ชุมชนคนเหมือนกัน : พระนเรศวรทำยุทธหัตถีฟันคอพระมหาอุปราชาจริงหรือ - ชุมชนคนเหมือนกัน

Jump to content

  • (5 Pages)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • Last »
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic

พระนเรศวรทำยุทธหัตถีฟันคอพระมหาอุปราชาจริงหรือ ความจริงเป็นอย่างไร Rate Topic: -----

#1 User is offline   lfazuru 

  • Member
  • PipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 70
  • Joined: 10-November 09

Posted 07 March 2010 - 10:32 PM

เห็นในฝรั่งหลายคนบอกว่าพม่าถูกยิงมากกว่าอันนี้คุณคิดว่าไงครับใครมีบอกหน่อย เพื่อให้ได้รู้ความจริงไม่ใช่ใช้เรื่องนี้ยกตนข่มประเทศอื่น และเข้าใจในประวิติศาสตร์อย่างแท้จริง

#2 User is offline   allan โยเกิร์ต 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 228
  • Joined: 10-October 07

Posted 08 March 2010 - 03:50 AM

ขอข้อมูลที่ฝรั่งหลายท่านกล่าวมาว่าถูกยิงหน่อยครับ
ผมเพิ่งทราบครับ แล้วค่อยว่ากัน

#3 User is offline   กาลามชน 

  • Newbie
  • Pip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 5
  • Joined: 01-March 10

Posted 08 March 2010 - 08:21 AM

ประวัติศาสตร์ของพม่า กล่าวว่าพระมหาอุปราชถูกยิงโดยปืน swivel จากที่นั่งหลังช้างทรงพระนเรศวร

กูบหลังช้างแบบที่เราเห็นตามรูปวาด หรืออนุสาวรีย์ เห็นเป็นที่นั่งเปิดโล่งสวยๆนั้น อาจจะเป็นแบบใช้งานปกติ

แต่ช้างไทยยามออกศึกจริงๆอาจจะเป็นอีกแบบ ทหารรับจ้างฝรั่งในสมัยนั้นเขียนบันทึกเล่าว่า

กูบหลังช้างไทย มีลักษณะเป็นคอกสี่เหลี่ยม ตรงมุมด้านหน้าสองข้างจะตั้งปืนใหญ่ขนาดจิ๋ว เรียกว่า swivel gun

ประวัติศาสตร์พม่ากล่าวว่า พระมหาอุปราชาถูกยิงสิ้นพระชนม์ด้วยปืนชนิดนี้

ข้อมูลของปืน swivel gun

http://en.wikipedia....wiki/Swivel_gun



#4 User is offline   ชะโด return 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 451
  • Joined: 09-November 09

Posted 08 March 2010 - 10:24 AM

View Postlfazuru, on 07 March 2010 - 10:32 PM, said:

เห็นในฝรั่งหลายคนบอกว่าพม่าถูกยิงมากกว่าอันนี้คุณคิดว่าไงครับใครมีบอกหน่อย เพื่อให้ได้รู้ความจริงไม่ใช่ใช้เรื่องนี้ยกตนข่มประเทศอื่น และเข้าใจในประวิติศาสตร์อย่างแท้จริง



พวก ฟดก.นี้สุดยอดจริงๆ เรื่องอะไรที่เฮี้ยๆขอให้บอกทำได้ทุกอย่าง จะจริง หรือ ไม่จริง แล้วจะทำไมวะ...

พวกมึงไม่ภูมิใจเหรอที่พระองค์ท่านทรงทำศึกชนะพวก พม่ารามัญ ปกป้องแผ่นดินไว้ให้พวกมึงอยู่

ไม่สำนึกกูก็ไม่ว่า แถมยังกลับมาดูถูกบรรพบุรุตตัวเองอีก.....หาว่าเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้

แน่จริงพวกมึงไปตั้งเวทีที่ พิษณุโลก เลย ไปปราศัยเรื่อง "พระนเรศวรทำยุทธหัตถีฟันคอพระมหาอุปราชาจริงหรือ. .?"

รับรองมีคนมามอบรางวัลให้พวกมึงเต็มที่แน่. ...ไอ้สัด

พวกมึงใช้อะไรคิดวะ..... พวกมึงทั้งหลายนี้น่าจะไปอยู่กับ ไอ้ฮุ่น เซ็น นะ ไม่น่ามาอยู่ประเทศไทย.......

#5 User is offline   Trueno 

  • So coolian
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 2,893
  • Joined: 31-May 09

Posted 08 March 2010 - 10:29 AM

ที่ถามก็เพราะสงสัย อันว่าสงสัยนั้นก็คืออยากรู้ อยากเข้าใจ ที่ไม่เข้าใจก็ได้ตั้งกระทู้ถาม แต่ถามแล้วยังไม่ได้คำตอบก็ยังสงสัยอยู่เหมือนเดิม

ที่ว่าเหมือนเดิมก็เพราะ โพสต์ #6 ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่สงสัย

ปอลอจุด ชะโด return ท่าจะบ้า เพ้อหาแต่ ฟดก มันคืออะไรฟ๊ะ :bn23: ผมรู้จักแต่ คมก

#6 User is offline   อินทรีย์ 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,858
  • Joined: 02-February 09

Posted 08 March 2010 - 10:30 AM

แต่ไอ้คนเขียนประวัติศาสตร์ มันเขียนชัดเจนยังกะตัวมันอยู่ในเหตุการณ์ซะงั้น กระทั่งพูดว่าอะไรมันยังรู้ Posted Image

#7 User is offline   blackyfoggy 

  • 666
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 8,539
  • Joined: 06-May 08

Posted 08 March 2010 - 10:54 AM

ผมเคยอ่าน กูบหลังช้างยามสงครามจะเป็นแบบเรียบๆ ที่เห็นในหนังนั่นเพื่อให้มันอลังการเฉยๆอ่ะ

#8 User is offline   Vivalavida 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 177
  • Joined: 12-October 09

Posted 08 March 2010 - 10:55 AM

ประวัติศาตร์เขียนโดยผู้ชนะครับ

ตามพงศาวดารพม่าบันทึกว่า อุปราชเขาโดนยิงครับ

ส่วนไทยก็โหมโฆษณา ยุทธหัตถี:bn35:

#9 User is offline   ณัฐกร 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: ถูกระงับการโพสในชื่อนี้
  • Posts: 3,241
  • Joined: 10-February 09

Posted 08 March 2010 - 11:06 AM

พวกเราเป็นกายไทยใจทนง บูชาบุเรงนอง ว่ากล้าแกร่ง
อุปราชอีกหรือตะเลงแกลง เมาแฮงแฮงก็มาเพ้อ สดุดี

อันกษัตริย์พม่ามีฤทธิถี บุญญาบารมีนั้นเกริกไกร
มึงจงจำใส่หัวไว้นะคนไทย พม่ามันเอาไฟ มาเผาเมืองมึง

อันกูนี่จะยกฤทธา กษัตริยาถึงกษัตริย์ไทย ก็หาไม่
เห็นพวกมึงแล้วไซร์ กูอนาถใจเอ่ย....

#10 User is offline   Rakthai 

  • Member
  • PipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 88
  • Joined: 04-March 10

Posted 08 March 2010 - 11:07 AM

View Postชะโด return, on 08 March 2010 - 10:24 AM, said:

พวก ฟดก.นี้สุดยอดจริงๆ เรื่องอะไรที่เฮี้ยๆขอให้บอกทำได้ทุกอย่าง จะจริง หรือ ไม่จริง แล้วจะทำไมวะ...

พวกมึงไม่ภูมิใจเหรอที่พระองค์ท่านทรงทำศึกชนะพวก พม่ารามัญ ปกป้องแผ่นดินไว้ให้พวกมึงอยู่

ไม่สำนึกกูก็ไม่ว่า แถมยังกลับมาดูถูกบรรพบุรุตตัวเองอีก.....หาว่าเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้

แน่จริงพวกมึงไปตั้งเวทีที่ พิษณุโลก เลย ไปปราศัยเรื่อง "พระนเรศวรทำยุทธหัตถีฟันคอพระมหาอุปราชาจริงหรือ. .?"

รับรองมีคนมามอบรางวัลให้พวกมึงเต็มที่แน่. ...ไอ้สัด

พวกมึงใช้อะไรคิดวะ..... พวกมึงทั้งหลายนี้น่าจะไปอยู่กับ ไอ้ฮุ่น เซ็น นะ ไม่น่ามาอยู่ประเทศไทย.......



การสืบค้นประวัติศาสตร์คือเรื่องที่เราต้องศึกษาในแง่วิชาการ ถ้าเอาแต่เชื่อทุกอย่างโดยไม่ลืมหูลืมตา เขาเรียกว่างมงาย การได้รับรู้เรื่องพวกนี้มันไม่ได้ทำให้แผ่นดินสูงขึ้นก็จริง แต่มันทำให้ระดับสมองของเรามันสูงขึ้นไม่มากก็น้อยและอาจจะก่อเกิดปัญญาให้เกิดนวัตกรรมหรือสิ่งที่มันพัฒนาขึ้น เหมือนกับถ้าทุกวันนี้เชื่อว่าโลกแบน เราก็คงจะไม่มีเว็ปไม่มีที่ให้มาประจานความโง่เง่าของตัวเองให้คนอื่นได้แอบหัวเราะ (หัวเราะดังไม่ได้ เดี๋ยวมันด่า ท่านว่าอย่าเอาพิมเสนแลกกะเกลือ-ว่าแต่พิมเสนมันเป็นยังไงเนี่ย)
พระนเรศมีพระมหากรุณาธิคุณกับประเทศไทยแค่ไหนใครก็รู้ เพราะโดนกรอกหูอยู่ทุกวัย และเราก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร อย่างไรท่านก็คือคนที่พิชิตพม่าและปลดเราจากการเป็นเมืองขึ้นของพม่า

ว่าถึงเรื่องนี้นะ ฝรั่งที่รบในสมัยนั้นชื่อ ฟาน วลิต เป็นชาวฮอลแลนด์ ก็ยืนยันว่าพระนเรศกระทำยุทธหัตถีจริงและชนะแบบที่เราได้เรียนกันมา
แต่พงศาวดารพม่าไม่ยอมรับ บอกว่าโดนยิงจากคนที่นั่งบนกูบช้าง ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายว่าทางพม่าเองก็ไม่อยากยอมรับหรอกว่าแพ้ทางพระนเรศ เขาก็ต้องมีเรื่องของเขาไว้ให้กำลังใจทหารและประชาชนเขาเหมือนกัน
มันก็แค่ประวัติศาสตร์ ในเมื่อเราเป็นคนก็น่าที่จะมีสิทธิที่จะเลือกเชื่อในสิ่งที่เชื่อ พระพุทธเจ้าท่านยังสอนให้ไม่ใช้เชื่อทุกอย่างที่เห็น ที่เรียน หรือเชื่อทุกคน ไ่งั้นปัญญาจะไม่เกิด จะมาด่ากันทำไม โตๆกันแล้ว

ว่าแต่มันเกี่ยวไรกับฮุนเซนด้วยวะ:bn25:
ถ้าตามประวัติศาสตร์ คนไท มาจากไหนยังไม่ชัด แต่เขมรครองอำนาจอยู่ในพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่มานานนับร้อยๆปี ก่อนที่จะเสื่อมลงจากภายในเอง ไทไม่ได้มาตีเขานะ เพราะตอนนั้นปัญญาจะตียังไม่มี เขมรปกครองระบบสมมุติเทพมาช้านาน แต่ไทตอนนั้นยังเป็นแค่ชุมชนอยู่เลย อาศัยมีผู้นำที่เข้มแข็งที่มาจากการเลือกตั้งนะครับ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นใหญ่มาได้เพราะผู้อื่นเห็นว่าเข้มแข็งและสามารถที่จะเป็นผู้นำได้เลยเลือกให้เป็นผู้นำ (ผู้นำนะครับไม่ใช่กษัตริย์) แต่ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีดีมันกลายเป็นระบบสมมุติเทพได้ สืบสายเลือดเทพ คนอื่นไม่มีสิทธิ์ ทั้งที่สายเลือดมันไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าจะเก่งกาจและเป็นผู้นำที่ดีได้
เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไง:bn18:

#11 User is offline   sakichan 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 218
  • Joined: 06-December 08

Posted 08 March 2010 - 11:18 AM

ตามที่ผมรู้มา ท่านใช้ง้าวรึทวนนี่ละครับฟันพระมหาอุปราชตอนยุทธหัตถี

เรื่องใช้ปืนนี่มีตอนยิงนายกองพม่าที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ ไม่แน่คนอาจจะสับสนเอาเหตุการณ์สองอย่างนี้มาปนกันรึเปล่า

#12 User is offline   Trueno 

  • So coolian
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 2,893
  • Joined: 31-May 09

Posted 08 March 2010 - 11:18 AM

ณัฐกรเพื่อนเลิฟ อันตัวเรานิยมยกย่องพม่าก็หาไม่

หากแต่กระทู้นำพาให้สงสัย ใครมีข้อมูลก็นำมาลงไว้ไซร้

ให้เพื่อนได้คลายสงสัยไปในที

#13 User is offline   V-FrIeNd 

  • ซาบซึ้งน้ำตาไหลพราก
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 464
  • Joined: 23-December 08

Posted 08 March 2010 - 11:34 AM

งี้ล่ะ บางคนก็เลือกเชื่อแต่เรื่องไม่ดีเหมือนกัน
ทีงี้ดันจะไปเชื่อของพม่า
คงจะเขียนให้พระมหาอุปราชดูดีก็ได้
เขียนเข้าข้างตัวเองเหมือนกันแหล่ะ :bn34:

#14 User is offline   big boss 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,131
  • Joined: 14-October 08

Posted 08 March 2010 - 11:34 AM

โครตเบื่อกับความคิดคนไทยบางคนเหมือนกัน

ทำไมวะ การสงสัยว่าพระนเรศวร ทำยุทธหัตถีจริงหรือเปล่า เป็นการดูถูกบรรพบุรุษตัวเองหรือไปเข้าข้างพม่าตรงไหน ปัญญาอ่อนหรือเปล่า

ก็เพราะมีคนอย่างพวกมึงนั่นแหละที่ประเทศนี้ถึงได้อยู่แค่นี้

ไม่เคยคิด ไม่เคยสงสัย ไม่เคยค้นหาคำตอบ เขาให้เชื่ออะไรพวกมึงก็เชื่อ

แบบนั้นมันควายชัดๆ

#15 User is offline   ณัฐกร 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: ถูกระงับการโพสในชื่อนี้
  • Posts: 3,241
  • Joined: 10-February 09

Posted 08 March 2010 - 11:39 AM

บรูโน่เพื่อนรักจากใจเรา.....

ประวัติประเทศอะไรก็ช่างเขา อันตัวเรานั้นไทย หาได้เป็นเรื่องสำคัญ

กษัตริย์ไทยเราจะรบราถึงฆ่าฟัน จะบั่นคอทรราชสักกี่คน เราก็ไม่หน่าย


บรรพบุรุษของเราเป็นนักรบ จะฆ่าล้างสักกี่ศพ ก็ตามสบาย

กษัตริย์นเรศวรมิเคยหวั่นแม้ข้างหน้าคือความตาย พวกเราอยู่กันสบาย จนเพ้อเจ้อละเมอด่ากษัตริย์ไทย

แล้วพวกเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง... .

#16 User is offline   Trueno 

  • So coolian
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 2,893
  • Joined: 31-May 09

Posted 08 March 2010 - 11:42 AM

ส่วนตัวผมเองเพียงแต่สงสัยว่าจริงหรือไม่จริงเท่านั้นเอง อยากได้ข้อมูล อยากทราบในรายละเอียดของเหตุการณ์

เพราะถึงจะจริงหรือไม่จริงมันก็ไม่ได้ทำให้ผมนิยมชมชอบพม่าแต่อย่างใด แค่อยากทราบเรื่องประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นก็เท่านั้น

#17 User is offline   3516 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 2,706
  • Joined: 29-January 08

Posted 08 March 2010 - 11:52 AM

ตำนสมเด็จพระนเรศวรฉบับ พม่า


ดร.สุ เนตร ชุตินธรานนท์ แห่งคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิชาการที่ค้นคว้าประวัติศาสตร์อยุธยาอย่างจริงจัง มีผลงานตีพิมพ์จำนวนมาก

รวมถึง"พม่ารบไทย-ว่าด้วยการสงครามระหว่าง ไทยกับพม่า" โดยสำนักพิมพ์ศิลปวัฒนธรรม

ดร.สุเนตรระบุใน หนังสือเล่มเดียวกัน ถึงสงครามยุทธหัตถีว่า

เรื่องสงครามยุทธหัตถี ที่เป็นที่รับรู้และแพร่หลายในหมู่คนไทยคือเรื่องที่เขียนไว้ในพงศาวดารกรุง ศรีอยุธยา ที่ชำระขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก่อนจะถูกถ่ายทอดผ่านงานเขียนที่มีอิทธิพลต่อสังคมในวงกว้าง อาทิ ลิลิตตะเลงพ่าย พงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาพระนิพนธ์ไทยรบพม่า และพระประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ


บันทึก ประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่กว่านั้น เช่น พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐฯ ที่ชำระขึ้นในสมัยอยุธยา (พ.ศ.2223) ก็มีความผิดแผกไปจากพงศาวดารและเรื่องที่ชำระหรือเขียนกันในสมัยหลัง แต่ยังมีประเด็นสำคัญยุติต้องกันอยู่ คือต่างระบุถึงการชนช้างระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระมหาอุปราชา จนพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์กับคอช้าง

แต่ถ้าไปดูพงศาวดารพม่าฉบับอู กาลาและฉบับหอแก้ว จะพบว่า ผิดแผกไปจากหลักฐานข้างฝ่ายไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นในด้านสมรภูมิรบและการสิ้นพระชนม์ของจอมทัพพม่า และได้ถอดความมาลงโดยละเอียดดังนี้

74. การสงครามครั้งสุดท้าย วังหน้า มหาอุปราชาสิ้นพระชนม์

ทัพมหาอุปราชานั้นเคลื่อนมาถึง กรุงศรีอยุธยา ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 (กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2136) (ทัพเคลื่อนออกจากกรุงหงสาวดีในวันพุธ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2135) มหาอุปราชานั้นทรงพระคชาธารนาม (งะเยโซง (ฉบับหอแก้วระบุนามพระคชาธารว่า เยโปงโซงซึ่งน่าจะหมายความว่าเปี่ยมด้วยอานุภาพหาญกล้า ส่วนหลักฐานไทยระบุนามช้างทรงนี้ว่า พัทธะกอ) เบื้องขวาพระองค์ยืนด้วยพระคชาธารและกำลังไพร่พลของพระอนุชาตะโดธรรมราชา (เจ้าเมืองแปร) ส่วนเบื้องซ้ายยืนด้วยพระคชาธารและไพร่พลของนัตชินนอง (โอรสพระเจ้าตองอู) แลตัดออกไปเบื้องขวาไม่ใกล้ไม่ไกลจากพระคชาธารแห่งมหาอุปราชานั้นยืนด้วย ช้างของเจ้าเมืองซามะโร (ไทยว่าเป็นพระพี่เลี้ยงชื่อจาปะโร) ซึ่งกำลังตกน้ำมันหนักถึงกับต้องใช้ผ้าคลุมหน้าช้างไว้ ข้างพระนเรศวรกษัตริย์อยุธยาทรงพระคชาธารชื่อพระลโบง (ฝ่ายไทยว่าพระยาไชยานุภาพ) จึงนำไพร่พลทแกล้วทหารเป็นจำนวนมากออกมาจากพระนคร (หมายเผด็จดัสกร)

ครั้น ทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชา ก็ไสพระคชาธารเข้ายังตำแหน่งที่จอมทัพพม่านั้นประทับอยู่โดยแรงเร็ว ฝ่ายเจ้าเมืองซามะโรครั้นเห็นพระนเรศวรขับพระคชาธารตรงรี่หมายเข้าชิงชนช้าง ประทับก็เปิดผ้าคลุมหน้าช้างพระหนะแห่งตนออก หมายมุ่งพุ่งสกัดช้างทรงองค์นเรศวร แต่ช้างตกน้ำมันเชือกนั้นกลับหันรีหันขวางแลกลับตัวเข้าแทงโถมเอาช้างทรง องค์อุปราชาโดยกำลังแรง พระมหาอุปราชาจึงจำต้องขับพระคชาธารเข้ารับไว้ ซึ่งช้างทรงองค์จอมทัพพม่าถึงจามสนั่น (ด้วยบาดเจ็บสาหัส) แลขณะนั้นข้างอยุธยาก็ระดมยิงปืนสวนทางมากระสุนถูกเอาองค์อุปราชาโดยถนัดจน สิ้นพระชนม์ซบกับคอคชาธาร คุเยงพละกลางช้างพระที่นั่งเห็นมหาอุปราชาต้องปืนใหญ่ (ปืนที่ยิงมหาอุปราชานั้นอูกาลาระบุว่า คือปืนชนิดเดียวกับที่เรียกว่า Jingal ในภาษาอังกฤษ) ก็เข้าพยุงพระศพไว้ และบังคับช้างเข้ากำบังในพุ่มไม้ ข้างพระนเรศวรยังไม่ทรงทราบว่ามหาอุปราชาหาพระชนม์ชีพไม่ จึงไม่ทรงขับพระคชาธารตามติดปะทะ เพียงยั้งรออยู่


ขณะนั้นนัต ชินนองซึ่งทรงพระคชาธารนามอูบอตะกะ อยู่เบื้องซ้ายก็ไสพระคชาธารเข้าชนพระคชาธารทรงองค์นเรศวรกษัตริย์อยุธยา พระนเรศวรจำต้องถอยร่น แลตะโดธรรมราชา (เจ้าเมืองแปร) เห็นจอมทัพอยุธยาเพลี่ยงพล้ำร่นถอยก็กวัดแกว่งของ้าวขับช้างนำรี้พลตามติด เข้าตี ข้างองค์นเรศวรเมื่อถอยถึงคูพระนครก็รีบนำทัพเข้าภายในอาศัยพระนครนั้นตั้ง รับ ข้างฝ่ายพม่าที่ไล่ตามติดมีเจ้าเมืองโทงโบและเจ้าเมืองเวงยอ ถลำรุกรบล่วงเลยเข้าไปมากจึงถูกจับเป็นเชลยสิ้น แต่ฝ่ายอยุธยานั้น อำมาตย์ออกญาเปะและออกญาจักรีก็ถูกทหารนัตชินนองล้อมจับได้ทั้งเป็น

เมื่อ เกิดเหตุจนมหาอุปราชาถึงสิ้นพระชนม์แล้ว ตะโดธรรมราชา (เจ้าเมืองแปร) แลเหล่าทหารน้อยใหญ่ทั้งหลายต่างก็ถอยทัพไปประชุมพลอยู่ไกลว่าถึงกว่าหนึ่ง ตาย (คิดเป็นระยะ 2 ไมล์โดยประมาณ) จากตัวพระนครโดยประมาณ และนายทัพทั้งหมดทั้งสิ้นต่างก็หันหน้าปรึกษาราชการศึกว่าครั้งนี้ยังจะ จัดการพระศพองค์อุปราชาเสียในแดนโยธยาและระดมตีกรุงต่อไป หรือจะนำพระบรมศพกลับสู่พระนคร

ครานั้น ตะโดธรรมราชาเจ้าเมืองแปรจึงว่า "มาบัดนี้ พระเชษฐามหาอุปราชา (จอมทัพ) ก็หาพระชนม์ชีพไม่แล้ว เปรียบได้ดังแขนงไผ่อันไร้ซึ่งเชือกพันธนาไว้ การจะกลับไปกระทำการตีอยุธยาต่อไปเห็นว่าไม่สมควร อีกประการนั้นเล่าการซึ่งจะจัดการพระศพในแดนอยุธยาก็ไม่เหมาะด้วยยากจะ ประมาณว่าหากกระทำไปแล้วจะถูกปรามาสจากองค์บพิตรและพระญาติพระวงศ์ และแท้จริงราชการสงครามครั้งนี้ก็ยังนับว่ามีชัยอยู่ใช่น้อย ครั้งนี้ถึงมีอันต้องถอยกลับ แต่ภายภาคหน้าเมื่อสิ้นวสันตฤดูก็ย่อมยกมากระทำศึกได้อีก"

ฝ่ายข้า ทหารใหญ่น้อยได้ฟังความตามตรัสก็เห็นคล้อย จึงต่อโลงใส่พระศพด้วยไม้มะม่วงอย่างเลิศ แลเอาปรอทกรอกพระศพแล้วก็จัดกระบวนรี้พลเชิญพระศพองค์อุปราชากลับคืนพระนคร เดือนมีนาคมก็บรรลุถึงหงสาวดี องค์ธรรมราชามหากษัตริย์ ครั้นสดับข่าวว่าพระราชาโอรสมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ชีพ และพระศพนั้นถูกอัญเชิญกลับคืนมาก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยอัครมเหสีราช มารดาออกรับพระศพ และลุเลิกพระศพเยี่ยงพระจักรพรรดิราช ห้อมล้อมด้วยช้างม้าไพร่พลสกลไกร การพระศพกระทำท่ามกลางความโศกเศร้าโศกาดูรยิ่ง ฯลฯ

ขอแก้แหล่งข้อมูลหน่อยอันนี้น่าจะชัดกว่า http://dek-d.com/boa...w.php?id=760443


ด้านล่างนี่ดูเสริม

พงศาวดาร พม่าฉบับอูกาลา...พระมหาอุปราชาถูกปืนสิ้นพระชนม์ http://www.thaimtb.c...=142593&start=0

สอบถามเรื่องชื่อของ บันทึกประวัติศาสตร์ ของพม่าหน่อยครับ http://www.atriumtec...9/K5187329.html


พระนเรศวรฯ มองจากมุม?พม่า? http://movie.mthai.c...news/37255.html

#18 User is offline   ไทยชน 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,289
  • Joined: 30-July 08

Posted 08 March 2010 - 12:00 PM

ประวัติศาสตร์ ทั้ง สยาม และ พม่า บันทึกไว้ตรงกัน ว่า มีการยุทธหัตถี จริง

มีการตายของจอมทัพพม่า คือ พระมหาอุปราช จริง

สยาม ชนะ ศึกครั้งนั้น โดยวิธีการยุทธ์ ที่เรียกว่า ยุทธหัตถี บนคอช้าง จริง จอมทัพไทย คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชนะศึกจริง ด้วยการยุทธหัตถีกันบนคอช้าง

ประวัติศาสตร์ บันทึกตรงนี้ไว้จริง ทั้ง สยาม และพม่า รวมถึง ฮอลันดา

แล้ว มันจะยิงกันตอนใหนหรือ หรือว่า ระหว่างวิ่งๆ ตลุมบอน และเข้าใกล้กัน ก็ยิงกันไปมา เผอิญโชคร้าย เป็นของพม่า จอมทัพพม่า โดนปืน โดนหอก โดนง้าว โดน ฯลฯ ตายอยู่ดี

เรื่องจริงๆ วันนี้ คงไม่มีใครรู้แล้ว เสียดาย

แต่ที่รู้และบันทึกตรงกันคือ มีการสู้กันบนพาหนะช้างจริง จอมทัพพม่าตายคาที่รบ จอมทัพไทย ชนะ

แค่นี้ก็พอแล้ว

#19 User is offline   3516 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 2,706
  • Joined: 29-January 08

Posted 08 March 2010 - 12:07 PM

สำนักพิมพ์สารคดี


เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์ / ภาพ: สกล เกษมพันธุ์, บุญกิจ สุทธิญาณานนท์


ศึกยุทธหัตถี

ปี ๒๑๓๓ พระเจ้านันทบุเรงยังทรงต้องการท้าทายผู้ตั้งตนเป็นพระจักรพรรดิราชองค์ใหม่ (สมเด็จพระนเรศวร) จึงทรงให้พระมหาอุปราชา ยกทัพเข้ามาตีอยุธยาทางด่านเจดีย์สามองค์อีก แต่ก็ต้องพ่ายแพ้กลับไป

ลุถึงเดือนมกราคม ๒๑๓๕ ขณะที่สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมทัพไปตีกรุง ละแวก ราชธานีของกัมพูชา (ซึ่งมักส่งกองทัพมาซ้ำเติมอยุธยายามเกิดศึกกับหงสาวดีอยู่เสมอ) ข่าวทัพหงสาวดีก็มาถึง

คราวนี้ทัพหงสาวดียกมา ๒ ทาง พระมหาอุปราชาทรงยกทัพมาทางด่านเจดีย์สามองค์ ขณะที่ทัพพระเจ้าแปรและนัดจินหน่องโอรสเจ้าเมืองตองอูยกมาทางด่านแม่ละเมา โดยเข้าสมทบกับทัพพระเจ้าเชียงใหม่ซึ่งลงมาจากภาคเหนือทางแม่น้ำ

สมเด็จพระนเรศวรทรงพระดำริว่า จะต้องตัดศึกด้านหนึ่งก่อนเพื่อไม่ให้ข้าศึกรวมกำลังกันได้ จึงทรงรวมพลที่ทุ่งป่าโมกแขวงเมืองวิเศษชัยชาญอันเป็นชุมทางสู่สุพรรณบุรี และหัวเมืองเหนือ ให้เจ้าเมืองราชบุรีแต่งกองโจรรบกวนข้าศึก และวางกำลังส่วนหนึ่งไว้ที่ลำน้ำท่าคอย สุพรรณบุรี เพื่อเฝ้าระวังทัพทางเหนือ ส่วนพระองค์เสด็จออกไปรับทัพพระมหาอุปราชา

ศึกครั้งนี้ไพร่พลทั้งสองฝ่ายมีกำลังรวมกันถึง ๓๔๐,๐๐๐ คน โดยฝ่ายหงสาวดีมีกำลังพล ๒๔๐,๐๐๐ คน ส่วนอยุธยามีกำลังพล ๑๐๐,๐๐๐ คน

เช้าตรู่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๑๓๕ ก็เกิด ?ศึกยุทธหัตถี? ซึ่งถูกเล่าขานสืบเนื่องกัน ต่อมานานนับศตวรรษ

ศึกยุทธหัตถีเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่ง ไม่เพียงเพราะเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยจำนวนมาก แต่หากยังเป็นเหตุการณ์ที่มีประเด็นให้ถกเถียงมากที่สุดในบรรดาเรื่องราวที่ เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวร

ประเด็นหลัก ๆ คือกรณีการสิ้นพระชนม์ของพระมหาอุปราชา ซึ่ง พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับ หลวงประเสริฐ บันทึกเรื่องนี้ว่า ?เมื่อได้ชนช้างด้วยมหาอุปราชานั้น สมเด็จพระณรายบพิตร เป็นเจ้า (สมเด็จพระนเรศวร-ผู้เขียน) ต้องปืน ณ พระหัตถ์ข้างขวาหน่อยหนึ่ง อนึ่งเมื่อมหาอุป ราชาขี่ช้างออกมายืนอยู่นั้น หมวกมหาอุปราชาใส่นั้นตกลงถึงดิน แลเอาคืนขึ้นใส่เล่า ครั้งนั้นมหาอุปราชาขาดคอช้าง ตายในที่นั้น แลช้างต้นพญาใชยานุพาบซึ่งทรงแลได้ชนด้วยมหาอุปราชาแลมีชัยชนะนั้น พระราชทานให้ชื่อ เจ้าพญาปราบหงษา? อันหมายถึงสมเด็จพระนเรศวรทรงกระทำยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชา แล้วได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ

แต่ถ้าใครลองเปิด มหาราชวงษ์พงษาวดารพม่า ดูก็คงผงะ ด้วยเหตุการณ์เดียวกันนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับของไทย พม่าบันทึกว่าเมื่อสมเด็จพระนเรศวรทรงไสช้างไปหาพระมหาอุปราชา มีเจ้าเมืองคนหนึ่งชื่อชามะโยไสช้างมารับแทน แต่ช้างของชามะโยวิ่งไปชนช้างพระมหาอุปราชา เข้าจน ?ไม่เปนอันที่จะรบกับพระนเรศ มัววุ่นอยู่กับช้างที่ตกน้ำมันนั้นเปนช้านาน เวลานั้นพลทหารของพระนเรศก็เอาปืนใหญ่ยิงระดมเข้ามา ลูกกระสุนก็ไปต้องมหาอุปราช ๆ ก็สิ้นพระชนม์ที่คอช้าง...?

นั่นก็คือ พงศาวดารพม่าระบุว่าพระมหาอุปราชามิได้พ่ายศึกยุทธหัตถีเพราะถูกพระแสงของ้าวสมเด็จพระนเรศวร แต่ถูกกระสุน ปืนจนสิ้นพระชนม์


นอกจากกรณีข้างต้น ประเด็นเกี่ยวกับศึกยุทธหัตถีอีกเรื่องที่ดูจะเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป ก็คือคำถามที่ว่า สถานที่เกิดศึกครั้งนี้อยู่ที่ไหนกันแน่ ?

?ชาวบ้านอย่างผมเชื่อว่าดอนเจดีย์คือที่ที่เกิดศึกยุทธหัตถี ครั้งหนึ่งรัชกาลที่ ๖ เสด็จฯ มาที่นี่ ถ้าไม่จริงพระมหากษัตริย์ท่านไม่มา? พ่อค้าน้ำอัดลมที่ค้าขายอยู่หน้าทางเข้าอนุสรณ์ดอนเจดีย์รายหนึ่งเอ่ยเมื่อ ผมถามถึงความเห็นกรณีนักประวัติศาสตร์ถกเถียงกันเรื่องสถานที่เกิดศึก ยุทธหัตถีซึ่งมีอยู่ ๓ แห่ง คือ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี, เจดีย์เก่าที่หมู่ ๒ ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี และเจดีย์ภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สิ่งที่พ่อค้าน้ำอัดลมบอก ก็คือเหตุการณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ที่ทางราชการไทยพยายามสืบหา ?เจดีย์ยุทธหัตถี? ซึ่งยังตกค้างอยู่ในความทรงจำคนเก่าคนแก่ของสุพรรณบุรีมาจนถึงทุกวันนี้

ยุคนั้นสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงวินิจฉัยว่า ซากเจดีย์แห่งหนึ่ง ณ ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสถานที่กระทำยุทธหัตถีแน่นอน ภายหลังจึงมีการสร้างเจดีย์ใหม่ครอบซากเจดีย์เดิม และสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรทรงช้างศึก ส่งผลให้ ?อนุสรณ์ดอนเจดีย์? ที่สุพรรณบุรี กลายเป็นข้อยุติทางประวัติศาสตร์เรื่องสถานที่กระทำยุทธหัตถีมายาวนานหลาย ทศวรรษ

จนปี ๒๕๑๕ จึงได้มีคณะบุคคลคณะหนึ่งลุกขึ้นมาโต้แย้งว่า สถานที่กระทำยุทธหัตถีน่าจะเป็นเจดีย์โบราณที่ตั้งอยู่บริเวณหมู่ ๒ ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี มากกว่า ส่วนเจดีย์ที่ตำบลหนองสาหร่าย สุพรรณบุรีนั้น เป็นเจดีย์สมัยทวารวดี มิใช่เจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาแน่นอน

กรมศิลปากรได้จัดการความขัดแย้งครั้งนั้นด้วยการตั้งคณะกรรมการผู้ทรง คุณวุฒิขึ้นชุดหนึ่งเพื่อตรวจสอบ ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าเจดีย์เก่าที่หมู่ ๒ ตำบลดอนเจดีย์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็น ?บริโภคเจดีย์? หรือเจดีย์ที่ชาวบ้านสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ทำให้เจดีย์ที่สุพรรณบุรียังคงสถานะเดิมต่อไปได้

แต่เรื่องก็ยังไม่จบง่าย ๆ ปี ๒๕๓๗ ก็มีผู้แย้งพระวินิจฉัยของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพอีก คือ เทพมนตรี ลิมปพยอม อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยรังสิต (ขณะนั้น) เขาเสนอว่า สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงใช้หลักฐานน้อยเกินไป ทั้งพงศาวดารไทยที่ใช้สนับสนุนเจดีย์ที่สุพรรณบุรีก็ชำระขึ้นในสมัยรัตน โกสินทร์ตอนต้นซึ่งมีความคลาดเคลื่อนทางข้อมูลสูง ก่อนเสนอว่าเจดีย์ยุทธหัตถี ?องค์จริง? คือเจดีย์ภูเขาทองที่อยู่ในวัดภูเขาทอง ตำบลลุมพลี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้อ้างอิงพงศาวดารฉบับต่าง ๆ ที่ให้ข้อมูลว่า สมเด็จพระนเรศวรทรง ใช้พระนครรับศึก ดังนั้นศึกยุทธหัตถีน่าจะเกิดขึ้นไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก และเจดีย์ที่โปรดให้สร้างขึ้นก็ควรจะอยู่ใกล้ ๆ อยุธยา

หลักฐานสำคัญที่อาจารย์เทพมนตรียึด คือบันทึกของแกมป์เฟอร์ (Dr. Engelbert Kaempfer) นายแพทย์ประจำคณะทูตฮอลันดาที่มาถึงอยุธยาในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (หลังเหตุการณ์ ๘๘ ปี) ซึ่งระบุว่าขุนนางสยามคนหนึ่งบอกว่าเจดีย์ภูเขาทองสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แห่ง ชัยชนะในศึกยุทธหัตถี ทั้งนี้ในบันทึกเล่มเดียวกันแกมป์เฟอร์ยังให้รายละเอียดเส้นทางสู่เจดีย์ ภูเขาทองและโครงสร้างของเจดีย์ไว้อย่างละเอียดด้วย

นอกจากพื้นที่ทั้ง ๓ แห่งข้างต้น ข้อเสนอที่ชวนตื่นตะลึงกว่าคือข้อเสนอของอาจารย์พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษประจำกรมศิลปากร ที่เสนอตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ ว่าไม่น่าจะมีการสร้างเจดีย์ยุทธหัตถีขึ้นเลยในสมัยสมเด็จพระนเรศวร อาจารย์พิเศษอธิบายว่า การสร้างเจดีย์ที่ระลึกนั้นขัดกับแนวคิดคนไทยโบราณซึ่งมักสร้างวัดทั้งวัด อีกทั้งพงศาวดารฉบับเก่า ๆ ก็ไม่กล่าวถึงเจดีย์ยุทธหัตถี มีแต่พงศาวดารยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่กล่าวถึง ซึ่งท่านสันนิษฐานว่าอาจเพราะคนเขียนพงศาวดารสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้รับ อิทธิพลจาก มหาวงษ์ พงศาวดารลังกาเรื่องพระเจ้าทุฏฐคามณิอภัย วีรกษัตริย์ชาวสิงหล ที่ไปชนช้างชนะพระเจ้าเอเฬละของชาวทมิฬแล้วสร้างเจดีย์ครอบพระศพให้นั่นเอง

ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปเรื่องสถานที่กระทำศึกยุทธหัตถี และเท่าที่ผมทราบ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ที่สุพรรณบุรีก็ยังคงเป็น ?กรณียุทธหัตถีกระแสหลัก? ที่บรรจุอยู่ในแบบเรียนกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เพียงแต่ขณะนี้เกิดปรากฏการณ์ใหม่คือ ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ในพื้นที่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ให้ ?สมานฉันท์? กันกับอนุสรณ์ดอนเจดีย์ในสุพรรณบุรีเรียบร้อยแล้ว คือสร้างเป็นพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรขณะประทับบนพระคชาธารเข้าสู่เมืองหงสาวดีคราว ยกทัพเมื่อปี ๒๑๔๒ เพื่อให้ต่างกับที่อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งปั้นเป็นรูปคราวพระนเรศวรทรงกระทำศึกยุทธหัตถี



http://www.sarakadee...ticle&artid=642

#20 User is offline   ชะโด return 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 451
  • Joined: 09-November 09

Posted 08 March 2010 - 12:28 PM

View PostRakthai, on 08 March 2010 - 11:07 AM, said:

การสืบค้นประวัติศาสตร์คือเรื่องที่เราต้องศึกษาในแง่วิชาการ ถ้าเอาแต่เชื่อทุกอย่างโดยไม่ลืมหูลืมตา เขาเรียกว่างมงาย การได้รับรู้เรื่องพวกนี้มันไม่ได้ทำให้แผ่นดินสูงขึ้นก็จริง แต่มันทำให้ระดับสมองของเรามันสูงขึ้นไม่มากก็น้อยและอาจจะก่อเกิดปัญญาให้เกิดนวัตกรรมหรือสิ่งที่มันพัฒนาขึ้น เหมือนกับถ้าทุกวันนี้เชื่อว่าโลกแบน เราก็คงจะไม่มีเว็ปไม่มีที่ให้มาประจานความโง่เง่าของตัวเองให้คนอื่นได้แอบหัวเราะ (หัวเราะดังไม่ได้ เดี๋ยวมันด่า ท่านว่าอย่าเอาพิมเสนแลกกะเกลือ-ว่าแต่พิมเสนมันเป็นยังไงเนี่ย)
พระนเรศมีพระมหากรุณาธิคุณกับประเทศไทยแค่ไหนใครก็รู้ เพราะโดนกรอกหูอยู่ทุกวัย และเราก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร อย่างไรท่านก็คือคนที่พิชิตพม่าและปลดเราจากการเป็นเมืองขึ้นของพม่า

ว่าถึงเรื่องนี้นะ ฝรั่งที่รบในสมัยนั้นชื่อ ฟาน วลิต เป็นชาวฮอลแลนด์ ก็ยืนยันว่าพระนเรศกระทำยุทธหัตถีจริงและชนะแบบที่เราได้เรียนกันมา
แต่พงศาวดารพม่าไม่ยอมรับ บอกว่าโดนยิงจากคนที่นั่งบนกูบช้าง ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายว่าทางพม่าเองก็ไม่อยากยอมรับหรอกว่าแพ้ทางพระนเรศ เขาก็ต้องมีเรื่องของเขาไว้ให้กำลังใจทหารและประชาชนเขาเหมือนกัน
มันก็แค่ประวัติศาสตร์ ในเมื่อเราเป็นคนก็น่าที่จะมีสิทธิที่จะเลือกเชื่อในสิ่งที่เชื่อ พระพุทธเจ้าท่านยังสอนให้ไม่ใช้เชื่อทุกอย่างที่เห็น ที่เรียน หรือเชื่อทุกคน ไ่งั้นปัญญาจะไม่เกิด จะมาด่ากันทำไม โตๆกันแล้ว

ว่าแต่มันเกี่ยวไรกับฮุนเซนด้วยวะ:bn25:
ถ้าตามประวัติศาสตร์ คนไท มาจากไหนยังไม่ชัด แต่เขมรครองอำนาจอยู่ในพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่มานานนับร้อยๆปี ก่อนที่จะเสื่อมลงจากภายในเอง ไทไม่ได้มาตีเขานะ เพราะตอนนั้นปัญญาจะตียังไม่มี เขมรปกครองระบบสมมุติเทพมาช้านาน แต่ไทตอนนั้นยังเป็นแค่ชุมชนอยู่เลย อาศัยมีผู้นำที่เข้มแข็งที่มาจากการเลือกตั้งนะครับ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นใหญ่มาได้เพราะผู้อื่นเห็นว่าเข้มแข็งและสามารถที่จะเป็นผู้นำได้เลยเลือกให้เป็นผู้นำ (ผู้นำนะครับไม่ใช่กษัตริย์) แต่ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีดีมันกลายเป็นระบบสมมุติเทพได้ สืบสายเลือดเทพ คนอื่นไม่มีสิทธิ์ ทั้งที่สายเลือดมันไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าจะเก่งกาจและเป็นผู้นำที่ดีได้
เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไง:bn18:




แล้วทำไมต้องไปศึกษาอะไรด้วยละ....ก็เราชนะศึก ไม่เห็นต้องไปสนใจวิชาการของคนอื่นเลย ถึงให้มีหลักฐานอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่สุดแล้วเราก็ ชนะพม่า อยู่ดี

หรือพวกคุณจะออกแถลงข่าวละว่าประวัติศาสตร์ที่เข้าใจกันมาผิด จริงๆแล้ว พม่าชนะเราแบบนี้เหรอ.........................ฅวย....

#21 User is offline   3516 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 2,706
  • Joined: 29-January 08

Posted 08 March 2010 - 12:32 PM

View Postชะโด return, on 08 March 2010 - 12:28 PM, said:

แล้วทำไมต้องไปศึกษาอะไรด้วยละ....ก็เราชนะศึก ไม่เห็นต้องไปสนใจวิชาการของคนอื่นเลย ถึงให้มีหลักฐานอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่สุดแล้วเราก็ ชนะพม่า อยู่ดี

หรือพวกคุณจะออกแถลงข่าวละว่าประวัติศาสตร์ที่เข้าใจกันมาผิด จริงๆแล้ว พม่าชนะเราแบบนี้เหรอ.........................ฅวย....




คุณไม่สนใจก็เป็นเรื่องของคุณครับ..คนสนใจเขามีอยู่ :bn41:

#22 User is offline   ครอบครัวมาเฟีย 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 340
  • Joined: 07-March 08

Posted 08 March 2010 - 12:33 PM

ถ้าตั้งสมมุติฐานว่า พงศาวดารอยุธยา และหงสาวดี ล้วนโกหก แต่เหตุการณ์ในตอนนั้นมันก็ทำให้พงศาวดารหงสาฯ มีความน่าเชื่อถือกว่าของอยุธยาอยู่ดี

คนจะมาเป็นแม่ทัพได้ ไม่มีใครโง่หรอก ไอ้ประเภทจะออกไปดวลกัน 1-1 มันมีแต่ในนิทานหลอกพวกรอยัลลิสต์กาก ๆ มันสมองอะมีบา
หน้าที่ของแม่ทัพคือ บัญชาการกองทัพ ไม่ใช่ออกไปไล่ยิงไล่ฟัน

กำลังรบทางหงสาวดีตอนนั้นได้เปรียบทางอยุธยาอยู่ 3-4 เท่าตัว มันเรื่องห่าอะไรที่แม่ทัพหงสาฯจะต้องมาดวลเดี่ยวกับแม่ทัพอยุธยา ซึ่งโอกาสรอดก็แค่ 50-50
ค่อย ๆ จัดทัพออกไปบดทีละชุด ทีละชุด เดี๋ยวพอกำลังหลักของฝ่ายอยุธยาหายไปเกินร้อยละ60- 70 พระเนรศแม่ทัพอยุธยาก็เปิดตูดกลับไปตั้งหลักเอง ไม่ต้องไปดวลเดี่ยวให้เมื่อย

ทางอยุธยาก็รู้ว่าตัวเองกำลังรบน้อยกว่า แถมยังเป็นทหารบ้านที่โดนลากมาซะเยอะ พวกนี้เวลาเห็นท่าไม่ดีจะเสียขวัญเร็วมาก ฉะนั้นทางเดียวที่พอจะมีโอกาสชนะคือ
ตั้งขบวนทัพหัวหอกตีตัดกองหน้าของหงสาฯเข้าไปที่ทัพหลัก แล้วจัดการแม่ทัพซะ

แต่ช้างแม่ทัพอยุธยาดันเกิดตกมันซะก่อน (นี่ล่ะว่ะสงครามสมัยโบราณ ปัจจัยเล็ก ๆ ก็ทำให้ผลเปลี่ยนได้)
วิ่งมุดเข้าไปที่แนวหลังทัพหงสา ทางอยุธยาก็ต้องรักษาชีวิตเเม่ทัพตัวเองเหมือนกัน
กองทหารรักษาขาช้างก็ต้องวิ่งตามเข้าไปด้วย (ตามไม่ทันโดนประหารไปก็เยอะ)หน่วยปืนหลังช้างก็ต้องระดมยิงสนับสนุน
ทีนี้พอทางช้าง(หมายถึงคนที่อยู่บนหลังช้าง)พระเนรศเห็นธงแม่ทัพของพระอุปราชาก็เข้าแผนโดยบังเอิญ

ปืนใหญ่/เล็ก บนหลังช้างทุกกระบอก ก็ต้องระดมยิงไปที่ธงแม่ทัพหงสาฯ
ปืนใหญ่สมัยนั้นไม่ได้กระจอก ๆ มีหมดทั้งกระสุนโซ่ กระสุนลูกปราย กระสุนตกระเบิด
ยิงยัดเข้าไปเยอะ ๆ มันก็ต้องมีโดนกันมั่ง มันก็แค่นี้

เดี๋ยวก็จะมีไอ้พวกโง่มาแย้งอีกว่า
"แล้วทำไม ไม่เอาปืนใหญ่ยิงตั้งแต่แรกเลยก็จบ ไม่เห็นต้องไสช้างเข้าไปเลย"

อ่ะตอบเผื่อ
"กูบอกไปแล้วว่า คนจะมาเป็นแม่ทัพได้ไม่มีใครโง่ เค้าไม่ตั้งกำลังหลักไว้ในระยะที่ปืนใหญ่ยิงถึงกันหรอก
ถ้ากระสุนเริ่มตกเฉียด เค้าก็สั่งเดินถอยร้อยก้าว สองร้อยก้าว ว่ากันไป......"

#23 User is offline   big boss 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,131
  • Joined: 14-October 08

Posted 08 March 2010 - 12:35 PM

View Postชะโด return, on 08 March 2010 - 12:28 PM, said:

แล้วทำไมต้องไปศึกษาอะไรด้วยละ....ก็เราชนะศึก ไม่เห็นต้องไปสนใจวิชาการของคนอื่นเลย ถึงให้มีหลักฐานอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่สุดแล้วเราก็ ชนะพม่า อยู่ดี

หรือพวกคุณจะออกแถลงข่าวละว่าประวัติศาสตร์ที่เข้าใจกันมาผิด จริงๆแล้ว พม่าชนะเราแบบนี้เหรอ.........................ฅวย....


เหอ เหอ ไม่ต้องไปสนใจใคร กูเชื่อของกูแบบนี้ กูก็จะเชื่อต่อไป ต่อให้ใครมีหลักฐานอะไรมาโต้แย้ง กูก็ไม่สน

มีความคิดควยๆแบบนี้ ก็ดักดานต่อไปเหอะ :bn45:

#24 User is offline   ครอบครัวมาเฟีย 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 340
  • Joined: 07-March 08

Posted 08 March 2010 - 12:41 PM

ไอ้ชะโดนี่โง่เกินบรรยาย สมองส่วนเหตุผล และคิดวิเคราะห์ ไม่น่าจะเกินเด็ก 4 ขวบ

ที่เถียง ๆ กันนี่ เค้าไม่ได้หมายความว่าจะแก้ประวัติศาสตร์เป็นอยุธยาแพ้หงสาวดี

เค้ากำลังวิเคราะห์ว่าชนะกันยังไง..... :bn18:

#25 User is offline   3516 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 2,706
  • Joined: 29-January 08

Posted 08 March 2010 - 12:49 PM

GINGALL, or JINGAL

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

http://bbs.news.163..../160962751.html

  • (5 Pages)
  • +
  • 1
  • 2
  • 3
  • Last »
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic