มีความคิดเห็นหลายอันที่พยายามจะบอกว่า สิ่งที่วชิรเมธีกล่าวถึงคือ "การถอดจิต" หรือการใช้ "กายละเอียด" ไม่ใช่เหาะไปด้วย "กายเนื้อ" แต่ถ้าได้อ่านที่เน้นข้อความหนาดีๆ ก็จะเห็นว่าพิธีกรได้ถามซ้ำอีกครั้งหนึ่งด้วยว่า "ลอยตัวนี่เหรอ" ซึ่งมันก็แน่ชัดแล้วว่าหมายถึงการที่กายหยาบ หรือร่างกายนี่ลอยขึ้นได้? ไม่ใช่การถอดจิตอะไรนั่นที่พยายามจะเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อทำให้วชิรเมธีดูดีขึ้นแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้ตัววชิรเมธีก็ยังไปเสริมเข้าอีกว่า "คนในสมัยก่อนสามารถเหาะเหิรเดินหาวได้ หากว่าจิตวิวัฒนาการสูงสุด"

ผมเองไม่มีปัญหา และยอมรับได้"ระดับหนึ่ง" เกี่ยวกับการกล่าวอ้างถึงสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริง เช่นเดียวกับเรื่องมนุษย์ต่างดาว หรือสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา หากมีใครถามว่าผมคิดว่ามีหรือไม่ คำตอบก็เช่นเดียวกันคือ "เป็นไปได้" วิทยาศาสตร์อยู่บนฐานของความ "เป็นไปได้" และความ "น่าจะเป็น" เราไม่มี "ความจริงสูงสุด" หรือ ปรมัตสัจจะ(Absolute truth) เรามีเพียง "ความถูกต้องเชิงสัมพัทธ์" คือการถูกต้องบนเงื่อนไข หรือกฎเกณฑ์อย่างหนึ่ง ซึ่งแตกต่างที่ศาสนานั้นถือเอาว่าความรู้ของตน สิ่งที่ตน"สั่งสอน" คือ "ความจริงอันสูงสุด" แล้ว อะไรที่ขัดกับความจริงสูงสุดนี้ ล้วนเป็นความเข้าใจ เป็นความรู้ที่ผิด!

ผมตอบว่า"เป็นไปได้" ที่มนุษย์จะสามารถเหาะเหิรเดินหาวได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า สมมติฐานเกี่ยวกับเรื่อง "มนุษย์เหาะเหิรเดินหาว" ทุกอันจะมีความเป็นไปได้ เนื่องจากมันสามารถใช้หลัก "เหตุผลแบบย้อนแย้ง" ด้วยข้อมูลของตัวสมมติฐานนั้นเองมาหักล้างตัวมันเองได้ หากว่าสมมติฐานนั้นมีข้อบกพร่อง และที่สำคัญที่ลืมไม่ได้คือวิทยาศาสตร์บอกเสมอว่า สิ่งที่คุณคิดมีโอกาสถูกนะ แต่ศาสนาไม่เคยให้โอกาสให้คุณได้"ถูก" เลย หากว่าความคิดนั้นขัดแย้งกับหลักศาสนา!

นั่นหมายความว่าวิทยาศาสตร์จะบอกแก่คุณว่า ..."เป็นไปได้นะที่มนุษย์จะเหาะเหิรเดินหาวด้วย วิธีการวิธีใดวิธีหนึ่ง"...
แต่ศาสนาจะบอกแก่คุณว่า ..."มนุษย์เหาะได้นะ หากฝึกจิตถึงระดับหนึ่งแล้ว"...

นี่คือความแตกต่างที่ต้องเข้าใจให้ชัด!

สิ่งที่วชิรเมธีพลาดอย่างมากในทางการให้เหตุผล แต่เป็นเรื่องรับได้และน่าสรรเสริฐในโลกศาสนา คือการใช้หลักตรรกะว่า "การที่มนุษย์เหาะวิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ ดังนั้นมนุษย์เหาะได้จริงๆ" เพราะว่าจะเถียงเขาได้อย่างไร เนื่องจากก็ศาสนาบอกอยู่แล้วว่าสิ่งที่เขาสั่งสอนเป็นความจริงสูงสุด! หลักฐานอื่นใดของการเหาะได้ในมนุษย์ในศาสนาพุทธที่พอจะเชื่อถือได้ "ไม่มีเลย" ยกเว้นกับการเล่นตรรกะของการ "วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ ดังนั้นความคิดของฉันจึงเป็นจริงเสมอ" ขอให้สังเกตเถิดว่าชาวพุทธหลายๆส่วน ที่โต้แย้งเรื่องนี้ จะให้เหตุผลในทำนองนี้ทั้งสิ้น ซึ่งก็เป็นอาการอย่างหนึ่งของโรค "ความสามารถในการให้เหตุผลบกพร่อง"

ผมเองเสนอเพียงเท่านี้ สำหรับกรณีวชิรเมธี เพราะการอธิบายในทางวิทยาศาสตร์นั้น ก็น่าจะพอได้ทราบกันมาแล้วว่าทำไม มนุษย์ถึง"เป็นไปได้ยาก"ที่จะเหาะได้ นอกจากนั้น ถึงอธิบายไปอย่างไร ศาสนาก็จะเอาส่วนที่วิทยาศาสตร์เว้นไว้(เพราะวิทยาศาสตร์ไม่เคยฟันธงอะไร 100%)มาบอกว่า ฉันถูกเสมออยู่ดี

สำหรับคนที่จะมาแสดงความเห็น ผมเชื่อว่าจะต้องมีมาในทำนอง "อิเล็กตรอนเคยเห็นไหม อะตอมเคยเห็นไหม อากาศเคยเห็นไหม" แน่นอน ที่มีคนจำพวกนี้ก็เพราะด้วยเหตุที่การศึกษาวิทยาศาสตร์ในบ้านเรานั้นคงจะทำให้คนเข้าใจวิทยาศาสตร์ได้ไม่ดีพอ ผมจะสรุปง่ายๆเลยว่าวิทยาศาสตร์ คือ "การใช้ข้อจำกัดของอายตนะทั้ง 5 เพื่อหาความจริง" (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) ซึ่งคำว่ารูปไม่ได้แปลว่า "ต้องมองเห็น" แต่แปลว่า "สามารถวัดได้"
ทั้งอิเล็กตรอน อะตอม อากาศ มิติที่ 11 พวกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ "วัดได้" ทั้งสิ้น

ขอบคุณครับ

#16 User is offline   fallingangels 

  • กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 3,909
  • Joined: 08-October 07

Posted 19 October 2009 - 01:42 AM

Well done Prof.

ด้วยความเคารพ

#17 User is offline   อติเทพ ไชยสิทธิ์ 

  • Scholae Medicourm Professor
  • PipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 49
  • Joined: 16-November 07

Posted 19 October 2009 - 01:53 AM

ขอบคุณคุณ "นายเจ็ดตัวอักษร" ที่ช่วยตอบคำถามได้อย่างน่าสนใจ
และขอบคุณ fallingangels อีกท่านหนึ่งที่ให้กำลังใจ

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองในอดีตนานมากๆ(สมัยเขายังไม่ดัง) เคยหวังว่าวชิรเมธีจะเป็นพระนักวิชาการเช่นเดียวกับพุทธทาส หรือ ป.อ.ปยุตโตได้ ด้วยคิดว่าเวลาให้พัฒนาการยังมีอีกมาก
พอได้เห็นเขาออกสื่อมากขึ้น ได้ฟัง ได้อ่านมากขึ้น ก็พบว่าเขายัง "ก้าวไม่พ้นกรอบ" วิชาสังคมกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้แนวคิดค่อนข้างจะออกอนุรักษ์นิยม และปล่อยไก่ความรู้ทางประวัติศาสตร์
หรือแนวคิดทางประวัติศาสตร์อยู่บ่อยครั้ง โดยเขาจะพูดแนวคิดเรื่อง "บุญคุณของกษัตริย์ต้องชดใช้ แผ่นดินเป็นของกษัตริย์" ฯลฯ ให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ในรายการทีวีสอนธรรมะแก่เยาวชน
มิตรอันประเสริฐท่านหนึ่งบอกว่าเขาก็เหมือน "ชนชั้นกลางทั่วๆไป" ซึ่งเห็นด้วยและพอจะนิยามได้อย่างดีทีเดียว จะกล่าวโจมตีเช่นนี้โดยไม่ยกตัวอย่างก็นับว่าไม่ดี แต่ยากที่จะหามาประกอบ หากได้พบ
จะเอามาเรียบเรียบให้

ขอบคุณครับ

#18 User is offline   นายเจ็ดตัวอักษร 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 562
  • Joined: 02-December 08

Posted 19 October 2009 - 02:07 AM

โดยรวมนะครับ ถ้า วอ ให้ความเห็นในทำนองนี้ ตามความเห็นของ Sionaidh Douglas ผมยังจะรู้สึกเฉยๆ กับกระทู้นี้นะ ประมาณว่า "อย่าก้าวล่วงซึ่งกันและกัน" จนเกินไป ประมาณ "วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเมื่อวาน ศาสนาพุทธเกิดขึ้นตลอดเวลาในโลกนี้ ไม่ไปไหน" (คล้ายกับว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของเด็กเมื่อวานซืน ทำนองนั้น อ้าว? แล้วจะมาเรียนวิทยาศาสตร์กันเป็นวรรคเป็นเวรทำไม? ตั้งแต่ระดับประถม จนถึงมหาวิทยาลัย ก็เรียนมันศาสนาพุทธอย่างเดียวสิ! ก็มันครอบคลุมได้ทั้งดินฟ้ามหาสมุทร อดีต ปัจจุบัน ยันอนาคต เสียขนาดนั้น ! นี่ผมพิมพ์ด้วยความโกรธจริงๆนะ)

Quote

ผมจะสรุปง่ายๆเลยว่าวิทยาศาสตร์ คือ "การใช้ข้อจำกัดของอายตนะทั้ง 5 เพื่อหาความจริง" (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) ซึ่งคำว่ารูปไม่ได้แปลว่า "ต้องมองเห็น" แต่แปลว่า "สามารถวัดได้"ทั้งอิเล็กตรอน อะตอม อากาศ มิติที่ 11 พวกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ "วัดได้" ทั้งสิ้น


แต่ขออนุญาตขยายความซักนิดนะครับ ด้วยความเคารพคุณ Sionaidh Douglas

ถ้าระดับ อะตอม เราสามารถเห็นได้ครับ ด้วยกล้อง STM (Scanning tunnelling microscope) และถ้าใช้ AFM (Atomoc Force Microscopic) เราสามารถจัดแต่ง อะตอม ได้แล้วครับ แต่ถ้าระดับที่เล็กกว่านั้น เช่น อิเล็คตรอน โฟตอน หรือ ควาก อันนี้ วัด (หรือที่ถูกกว่า คือ คำนวณ ได้จากสมการของเชรอดิงเจอร์ ครับ...แต่ในทางปฏบัติก็ไม่มีใครเคยเห็นอิเล็คตรอน หรือ โฟตอน จริงๆ)หรือ อาจจะวัด ผลลัพธ์จากการชนกันของการชนของอนุภาคเล็กๆระดับนี้ได้จากห้องฟอง (bubble chamber)ครับ ซึ่งจะเห็นเป็นในลักษณะของ "ริ้วรอย" หรือ "เศษซากการชน"

สำหรับ อวกาศมิติที่ 11 ปัจจุบัน ตามทฤษฎี M เราคิดว่า อวกาศ-เวลา (Space-time) ควรจะมี 12 มิติมากกว่า เพื่อจะอธิบายภาพรวมของจักรวาลได้ครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอวกาศ-เวลา 11 หรือ 12 มิติ หรือ ทฤษฎีเบรน (เชื่อว่า เราอยู่ใน เบรน 3มิติ) อะไรก็ตาม ฯลฯ ผมก็ยอมรับว่า ยังอยู่ในขั้น "ทฤษฎี" เท่านั้นนะครับ (ซึ่งถ้ามี หลักฐาน หรือ ข้อมูลอะไรใหม่ๆ ทฤษฎีพวกนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ หรือ กระทั่งล้มเลิกได้....) แต่ผมยังไม่เคยศึกษาที่เรียกว่า "ทฤษฎีลูปควอนตัมกราวิตี้ (Loop Quantum gravity)" นะครับ แต่โดยรวมแล้ว ทฤษฎีพวกนี้ น่าจะ "เข้าใกล้" เป้าหมายสูงสุดได้แล้ว (คนละวิธีการ แต่เห็นจุดหมายเดียวกัน)

ที่ผมชอบ วิทยาศาสตร์ ก็ตรงนี้หล่ะครับ คือ ตราบเท่าที่คุณมี "อะไรใหม่ๆ" ทฤษฎี หรือ กฎ ต่างๆ ก็สามารถ "ปรับเปลี่ยน" หรือ "ล้มเลิก" ไปได้ ไม่ใช่ เป็น "ไบเบิล" ที่มันต้อง "ถูกต้องตลอดเวลา" เป็น "สัจจธรรม" อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง! (และห้ามโต้แย้งด้วย เพราะ ฉันถูกเสมอ ถ้าอยากรู้ว่า ถูกอย่างไร ให้ไปศึกษา เอาเองในพระไตรปิฏก!)

#19 User is offline   เิอ็นโด เคนจิ. 

  • Prachatad's Follower
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,402
  • Joined: 27-May 09

Posted 19 October 2009 - 02:15 AM

บินให้ดูก่อนสิ แล้วจะเชื่อ :bn46:

#20 User is offline   fallingangels 

  • กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 3,909
  • Joined: 08-October 07

Posted 19 October 2009 - 02:16 AM

ผมเห็นด้วยกับคุณ 7 ตัวอักษรนะครับเรื่องทฤษฎีในส่วนหลัง (แม้ผมจะไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร อ่านงานของฮอว์กิ้งบ้าง คนนู้นคนนี้บ้างตามวาระ แต่ก็เข้าไม่ถึงอ่ะนะ...บอกตามตรงไม่ได้เรียนสายนี้ตรงๆ เข้าใจถึงรากไม่ได้เรย ได้แค่พอ catch-up ผิวๆ 555+)

แต่ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ ศ.เสนียดพยายามสื่อ "เรื่องหลักวิธีวัด" ที่ว่าเนี่ย (ไม่ว่าจะเป็นกี่มิติก็ตามแต่) เป็นการพูดไปในเชิงการวัดแบบทฤษฎีซุปเปอร์สตริงหรือเปล่าครับ? (ผมถามแบบผู้อ่อนแอวิชานะครับ ขออภัยหากเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน) คือ ผมเข้าใจว่าหากพูดกันด้วยทฤษฎีซุปเปอร์สตริงนี่ จะกี่มิติ (กี่ร้อย กี่พัน) ก็ยังสามารถ "วัดได้" (แต่จะ "วัดได้แล้วหรือยัง" เป็นอีกเรื่อง)หรือเปล่าครับ?

ด้วยความเคารพ

#21 User is offline   WAAH 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,375
  • Joined: 08-November 08

Posted 19 October 2009 - 02:23 AM

วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้น่ะสิ คนถึงเชื่อและยอมรับมัน นาย ว. กลับมาบอกว่าอย่าเชื่อ

นี่มันจิตนิยม เหลวไหล และงมงายแบบนี้งัย โลกของคนเหล่านี้จึงเวียนว่ายตายเกิดแต่กับเรื่องบาปๆๆบุญๆๆ

ปกติผมไม่ศรัทธาพวกที่มี่ชีวิตอยู่ได้และสุขสบายดีโดยไม่ทำมาหากินเลยว่ะ บอกตรงๆรับไม่ได้กับพวกทากที่เกาะคนอื่นกิน

พวกห่มเหลืองก้อเป็นอีกประเภทหนึ่งที่เกาะชาวบ้านกิน ไม่ได้ทำงานอะไร ตืนเช้ามาก้อขอๆๆๆๆๆๆ มีกิน มีใช้

บางคนอยู่สุขสบายกว่าคนทำงานหนักมาทั้งชีวิตซะอีก แต่ไม่สำนึกในคุณข้าวแกงประชาชนที่ใส่บาตร

#22 User is offline   อติเทพ ไชยสิทธิ์ 

  • Scholae Medicourm Professor
  • PipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 49
  • Joined: 16-November 07

Posted 19 October 2009 - 02:24 AM

ขอบคุณมากๆ ที่ช่วยมาขยายความเรื่องรายละเอียด สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ในแง่หลักการ คือทฤษฎีพวกนี้ ก็น่าจะเข้าใจได้มากขึ้น หรือถ้าไม่เข้าใจจริงๆ ตั้งกระทู้ถามใหม่ บรรยากาศวิทยาศาสตร์ในนี้ก็น่าจะครื่นเครงขึ้น

ทั้งนี้ขอกลับไปเรื่อง "วัดได้" ของผมสักหน่อย ผมเองยังเห็นด้วยว่าการวัดได้ด้วยคณิตศาสตร์ ก็นับเป็นการ "วัดได้" หรือ "รูป" ในนิยามของผมแล้ว งานของผมเองก็มุ่งเน้นใช้คณิตศาสตร์มา "วัด" สิ่งที่ตามองเห็นไม่ได้
อย่างการทำ imageprocessing (ตัวอย่างง่ายๆคือ เอาวิดีโอปลาสักตัวว่ายน้ำมาวิเคราะห์ ก็จะหาพลังงานที่ปลาใช้เคลื่อนที่ สร้างแบบจำลอง ฯลฯ ได้เลยนะครับ ^^) เราไม่จำเป็นต้องเอา "เทอร์โมมิเตอร์" ไปแนบกับตัวปลาเลยด้วยซ้ำ ><" ซึ่งถ้าถามว่า ถ้าลองทำแบบหลัง เปรียบเทียบผลกับแบบแรก ผลจะต่างกันไหม ก็ตอบได้ว่า "ไม่น่าจะต่างอย่างมีนัยสำคัญ"

เรื่องพระสงฆ์รูปนี้ จะสารภาพว่าผมเองก็ไม่พอใจเช่นกัน ที่วชิรเมธีกล่าวเช่นนั้น ^^ แต่ก็ไม่ได้บ่นแรงๆ

#23 User is offline   อติเทพ ไชยสิทธิ์ 

  • Scholae Medicourm Professor
  • PipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 49
  • Joined: 16-November 07

Posted 19 October 2009 - 02:29 AM

View PostVirus, on 18 October 2009 - 07:23 PM, said:

วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้น่ะสิ คนถึงเชื่อและยอมรับมัน นาย ว. กลับมาบอกว่าอย่าเชื่อ

นี่มันจิตนิยม เหลวไหล และงมงายแบบนี้งัย โลกของคนเหล่านี้จึงเวียนว่ายตายเกิดแต่กับเรื่องบาปๆๆบุญๆๆ

ปกติผมไม่ศรัทธาพวกที่มี่ชีวิตอยู่ได้และสุขสบายดีโดยไม่ทำมาหากินเลยว่ะ บอกตรงๆรับไม่ได้กับพวกทากที่เกาะคนอื่นกิน

พวกห่มเหลืองก้อเป็นอีกประเภทหนึ่งที่เกาะชาวบ้านกิน ไม่ได้ทำงานอะไร ตืนเช้ามาก้อขอๆๆๆๆๆๆ มีกิน มีใช้

บางคนอยู่สุขสบายกว่าคนทำงานหนักมาทั้งชีวิตซะอีก แต่ไม่สำนึกในคุณข้าวแกงประชาชนที่ใส่บาตร


สำหรับผมก็ยอมรับได้นะ ในการที่มีนักบวชซึ่งอ้างว่าตนเองสมถะ และใช้ชีวิตสมถะจริงๆ เพื่อให้เขาถึงปรัชญาของลัทธิตน
การขอคนอื่นกิน (ภิกขุ แปลว่า ผู้ขอ ได้ด้วย)ก็เพื่อเหตุนั้น แต่ถ้าไม่ทำงาน เกาะชาวบ้านกิน อันนี้ก็น่ารังเกียจ

#24 User is offline   blur 

  • -
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 504
  • Joined: 22-January 08

Posted 19 October 2009 - 02:38 AM

ว. วชิรเมธี : ก็มีแต่คนไทยบางคนเท่านั้นแหละที่พูดว่าถ้าพุทธอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แล้วมันจะต่ำต้อย จึงไปพยายามเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายพุทธศาสนาเสียใหญ่โต บางทียิ่งทำยิ่งฉุดพุทธศาสนาให้ต่ำลง เพราะวิทยาศาสตร์เพิ่งเกิดเมื่อวานนี้ ในขณะที่พุทธศาสนาเกิดมาแล้วตลอดเวลา อยู่ในโลกนี้ไม่เคยไปไหน

Camerlengo Patrick McKenna: [after breaking into Conclave and announcing that church is at war] ... but science and religion are not enemies! There are simply some things that science is just too young to understand. So the church pleads: "stop", "slow down", "think", "wait"... and for this - they call us backward. But who is more ignorant: the man who cannot define lightning, or the man who does not respect its natural awesome power? - From Angel & Demons

อ่านแล้วนึกถึงประโยคในภาพยนตร์ เทียบกันแล้ว ก็ให้เหตุผลได้ใกล้เคียงกันดีครับ

#25 User is offline   บุญชิตฯ 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,405
  • Joined: 03-May 08

Posted 19 October 2009 - 02:43 AM

คงไม่มาอภิปรายต่อเรื่องความอ่อนด้อยทางตรรกะและวิทยาศาสตร์ ของ ว. วชิรเมธี เนื่องจากสมาชิกชำแหละกันไปในสาระสำคัญแล้ว

แต่ขอตั้งข้อสังเกตไว้ที่นี้ว่า

ถ้าเรื่องนี้ "คนพูด" คือ หลวงพ่อปากแดง หลวงปู่หมากเกรอะ หรือหลวงตาท่าทางงมงายที่วัดลาดกระบุงทะลุที่ไหนสักรูป

ไม่ใช่พระเทรนดี้ ขวัญใจคนรุ่นใหม่และปัญญาชน

เชื่อว่าคนพันทิป คงอัดกันยับ แบบไม่ปราณี ไม่มีแยกสองทาง แบบนี้เป็นแน่

สังคมสมัยนี้ แม้แต่พระยังต้องแปรภาพลักษณ์ให้เป็นทุน !

  • (6 Pages)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • Last »
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic