ชุมชนคนเหมือนกัน : ประมวลข้อมูล ข่าวสารทั่วไป เรื่องราว การจัดตั้งองค์การจัดระเบียบประเทศไทย เปลี่ยนระบอบ สถานการณ์บังคับให้ประชาชนลุกฮือทำสงครามกลางเมือง พวกเหี้ยกาลีบ้านเมิอง ฉิบหายตายโหง - ชุมชนคนเหมือนกัน

Jump to content

  • (2 Pages)
  • +
  • 1
  • 2
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic

ประมวลข้อมูล ข่าวสารทั่วไป เรื่องราว การจัดตั้งองค์การจัดระเบียบประเทศไทย เปลี่ยนระบอบ สถานการณ์บังคับให้ประชาชนลุกฮือทำสงครามกลางเมือง พวกเหี้ยกาลีบ้านเมิอง ฉิบหายตายโหง UpDateเหตุการณ์ฆ่าล้างประชาชน ถามองค์การจัดระเบียบประเทศไทย คลิปวิดีโอ Rate Topic: -----

#1 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 18 November 2010 - 07:26 AM


23 Aug 12, 11:02 AM
Liyong: เสวนาวิชาการ ศาล ICC http://www.youtube.c...h?v=pSmKNCYap4Y http://www.youtube.c...h?v=JCYSd-UpRGM http://www.youtube.c...h?v=8ibhlDmUZpI
23 Aug 12, 11:04 AM
Liyong: เสวนาประชาชน http://www.youtube.c...h?v=j0ZO_mj9WlU http://www.youtube.c...h?v=1sVBAaVCjKk http://www.youtube.c...h?v=sPx6l-mLyzE
23 Aug 12, 01:01 PM
lusy: คลิปรายการนินทาเมืองไทย โดยคุณโด่งและคุณแสงเทียน.23.08.2555 http://www.smgermany...ile=read&id=650
23 Aug 12, 01:29 PM
sisisi: LM Prisoners beaten in prison on the orders of wardens! http://file-storage....b2.TqHmrANQ.flv
23 Aug 12, 01:32 PM
sisisi: Thai royal insult inmates 'pariahs' http://www.news24.co...ariahs-20120823 news24.com Locked up for breaking Thailand's most enduring taboo, the kingdom's "royal insult" prisoners say they face mistreatment from jail guards and are shunned even by common criminals.
23 Aug 12, 01:47 PM
sisisi: Royal Anthem https://vimeo.com/47370259 vimeo.com stop...
23 Aug 12, 02:46 PM
sisisi: King Bhumibol's Thailand http://galeon.com/stoplesemajeste Otros servicios ofrecidos por HispaVista: galeon.com Welcome to King Bhumibol's Thailand This is the first video which youtube banned from my youtube channel 15yearsprison, for "terms of use violation". It stayed up for only 4 hours, but in that time it was seen more than 700...
23 Aug 12, 02:52 PM
sisisi: http://www.galeon.co...endsofgibraltar Spain Finally Admits: It's taken Spaniards 300 years to surrender, but today at the European Court of Justice, Spain finally admitted that Gibraltar is British and that they recognise section X of the Treaty of Utrecht which gives The UK sovereignty...
23 Aug 12, 07:54 PM
redred: พวกฝุ่นใต้ตีนเนี่ยถึงจะใช้เครื่องดูดฝุ่นพลังสูงแค่ไหนก้อหลุดออกจากตีนไอ้บอดไม่ได้
23 Aug 12, 11:32 PM
Kaman: อย่าลืมนะครับพี่น้องชาวเสื้อแดงทุกๆท่านโปรดไปร่วมงานวัน" รัฐบาลพบประชาชน" ในจังหวัดของท่านในวันพรุ่งนี้และวันมะรืนนี้ สนับสนุนกิจกรรมของรัฐบาลของเราให้มากๆ
23 Aug 12, 11:33 PM
Kaman: มันคืออีกหน้าฉากหนึ่งของการเข้าถึงปชช. ที่ไอ้พรรคประชาธิเปรตคาดไม่ถึง
23 Aug 12, 11:34 PM
Kaman: และเป็นอีกฉากหนึ่งที่ให้ข้ารัฐการระดับบริหารได้เข้าไปคลุกคลีรับใช้ปชช. มากกว่าการเป็นเจ้านายแบบอำมาตย์
23 Aug 12, 11:34 PM
lungyuth ramindra: อีกช่องทางหนึ่งของการดาวน์โหลด รายการ วิกฤตเมืองไทย 24 ส.ค 2555 หัวข้อ 112 โดย คุณ รักประชาธิปไตย ดร. พงศ์ ขนาด 15,401 Kb ความยาว 02:11:25 ออกอากาศทางสถานี วิทยุ กระจายเสียง นปช Los Angeles, California http://www.mediafire...l1xbb5yzdi5s6nt http://www.2shared.c...____small_.html



เผด็จการทหารไทย
http://leeds01-02.blogspot.com/

ใครสั่งฆ่า? ... วางระเบิดเครื่องบินทักษิณ 3 มีนาคม 2544


วางระเบิดเครื่องบินทักษิณ 3 มีนาคม 2544

วันที่ 3 มีนาคม 2544 หลายคนยังจำกัน ได้ในสมัย "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรี
ในครั้งนั้นเป็นข่าว ครึกโครมไปทั่วประเทศและทั่วโลกเมื่อ เครื่องบินของสายการบินไทย ที่จอด
เทียบท่าอยู่สนามบินดอนเมือง เพื่อรอรับผู้โดยสารบินไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยหนึ่งในผู้โดยสาร
ในเที่ยวบินดังกล่าว ก็มีผู้นำของประเทศ "พ.ต. ต.ทักษิณ" ก่อนที่ผู้โดยสาร ขึ้นเครื่องไม่กี่นาที
เครื่องบินลำดังกล่าวเกิดระเบิดขึ้น กลางสนามบินดอนเมือง สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คน
จำนวนมาก โชคดีของผู้โดยสารที่ยังไม่มีใครขึ้นบนเครื่องบิน จึงไม่มีใครสังเวยชีวิตในครั้งนั้น
แต่ก็เป็นที่กังขาของหลายฝ่ายว่าระเบิดเครื่องบินไทยครั้งนั้นเกิดจากเหตุอะไรกันแน่
ลอบวางระเบิดนายกฯ..? วินาศกรรม..? ความประมาท..? อุบัติเหตุ..?
จนวันนี้คำถามเหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับความชัดเจน



Posted Image

24 ชั่วโมงของทักษิณ: บทที่ 1 เสียงโทรศัพท์ยามรุ่งอรุณ (ตอนที่1)

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ทักษิณเอาชีวิตรอดมาได้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 มีนาคม2544
เมื่อ เขาได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียง 25 วันเขาก็ได้รับรู้รสชาติของการถูกลอบสังหารในวันนั้น
เครื่องบินโบอิ้ง 747 ลำหนึ่งของการบินไทยซึ่งบรรทุกผู้โดยสารจำนวน 129 คนเดินทางจากกรุงเทพฯ
ไป ยังจังหวัดเชียงใหม่ผู้โดยสารบนเครื่องซึ่งรวมทั้งทักษิณที่เพิ่งได้รับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย
ลูกชายรวมทั้งข้าราชการจำนวน 20 คนเตรียมพร้อมขึ้นเครื่องวินาทีที่เครื่องบินเตรียมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
นั้น ที่นั่งชั้นหนึ่งหมายเลข 11A ที่เขาได้จองไว้เกิดระเบิดขึ้นกะทันหัน ผู้โดยสารที่อยู่บริเวณรอบๆที่นั่งนั้น
ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากแต่ที่โชค ดีก็คือที่นั่งนี้ไม่มีใครนั่งอยู่ในตอนนั้น ทักษิณผู้ซึ่งตรงต่อเวลามาโดย
ตลอดตัดสินใจที่จะรอลูกชายซึ่งก็คือนายพาน ทองแท้ที่มาถึงช้า วันนั้นลูกชายก็ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไม
ถึงมาช้า 25 นาทีแต่ในที่สุดก็ได้ช่วยชีวิตพ่อของตนไว้ได้


ดาวโหลดไฟล์ข้อมูลการระเบิด http://www.karoon-sa...nce_thaksin.pdf



Posted Image Posted Image

โบอิ้ง 737-400 เวอร์ชั่น 1 (734) 9 ลำ ชั้น ธุรกิจ จัดแบบ 2-2 จำนวน 12 ที่ นั่ง ,
ชั้นประหยัด จัดแบบ 3-3 จำนวน 137 ที่นั่ง รวมทั้งหมดจำนวน 149 ที่นั่ง

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน กองสรรพาวุธ สถาบันนิติ เวชวิทยา พนักงานสอบสวน
กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และแผนกทำลายวัตถุระเบิด
กรมสรรพาวุธทหาร อากาศ ได้นำเขม่าที่ติดอยู่กับชิ้นส่วนของเครื่องบินและที่ศพผู้เสียชีวิตไปตรวจ สอบ
ด้วยเครื่องมือ Gas Chromatograph พบสาร Research Department Explosive (RDX) เป็นส่วนใหญ่
และสารประกอบประเภท Chlorates ด้วย โดยที่สาร RDX เป็นส่วนประกอบ สำคัญของดินระเบิดแบบ
ซีโฟร์ (Composition-4) คณะพนักงานสอบของ สตช.ได้ข้อสรุปเบื้องต้น เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2544 ว่า

การระเบิดขึ้นในบริเวณห้อง เก็บสินค้าส่วนด้านหน้าในสุด ค่อนไปทางซ้ายของลำตัวเครื่องบิน
บริเวณใต้ ที่นั่งชั้นประหยัด (Y-Class) หมายเลข 32-36 ห่างจากที่นั่งชั้น ธุรกิจ (J-Class)
ประมาณ 5-6 แถว


http://www.eppo.go.t...5-01-22.html#16



Posted Image
Boeing 737-4D7 HS-TDC

รายงานการปฏิบัติของคณะกรรมการสอบสวนกรณีอันเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ของ

อากาศยานในราชอาณาจักรกรณีเครื่องบินแบบ BOEING 737-400 เกิดเหตุเพลิงไหม้

คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ รายงานการปฏิบัติของคณะกรรมการสอบสวนกรณีอันเกี่ยวกับ
อุบัติเหตุของอากาศยาน ในราชอาณาจักร กรณีเครื่องบินแบบ BOEING 737 - 400 เกิดเหตุเพลิงไหม้ สรุปได้ ดังนี้

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2544 เครื่องบินแบบ BOEING 737 - 400 เครื่องหมายสัญชาติและทะเบียน HS-TDC ของ
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เกิดเพลิงลุกไหม้เครื่องบินทั้งลำ ขณะจอดอยู่ที่บริเวณหลุมจอดที่ 62
ท่าอากาศยานกรุงเทพ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 คน เสียชีวิต จำนวน 1 คน และเครื่องบินได้รับความเสียหาย
ทั้งลำ

เครื่องบินลำดังกล่าวซึ่งทำการบิน เส้นทางภายในประเทศและเส้นทางระหว่าง ประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดย
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2544 ได้ทำการบินมาแล้วจำนวน 4 เที่ยวบิน คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-ตรัง และ ตรัง-กรุงเทพฯ
เส้นทาง กรุงเทพฯ-พิษณุโลก และ พิษณุโลก-กรุงเทพฯ ขณะที่เครื่องบินจอดบริเวณหลุมจอดที่ 62 อาคารผู้โดย
สารภายในประเทศ ท่าอากาศยานกรุงเทพ เพื่อจะทำการบินในเที่ยวบินที่ 5 เส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ในเวลา
15 นาฬิกา 15 นาที โดยก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานต่อเครื่องบิน จำนวน 5กลุ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่
ของบริษัท การบินไทยฯ ได้ทำการตรวจซ่อมเครื่องปรับอากาศของเครื่องบินลำนี้ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2544 เวลา 11
นาฬิกา 25 นาที ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ ก่อนทำการบินไปท่าอากาศยานพิษณุโลก ต่อมาเวลาประมาณ 15 นาฬิกา
40นาที เครื่องบินลำดังกล่าวได้เกิดระเบิด และเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณกลางลำตัวเครื่องบินลุกลามไปส่วนต่างๆ
ของเครื่องบินอย่างรวดเร็ว และอีก 18 นาทีต่อมา ถังเชื้อเพลิงที่ปีกขวาเกิดระเบิด จากเหตุการณ์นี้ทำให้เครื่องบินได้
รับความเสียหายทั้งลำ



Posted Image

การปฏิบัติของหน่วยที่รับผิดชอบภายหลังเครื่องบินเกิดเหตุระเบิด


1. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน กองสรรพาวุธ สถาบันนิติเวชวิทยา พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจ

นครบาล 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และแผนกทำลายวัตถุระเบิด กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้นำเขม่าที่ติด
อยู่กับชิ้นส่วนของเครื่องบินและที่ศพผู้เสียชีวิตไปตรวจ สอบด้วยเครื่องมือ Gas Chromatograph พบสาร
Research Department Explosive (RDX) เป็นส่วนใหญ่ และสารประกอบประเภท Chlorates ด้วย โดยที่สาร
RDX เป็นส่วนประกอบสำคัญของดินระเบิดแบบซีโฟร์ (Composition-4) คณะพนักงานสอบสวนของสำนัก
งานตำรวจแห่งชาติ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นเมื่อ วันที่ 6 มีนาคม 2544 ว่าการระเบิดเกิดขึ้นในบริเวณห้องเก็บสินค้า
ส่วนด้านหน้าในสุด ค่อนไปทางซ้ายของลำตัวเครื่องบิน บริเวณใต้ที่นั่งชั้นประหยัด (Y-Class) หมายเลข32-36
ห่างจากที่นั่งชั้นธุรกิจ (J-Class) ประมาณ 5-6 แถว

2. ในวันที่ 6 มีนาคม 2544 คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้จัดให้มีการประชุมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ปรากฏ

ว่าที่ประชุมยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น การก่อวินาศกรรมหรืออุบัติเหตุ ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้ คณะกรรม
การสอบสวนฯ จะดำเนินการควบคู่ไปกับคณะกรรมการสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอนุญาตให้
เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น Accredit Representative และคณะ
ที่ปรึกษา เข้าร่วมการสอบสวนกับคณะกรรมการสอบสวนฯ

3. ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานสหรัฐฯ ได้แก่ National Transportation Safety Board (NTSB)

เป็น หน่วยงานในการสอบสวนกรณียานพาหนะของสหรัฐอเมริกาประสบอุบัติเหตุ และ Federal Aviation Abminis
tration (FAA) เป็นหน่วยงานที่ควบคุมเกี่ยวกับกฎระเบียบการบินของสหรัฐฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของ
บริษัทโบอิ้ง Boeing ได้ขอเข้าร่วมการสอบสวนกับคณะกรรมการสอบสวนฯ ในฐานะประเทศผู้สร้างเครื่องบิน
ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น Accredit Representative และเป็นคณะที่ปรึกษา หลังจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐ
อเมริกาได้ตรวจสอบซากเครื่องบินพบว่ามี การระเบิดของถังเชื้อเพลิงกลางลำตัวเครื่องบิน (Center Tank)โดย
สาเหตุหลักที่นำไปสู่การระเบิดของถังเชื้อเพลิงฯ นั้น สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากเหตุ 3 ประการ คือ
1) การวางระเบิดในห้องผู้โดยสาร (Cabin) เหนือบริเวณถังเชื้อเพลิงกลางลำตัวเครื่องบิน
2) จากระบบของเครื่องบิน บริเวณถังเชื้อเพลิงกลางลำตัวเครื่องบิน
3) จากเหตุอื่น ๆ ซึ่งยังไม่สามารถพบหลักฐานในขณะนี้
4. จากการนำชิ้นส่วนตัวอย่างส่งไปวิเคราะห์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเบื้องต้นไม่พบสาร RDX และต้องนำชิ้นส่วน

ตัวอย่างอื่นๆของเครื่องบินไปทำการวิเคราะห์หาสารเคมีต่อไปซึ่งจะต้องใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์อีกระยะหนึ่ง

ในวันที่ 21 มิถุนายน 2544 NTSB ได้มีหนังสือแจ้งผลการดำเนินงานไปแล้ว โดยได้ถอดและแยกชิ้นส่วนต่าง ๆ
ที่นำมาจากเครื่องบินเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่พบต้นเหตุของการจุด
ระเบิด ปั๊มเชื้อเพลิงและเครื่องวัดเชื้อเพลิงยังต้องทำการตรวจสอบต่อไปเนื่องจากพบว่ามีรอยขูดขีดและมีวัตถุแปลก
ปลอมถูกกดเข้าไป ในขณะที่ FUEL GAGE CONNECTOR เกิดความเสียหาย ซึ่งอาจเนื่องมาจากไฟฟ้าลัดวงจร จึง
ต้องทำการตรวจสอบ โดยใช้ SCANNING ELECTRON MICROSCOPE ขณะนี้ได้ทำการทดสอบปั๊มเชื้อเพลิงไป
แล้วหนึ่งเรื่อง และกำลังวางแผนในการทดสอบอื่นๆต่อไป เพื่อหาความเป็นไปได้ของ การเกิดประกายไฟ ขณะที่
วัตถุแปลกปลอมถูกดูดเข้าไป และแหล่งของการจุดระเบิดที่เป็นไปได้ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการทำงานของมอเตอร์หรือ
ลูกปืนปั๊มเชื้อเพลิงเป็นระยะ เวลานาน โดยไม่มีการระบายความร้อนจากเชื้อเพลิง

ในวันที่ 6 สิงหาคม 2544 คณะเจ้าหน้าที่จาก NTSB และ BOEING จำนวน 5คน ได้เดินทางมายังประเทศไทย และ
ได้บรรยายสรุปการปฏิบัติงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ณ ห้องประชุม ฝ่ายเสนาธิการทหารอากาศ โดยมี ประธานคณะ
กรรมการสอบสวนกรณีอันเกี่ยวกับอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักร เป็นประธานฯ โดยสรุปได้ดังนี้ ที่เกี่ยว
ข้องไปตรวจสอบเพิ่มเติมหลังจากที่บรรยายสรุป คณะเจ้าหน้าที่จาก NTSB และ BOEING ได้เดินทางไปโรงเก็บซาก
ชิ้นส่วนเครื่องบิน เพื่อตรวจสอบและคัดเลือกชิ้นส่วนใหม่ที่เกี่ยวข้องในช่วงระหว่างวันที่ 6 - 10 สิงหาคม 2544 ภายใต้
การดูแลของคณะกรรมการสอบสวนฯ ทั้งนี้ เพื่อนำไปตรวจสอบเพิ่มเติม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ซากเครื่องบิน ชิ้นส่วนต่าง ๆ ตลอดจนการส่งชิ้นส่วนไปตรวจสอบในห้อง
ปฏิบัติการอย่างละเอียด ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่คาดว่าจะนำไปสู่การระเบิด แต่มีอุปกรณ์หลายอย่างอยู่ระหว่าง
การตรวจสอบวิเคราะห์ เช่น เครื่องวัดปริมาณเชื้อเพลิงอาจมีการลัดวงจรเกิดขึ้นภายในเครื่องวัด สวิตซ์ไฟฟ้า
(FLOAT SWITCH) ในถังเชื้อเพลิงด้านขวาเกิดการแตกร้าว ปั๊มเชื้อเพลิงที่ถังเชื้อเพลิงกลางพบมีสิ่งแปลกปลอม
และรอยขีดข่วนเกิดขึ้นภายใน และถ่ายเทประจุไฟฟ้าสถิต (STATIC ELECTRICITY) ที่สาย BONDING ของชุด
VENT VALVE ของถังเชื้อเพลิง เป็นต้น ในการดำเนินการขั้นต่อไปของคณะเจ้าหน้าที่จาก NTSB จะได้ทำการตรวจ
สอบวิเคราะห์ต่าง ๆ ที่มีสิ่งผิดปกติดังกล่าวข้างต้น และนำชิ้นส่วนใหม่

ในวันที่ 2 ตุลาคม 2544 The National Transportation Safety Board (NTSB) ได้แจ้งให้ทราบว่า


1. จากการพบร่องรอย (Marks) ที่บริเวณ Pump Inlets NTSB ร่วมกับ Federal Aviation Administration (FAA)
และบริษัท Boeing ได้จัดเตรียมแผนการตรวจสอบการทำงานของ Pump ดังกล่าว ซึ่งห้องทดลองได้ถูกสร้าง
ขึ้นโดย บริษัท Boeing
2. ชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้แก่ Wiring, Fuel Vent Valves, Fuel Quantity Probes และ Fuel Filter ได้ถูกจัดส่งไปยังห้องทด
ลองต่าง ๆ เพื่อทำการตรวจสอบ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2544 NTSB ได้แจ้งให้ทราบว่า มีความจำเป็นต้องรื้อ
Wing Tank Fuel Pumps ทั้งสอง เพื่อตรวจสอบ ซึ่งจะให้ Pumps ทั้งสองดังกล่าว ไม่สามารถนำกลับมาใช้งาน
ได้อีก คณะกรรมการสอบสวนฯ จึงได้แจ้งให้ NTSB ทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป


ในวันที่ 4 มกราคม 2545 NTSB ได้ส่งรายงานการตรวจสอบรูบริเวณผนังด้านข้างของเครื่องบินว่า ลักษณะรอยแตก
และการเสียรูปของรูดังกล่าว เกิดจากการโดนวัตถุทะลุพื้นผิวจากภายนอกเข้าไปยังภายใน จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ไว้ในชั้นหนึ่งก่อน และหากมีข้อมูลเพิ่มเติมจักได้รายงานให้ทราบต่อไป
http://www.thaicabin...php?f=6&t=40347


Posted Image Posted Image

Boeing 737-400

https://khunnamob.gl...ic-t309-120.htm


พ.ต.ท.ทักษิณ : ถ้าดูจากการวางกระสอบทราย การบังคับทิศทางอะไรต่างๆ เจ้าหน้าที่ รปภ. ตนเห็นรถคันนี้ที่จอดอยู่ เขาวิทยุแจ้งข้างหลังว่ามีรถเป้าหมาย เพราะเนื่องจากเขามีรูปถ่ายรถคันนี้อยู่ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.มีตุ๊กตา มีอะไรรูปพรรณสันฐาน และทะเบียนปลอมที่ใช้ก็ใช้ทะเบียนเดิม กับที่ไปจอดเมื่อวันที่ 9 ส.ค. โดยจอดที่ทางออกสนามบิน เมื่อวานที่ผมพูดบางคนไม่รู้ นึกว่ารถไปวนเวียนที่บ้านไม่ใช่ คือไปตั้งแต่วันที่ 9-10 ส.ค.นั้นคือที่ บน.6 ทางออกจาก บน.6 แถวร้านเจ๊เล้งตรงนั้น

๐ เห็นบอกว่ามีคนอยู่เบื้องหลังเป็นกลุ่มบุคคล

พ.ต.ท.ทักษิณ : วันนั้นที่เขาบอกมามันมีชื่อ ประมาณ 4 คน เป็นทหารหมดเลย

๐ ผู้ต้องหายังปากแข็งจะทำให้เป็นปัญหา สาวไม่ถึงตัวบงการ

พ.ต.ท.ทักษิณ : ที่ให้การค่อนข้างจะโกหกอย่างชัดเจน เพราะรถคันนี้ออกจาก กอ.รมน. บังเอิญเราให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปขอความร่วมมือเอาสมุดคุมรถเข้า- ออก ก็รู้ว่ารถคันนี้ออกเมื่อเวลา 05.45 น. ออกจาก กอ.รมน.

๐ แสดงว่าดูจากหลักฐานแล้วเป็นการวางแผนกันเป็นขบวนการ

พ.ต.ท.ทักษิณ : ใช่

๐ ขบวนการตรงนี้ใหญ่มากจะสาวถึงตัวผู้บงการหรือไม่

พ.ต.ท.ทักษิณ : พอรู้กลุ่ม แต่ต้องจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่ม ....."


จุดห่าง150ม.รถพังยับเยิน ถ่ายวีดิโอใช้น็อค"5ทหาร"


ผบช.ก.ยันคดีลอบสังหารนายกฯยังไม่มีจับเพิ่ม ตั้ง 4 นาย ตร.ให้ข่าวสื่อกันสับสน ห่วงทำตำรวจขัดแย้งทหาร สงสัยรถนิสสันขนอาวุธเตรียมถล่มซ้ำ ยืม ปปส.-สวมทะเบียน เร่งหาพยานยัน 2 จ่า"อ.-ร."ร่วมทีมบึ้ม ทีมสืบสวนนำรถเก่าทดลองซุกระเบิดใช้วิทยุบังคับบึ้ม 150 เมตร ผลแหลกเป็นชิ้น ถ่ายวิดีโอเก็บเข้าสำนวนหวังใช้มัด 5 ทหารผู้ต้องหา "พัลลภ"ขำคำ"จ่ายักษ์"สารภาพ สนุกยิ่งกว่าหนังจีน


**บิ๊กตร.ยันคดีลอบสังหารยังไม่มีจับเพิ่ม

ทีมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดีลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกับพวก เครียดจัดข่าวออกมาทำสับสน เรียกประชุมกำหนด 4 นายตำรวจเป็นผู้ให้ข่าวสื่อมวลชน ด้านชุดเชี่ยวชาญวัตถุระเบิดนครบาล นำรถทดสอบระเบิดโดยจำลองย่อส่วนขนาด 1 ต่อ 4 แบบเดียวกับที่คนร้ายใช้วางไว้ในรถแดวูคันก่อเหตุในค่ายทหารพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ผลรถทดลองระเบิดแหลกเหลือแต่ซาก เตรียมใช้เป็นข้อมูลนำสืบมัดขบวนการลอบสังหาร ขณะที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.กอ.รมน.) ออกมาปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณที่เกิดขึ้นและบอกว่าคนไทยกำลังได้ดูหนังสนุก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กันยายน พล.ต.ท.มนตรี จำรูญ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินออกหมายจับหรือหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องในคดีเพิ่มเติม ยังคงมีแค่ 5 นายทหารซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาพยายามลอบสังหารนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ พ.อ.สุรพล สุประดิษฐ์ หรือเสธ.ตี๋ พล.ต.ไพโรจน์ ธีระภาพ ซึ่งยังให้การปฏิเสธ และ จ.ส.อ.ชาคริต จันทระ หรือจ่ายักษ์ ผู้ต้องหาคนเดียวซึ่งให้การรับสารภาพและซัดทอดผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบังคับการกองปราบปราม พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมพนักงานสอบสวนคดีลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีว่า ตามที่มีสื่อออกข่าวว่าจะมีการออกหมายเรียกนายทหารยศจ่า 2 นาย สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี ที่มีรายงานระบุว่าเป็นมือประกอบระเบิดเป็นเพียงข่าวโคมลอย และขอยืนยันว่าไม่มีการพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม อยู่ระหว่างสอบสวน

**เครียดข่าวสับสน-ตั้ง4นายตร.ให้ข่าวสื่อ

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.มนตรี จำรูญ ผบช.ก. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผู้บังคับการกองบังคับการกองปราบปราม (ผบก.บก.ป.) ร่วมกันแถลงข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ตลอดเวลาที่คณะพนักงานสอบสวนได้ร่วมกันทำคดีมา พนักงานสอบสวนจะไม่ให้ข่าวที่เกินกว่าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานได้ ไม่เคยให้ข่าวล่วงหน้า แต่ขณะนี้ข่าวที่ออกมาอยากให้เข้าใจว่าทำให้เกิดความสับสนอย่างมาก สังคมจะเข้าใจผิดว่าพนักงานสอบสวนนำความลับไปเปิดเผยหรือทำให้กระทบกับผู้อื่นที่อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.มนตรีกล่าวว่า ข่าวที่นำเสนอทางสื่อบางส่วนไม่ใช่สิ่งที่พนักงานสอบสวนดำเนินการ เช่น กรณีที่ระบุว่ามีทหารยศนายพลเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม มีผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี 7-8 คน รวมทั้งมีรถตรากงจักร เหล่านี้จะทำให้เกิดความสับสน จึงตกลงกันในที่ประชุมว่าจะมีผู้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนเพียง 4 คน ประกอบด้วย ตน พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.เจตน์ และ พล.ต.ต.วินัย เท่านั้น

"ข่าวที่สื่อมวลชนได้รับขอให้อย่าเชื่อว่าเป็นจริงทั้งหมด โดยไม่กลั่นกรองก่อนนำเสนอ หรือไปเชื่อแหล่งข่าวทันที คดีนี้มีสื่อมวลชนทุกแขนงเฝ้าติดตามความคืบหน้าทุกวัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่มีการแถลงข่าวได้ทุกวันต้องขอเวลาให้พนักงานสอบสวนได้ทำงานบ้าง ผมไม่คิดที่จะปฏิเสธไม่ให้ข่าว แต่จะให้ข่าวเท่าที่จำเป็น และเป็นระยะๆ เมื่อคดีมีความคืบหน้า" พล.ต.ท.มนตรีกล่าว

**ห่วงข้อมูลสำนวนหลุดทำตร.ขัดแย้งทหาร

ส่วนความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน พล.ต.ท.มนตรีกล่าวว่า ยังคงมีผู้ต้องหาในคดีเพียง 5 ราย ส่วนพยานหลักฐานที่ได้มาเพิ่มเติมต้องขอเวลาตรวจสอบ และวิเคราะห์ความเกี่ยวข้องว่าเชื่อมโยงกับคดีได้หรือไม่เพียงใด สำหรับกรณีที่จะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมนอกจากนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวพนักงานสอบสวนหลายนายได้ติดต่อมายังผู้สื่อข่าว พร้อมกับสอบถามถึงแหล่งที่มาของข่าวที่หลุดออกไปยังสื่อมวลชน เนื่องจากหลายเรื่องที่หลุดออกมานั้นอยู่ในสำนวนการสอบสวนจริง ขณะที่บางเรื่องเป็นเรื่องที่ชุดสืบสวนในทางลับกำลังติดตามอยู่ พนักงานสอบสวนจึงพยายามขอร้องไม่ให้นำข้อมูลแนวทางการสืบสวนของตำรวจไปเปิดเผย เพราะเกรงว่าข้อมูลที่หลุดออกไปจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างทหารกับตำรวจ เนื่องจากมีนายทหารระดับสูงหลายนายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้

**สอบปากคำเพิ่ม4ทหารผู้ต้องหา

ต่อมาเวลา 13.30 น. พนักงานสอบสวนกองปราบปราม นำตัว จ.ส.อ.ชาคริต หรือจ่ายักษ์ จากห้องคุมขังไปสอบสวนเพิ่มเติม โดยมีตำรวจคอมมานโดคุ้มกันอย่างแน่นหนาขึ้นบันไดด้านข้างของอาคารกองปราบปราม ซึ่ง จ.ส.อ.ชาคริตไม่พูดใดๆ กับผู้สื่อข่าวทั้งสิ้น และระหว่างนั้นตำรวจคอมมานโดพยายามกันไม่ให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ

ขณะที่ทางด้าน พ.ต.อ.ประพนธ์ แกลโกศล รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 (รอง ผบก.น.9) พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนอีกจำนวนหนึ่งไปที่เรือนจำทหารของมณฑลทหารบกที่ 11 จังหวัดนครปฐม เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ และ พ.อ.สุรพล สุประดิษฐ์ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ที่ถูกควบคุมตัวไว้ในเรือนจำดังกล่าว เนื่องจากพนักงานสอบสวนต้องการให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนยืนยันคำให้การเป็นครั้งสุดท้าย แม้ว่าจะให้การปฏิเสธมาตลอด

**สงสัยรถนิสสันขนอาวุธสวมทะเบียน

สำหรับการสืบสวนหารถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ สีบรอนซ์ ทะเบียนตรากงจักร ตามที่ จ.ส.อ.ชาคริตได้ให้การไว้ว่าเป็นรถยนต์อีกคันที่ใช้บรรทุกอาวุธร่วมขบวนการลอบสังหารครั้งนี้ด้วยนั้น มีรายงานว่าชุดสืบสวนที่ติดตามรถยนต์คันดังกล่าวชุดแรกไปตรวจสอบที่บ้านพักหลังหนึ่งในเขต อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เบื้องต้นพบว่าเป็นบ้านเดี่ยว ตั้งอยู่กลางทุ่ง ซึ่งกำลังที่ส่งไปเฝ้าจุดได้รายงานเข้ามาว่าไม่มีคนอยู่ในบ้าน และก็ไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบถามจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงทราบว่าเคยเห็นรถยนต์คันดังกล่าวจริง แต่ก็ไม่เห็นมาหลายวันแล้วตั้งแต่เกิดคดีนี้ขึ้น ส่วนกำลังอีกชุดหนึ่งที่ไปตรวจสอบที่บ้านพักในค่ายทหารแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพฯ ก็ไม่พบ เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นรถยนต์ที่ถูกนำมาใช้สวมทะเบียนของราชการ เนื่องจากตรวจสอบแล้วทราบว่าในกองทัพไม่มีการนำรถยนต์รุ่นและสีดังกล่าวเข้ามาใช้แต่อย่างใด คาดว่าน่าจะเป็นในลักษณะเดียวกันกับรถยนต์ของ จ.ส.อ.ชาคริต ที่มีการยืมรถของกลางในคดีของสำนักงาน ป.ป.ส. เข้ามาใช้ในงานราชการลับก็เป็นได้

**หาพยานยัน2จ่า"อ.-ร."ร่วมทีมบึ้ม

ส่วนความเคลื่อนไหวการติดตาม 2 ทหารที่ จ.ส.อ.ชาคริตซัดทอดเป็นมือประกอบระเบิด เบื้องต้นมีรายงานว่าเป็นทหารระดับ "จ่า" หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว สงสัยเป็น "จ่า อ. และ จ่า ร." แต่เนื่องจากรายละเอียดทั้งหมดเป็นแต่เพียงคำให้การซัดทอด จึงเป็นเรื่องยากที่ผู้ต้องสงสัยจะยอมรับสารภาพได้โดยง่าย ทางพนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างเสาะหาพยานหลักฐานมาเพิ่มเติม เพื่อยืนยันคำให้การดังกล่าว

**นำรถประกอบระเบิดย่อส่วนทดสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี รองผู้บังคับการหัวหน้าศูนย์สืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.ท.กำธร อุ่ยเจริญ สว.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษกองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมกำลังชุดพนักงานสอบสวนและศูนย์ข้อมูลกองปราบปราม ประสานไปยังหัวหน้าหน่วยทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อขอทดสอบระเบิดจำลองย่อส่วนขนาด 1 ต่อ 4 แบบเดียวกับที่คนร้ายใช้ในรถแดวูซุกระเบิดคันก่อเหตุที่ยึดได้ขณะ ร.ท.ธวัชชัย 1 ในผู้ต้องหากำลังขับบริเวณเชิงสะพานกรุงธน โดยใช้รถยนต์จริงเป็นตัวทดสอบ และมีอุปกรณ์ระเบิดประกอบด้วยระเบิดซีโฟร์ 0.8 ปอนด์ ระเบิดทีเอ็นที 2 ปอนด์ สารเอ็นโฟร์ซึ่งมีส่วนประกอบของสารยูเรียผสมน้ำมันดีเซล 16.8 กก. ฝักแคชนิดเอ็ม 7 เชื้อปะทุไฟฟ้าทางทหารชนิดเอ็ม 6 กระสอบทราย

เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณที่โล่งภายในค่าย ซึ่งมีการจัดหารถเก๋งเก่าคันหนึ่งเตรียมไว้แล้ว พ.ต.ท.กำธรได้นำส่วนประกอบระเบิดย่อส่วนประกอบใส่ไว้ภายในรถ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ โดยมีวงจรจุดระเบิดแบบคลื่นสั้นของรถบังคับติดไว้บริเวณใต้ที่นั่งคนขับเหมือนกับที่พบในรถแดวู หลังจากนั้นชุดทดสอบทั้งหมด ได้กันเจ้าหน้าที่ให้ห่างออกไปจากรถประมาณ 300 เมตร ส่วนผู้จุดระเบิดคือ พ.ต.ท.กำธรยืนอยู่ห่างจากรถที่ใช้ทดสอบประมาณ 150 เมตร

**ผลรถแหลก-ถ่ายวิดีโอเก็บเป็นหลักฐาน

หลังจากการเตรียมการเสร็จเรียบร้อย พ.ต.ท.กำธรได้กดระเบิดจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตัวถังรถเก่าที่นำมาทดสอบถูกฉีกกระจายออกเป็นชิ้นๆ เหลือเพียงคัดซีรถและเครื่องยังติดกับตัวถังอยู่ จากการตรวจสอบแรงระเบิดมีระยะทำลายประมาณ 100 เมตร จากการคำนวณถ้าใช้ระเบิดจำนวนตามที่คนร้ายใช้ รัศมีการทำลายน่าจะมีระยะทำการประมาณ 500 เมตร แรงระเบิดจะมีอานุภาพทำลายทั้งจากแรงอัด เนื่องจากประกอบด้วยสารเอ็นโฟร์ ซึ่งเป็นระเบิดความดันต่ำ และสารซีโฟร์และทีเอ็นที ซึ่งเป็นระเบิดความดันสูง ซึ่งมีอำนาจการฉีกทำลายรุนแรง ทำให้วัตถุที่อยู่ในรัศมีฉีกขาด กลายเป็นสะเก็ดระเบิดจำนวนมหาศาล เมื่ออยู่ในที่ชุมชนหรือที่สาธารณะเช่นเชิงสะพานบางพลัดจุดเกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการดำเนินการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการถ่ายภาพวิดีโอ ภาพนิ่ง ไว้ตลอดการทดลอง เพื่อประกอบเข้าสำนวนการสอบสวน เพื่อให้หลักฐานแน่นหนาพอจะเอาผิดผู้ต้องหาทั้ง 5 คนด้วย

**"พัลลภ"โบ้ยเรื่องกอ.รมน.ให้ถาม"แม้ว"

วันเดียวกัน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ "มติชน" เกี่ยวกับรายละเอียดคำรับสารภาพของ จ.ส.อ.ชาคริต หรือ จ่ายักษ์ ที่เชื่อโยงประเด็นต่างๆ มากมายว่า ยอมรับว่าเรื่องนี้ทำให้วุ่นอยู่ แต่ขอยืนยันว่าไม่รู้เรื่องด้วยเลย โดยเฉพาะที่มีความพยายามโยงเข้าไปใน กอ.รมน.นั้น

"ถ้าอยากรู้รายละเอียดและความจริงทั้งหมดใน กอ.รมน. คงต้องไปถามเอากับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีตำแหน่งเป็น ผอ.กอ.รมน. เท่ากับเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของ กอ.รมน. ส่วนผมเป็นเพียงรอง ผอ.กอ.รมน. มีหน้าที่บริหารงาน กอ.รมน.ตามนโยบายของนายกฯเท่านั้น" พล.อ.พัลลภกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่รายละเอียดคำรับสารภาพของ จ.ส.อ.ชาคริตลำดับเป็นเรื่อง มีผู้เกี่ยวข้องที่น่าสนใจและเชื่อมโยงถึง พล.อ."พ."อาจอยู่เบื้องหลัง พล.อ.พัลลภหัวเราะก่อนกล่าวว่า ดูคำรับสารภาพของ จ.ส.อ.ชาคริตแล้ว เหมือนหนังแต่คิดว่าไปดูหนังแขกยังสนุกกว่าเสียอีก

**ซัด"จ่ายักษ์"แค่พลขับ"ติงต๊อง"

เมื่อถามว่า จ.ส.อ.ชาคริตระบุส่วนประกอบหนึ่งของแผนลอบสังหารถึงขั้นจะมีการปฏิวัติ พล.อ.พัลลภกล่าวว่า ไม่มี กอ.รมน.มีแต่ฝ่ายเสนาธิการที่ทำงานด้านนโยบาย คอยทำหน้าที่ประสานงานเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ตามที่ ผอ.กอ.รมน.คือนายกรัฐมนตรี มอบหมาย ไม่ได้คุมกำลังพลที่ติดอาวุธ ดังนั้น กอ.รมน.จะไปเอากำลังพลที่ไหนมาปฏิวัติ เมื่อถามว่า รู้สึกหนักใจหรือไม่ที่ถูกเชื่อมโยงด้วย พล.อ.พัลลภกล่าวว่า ไม่หนักใจ รู้สึกเฉยๆ อยากรู้ต้องไปถาม พ.ต.ท.ทักษิณ

"มันจะเป็นเรื่องเป็นราวได้ยังไงเพราะคนทำนั้น เอาจ่าติงต๊องมาเล่น มันจะเป็นไปได้ยังไง ไม่มีที่ไหนในโลกทำกัน เรื่องการลอบสังหารผู้นำประเทศนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญ งานต้องเป็นงาน จะมาเอาจ่าติงต๊องอย่างนี้มาทำ เป็นไปไม่ได้ จ.ส.อ.ชาคริตเป็นแค่พลขับและไม่ได้มาจากสายทหาร แต่มาจากสายพลเรือน เป็นจ่าติงต๊อง เป็นแค่จ่า แต่ผมเป็นถึง พล.อ. อีกทั้งการเอาคนมาทำงานการลอบสังหารในระดับนี้ มันต้องหาคนที่มีลักษณะกลมกลืนกับธรรมชาติของประเทศ แต่ จ.ส.อ.ชาคริตนั้นผิดธรรมชาติ เพราะทั้งตัวใหญ่ โกนหัว ลักษณะแตกต่างจากคนทั่วไป เป็นที่จดจำได้ง่าย ไปไหนชาวบ้านก็จำได้ แต่คงคิดว่ามันกำลังแสดงหนังอยู่มั้ง?ตอนนี้ผมไม่เข้าใจเลยว่าตำรวจเล่นอะไรกัน" พล.อ.พัลลภกล่าว

**บอกคนไทยกำลังดูยิ่งกว่าหนังจีน-อินเดีย

พล.อ.พัลลภเปิดเผยว่า ขณะนี้ตนเองและคนทั้งประเทศกำลังดูหนังที่แสนสนุก ยิ่งกว่าหนังจีนหนังอินเดียเสียอีก เพราะตำรวจและจ่ายักษ์ร่วมมือกันสร้างเรื่องขึ้นมา

"ถ้าผมจะทำงานใหญ่ระดับชาติจริง ผมจะเอาพลขับ มานั่งร่วมประชุมวางแผนด้วยงั้นหรือ ผมว่าคนบ้าเท่านั้น เพราะเขารู้กันทั้งสำนักงานว่าจ่ายักษ์ติงต๊อง มันชอบทำตัวเป็นผู้ร้ายในหนังฝรั่ง โกนหัว ทำท่าทางและแต่งตัวเป็นแร็พ ถ้าใครไปให้มันร่วมงานด้วย ก็บ้าแล้ว ผมว่าตอนนี้หนังกำลังสนุกให้รอดูกันต่อไป มันยิ่งกว่าหนังจีน หนังอินเดียเสียอีก เอาคำพูดจ่ายักษ์มาเป็นหลัก แล้วเอามันไปทำแผนรับสารภาพ เหมือนถ่ายหนัง มันยิ่งชอบ มันอยากเป็นผู้ร้ายอยู่แล้ว"

**ลั่นใครจะบ้าเขียนคำแถลงการณ์ปฏิวัติ

เมื่อถามถึง กระแสข่าวปฏิวัติตามที่ตำรวจอ้าง พล.อ.พัลลภกล่าวว่า "ใครจะบ้าไปเขียนคำแถลงการณ์อะไรไว้ แล้วเรื่องปฏิวัติก็ไม่เคยคิด ผมจะเอากำลังทหารที่ไหนไปปฏิวัติ มีแต่ทหารลูกน้องหน้าห้อง ฝ่ายอำนวยการเท่านั้น ไม่มีกำลังอะไรเป็นกองทัพเลย ตอนนี้ผมอายุ 71 ปีแล้ว อยากใช้ชีวิตสบายๆ พักผ่อนตอนแก่ ผมจะไปปฏิวัติไปทำไม ผมจะต้องเอาตัวเข้าเสี่ยงไปแลกขนาดนั้นเลยหรือ แล้วผมจะเอากำลังที่ไหน แค่คิดก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว"

**กอ.รมน.ระบุ"จ่ายักษ์"เดินยังชนกระจก

แหล่งข่าวจากนายทหารใน กอ.รมน. เปิดเผยว่า จ.ส.อ.ชาคริต หรือ "จ่ายักษ์" มีหน้าที่เป็นพลขับของ พ.อ.สุรพล สุประดิษฐ์ นายทหารช่วยราชการ กอ.รมน. เมื่อ พ.อ.สุรพลมาที่ กอ.รมน. จ่ายักษ์จะติดตามมาด้วย ทุกครั้งที่จ่ายักษ์ขึ้นมาบนสำนักงาน กอ.รมน. มักจะเดินชนกระจกกั้นห้องระหว่างทางเข้าห้องสำนักงานของพล. อ.พัลลภอยู่เป็นประจำ และบางครั้งหัวหน้าสำนักงานใช้ให้จ่ายักษ์ไปซื้ออาหารมารับประทานช่วงกลางวันจ่ายักษ์ยังไปซื้ออาหารมาให้คนสั่งผิดๆ ถูกๆ อย่างให้ไปซื้อข้าวพัดกะเพราไข่ดาว จ่ายักษ์ไปซื้อเส้นใหญ่ราดหน้ามาให้ ซึ่งเป็นแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง เชื่อว่าหากมีแผนลอบสังหารนายกรัฐมนตรีจริง คงไม่มีใครใช้จ่ายักษ์เป็นผู้ดำเนินการหรือล่วงรู้ถึงแผนสังหาร

**"บิ๊กแอ๊ด"ปัดคดีลอบสังหารนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีผู้ต้องหาในคดีลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณรับสารภาพและให้การซัดทอดนายทหารระดับสูงหลายคนว่า เป็นเพียงการสืบสวนสอบสวน ยังไม่ได้สรุป เรื่องนี้ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปดูแลเอง .....innnews


Posted Image


"จ่ายักษ์" สารภาพ ซัดทอดยกทีม อ้างล้ม "ระบอบทักษิณ"

ภายหลังพนักงานสอบสวนนำตัวนายทหารทั้งสองไปฝากขัง พล.ต.ท.มนตรี เปิดแถลงข่าวความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนคดีว่า การสอบสวนถึงขั้นตอนเรียกตัวทหารทั้ง 4 นายมารับทราบข้อกล่าวหา ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ทหารที่มีการประสานถึงต้นสังกัดเข้าพบพนักงานสอบสวนครบทั้งหมดแล้ว และได้แจ้งข้อกล่าวหากับทหาร ทั้งหมด 6 ข้อหา เช่นเดียวกับ ร.ท.ธวัชชัย

พล.ต.ท.มนตรีกล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา 3 คน คือ พล.ต.ไพโรจน์ ธีระภาพ พ.อ.สุรพล สุประดิษฐ์ และ พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วน จ.ส.อ.ชาคริต จันทระ หรือจ่ายักษ์ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก

"จ.ส.อ.ชาคริตรับสารภาพว่า ได้ร่วมกระทำผิดจริง โดยให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และมีความเชื่อมโยงในประเด็นต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน จิ๊กซอว์ใกล้ครบแล้ว แต่คงเปิดเผยไม่ได้" พล.ต.ท.มนตรีกล่าว

@ ลั่นต่อจิ๊กซอว์ใกล้ครบหมดแล้ว

เมื่อถามว่า ในการรับสารภาพนั้นผู้ต้องหารับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนใดของคดีนี้ พล.ต.ท.มนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องขยายผลต่อไป ซึ่งการร่วมกระทำผิดก็คือ ร่วมกันอาจจะเป็นขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งหรือส่วนใดส่วนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พล.ต.ท.มนตรีกล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี รอง ผบช.น. เป็นผู้รับผิดชอบการรวบรวมหลักฐาน แต่ทั้งนี้มีวัตถุพยานที่ส่งไปตรวจสอบแล้วพบความเชื่อมโยงถึงกลุ่มผู้ต้องหาที่ให้การปฏิเสธ ในการรวบรวมหลักฐานทุกส่วนจะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด

ด้าน พล.ต.ต.เจตน์กล่าวว่า การรวบรวมหลักฐานมีคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะเรื่องมูลเหตุจูงใจนั้น พนักงานสอบสวนก็มีการดำเนินการไปมากแล้ว แต่เปิดเผยไม่ได้ ส่วนการสอบสวน จ.ส.อ.ชาคริตนั้นก็มีประโยชน์ต่อคดีทำให้จิ๊กซอว์ใกล้ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่พนักงานสอบสวนต้องไปตรวจสอบพยานที่ผู้ต้องหารายนี้กล่าวอ้างอีกครั้งว่า จะเชื่อถือได้หรือไม่

@ อ้าง"จ่ายักษ์"ร่วมสังหารนายกฯจริง

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำ จ.ส.อ.ชาคริต หรือ จ่ายักษ์ นั้นทำให้ตำรวจได้ข้อมูลอย่างมาก และสามารถขยายผลไปถึงผู้ที่ร่วมขบวนการ ผู้บงการ และผู้อยู่เบื้องหลังอีกจำนวนมาก เนื่องจากจ่ายักษ์ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า เป็นผู้ลงมือร่วมปฏิบัติการลอบสังหารนายกรัฐมนตรีจริง ตั้งแต่เริ่มการวางแผนเพื่อลอบสังหารนายกรัฐมนตรี กระทั่งปฏิบัติการไม่สำเร็จจึงได้หลบหนีก่อนที่จะตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม โดยสำนวนการสอบสวนตามคำบอกเล่าในส่วนของจ่ายักษ์นั้นมีความหนากว่า 10 หน้ากระดาษ

@ ซัดนายใหญ่สั่ง-ทำลายระบอบทักษิณ

ทั้งนี้ จ่ายักษ์ได้ให้การรับสารภาพอ้างว่า ได้ร่วมกับ ร.ท.ธวัชชัย พ.ท.มนัส พ.อ.สุรพล หรือ เสธ.ตี๋ และ พล.ต.ไพโรจน์ กับพวกอีกอย่างน้อย 8 คน เตรียมการที่จะลอบสังหารนายกรัฐมนตรีจริง โดยมีการวางแผนตั้งแต่เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนา ยนที่ผ่านมา ซึ่ง เสธ.ตี๋ ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของตนได้เรียกให้ไปพบที่สำนักงาน กอ.รมน. สวนรื่นฤดี พร้อมกับบอกว่า "นายใหญ่" สั่งการให้ฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อ "ทำลายระบอบทักษิณ" เนื่องจากที่ผ่านมาทำให้ประเทศชาติเสียหาย ซึ่งได้ยินดีปฏิบัติตาม เนื่องจากเป็นคำสั่งของนายใหญ่ ซึ่งก็คือ "พล.อ. พ." โดย เสธ.ตี๋ ยังอ้างด้วยว่าการลงมือครั้งนี้เป็นการรับงานผ่านมาจาก พล.ต. "ส" และ พล.ต. "ต" โดยมีผู้ร่วมวางแผนการลอบสังหารอีกคนหนึ่งที่สำคัญคือ พ.อ. "บ" หรือ ทั้งหมดเป็นทหารสังกัด กอ.รมน.

@ อ้างเพื่อรักษาชีวิตคนอีก 60 กว่าล.

จ.ส.อ.ชาคริตให้การอ้างด้วยว่า ก่อนที่จะมีการลงมือนั้นร่วมกับ พ.อ.สุรพล หรือ เสธ.ตี๋ หารือกันถึงอาวุธที่จะใช้ในการลอบสังหาร ซึ่งได้สอบถาม เสธ.ตี๋ ว่าจะให้ใช้อาวุธปืนยิงใช่หรือไม่ แต่ เสธ.ตี๋ ได้บอกกลับว่า "นายใหญ่" ให้ใช้ระเบิด ซึ่งขณะนั้น พ.ท.มนัส ได้รายงานให้ทราบว่ามีการจับระเบิดที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 20 กิโลกรัม เสธ.ตี๋ จึงบอกว่าจะใช้มากกว่านี้อีกเท่าหนึ่ง เพื่อจะได้ประสบผลสำเร็จ แต่ได้พยายามทักท้วงโดยบอกว่า เพราะการใช้ระเบิดมากขนาดนั้นจะทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก การโต้แย้งของตนทำให้ เสธ.ตี๋ โมโหพร้อมกับยืนยันว่าจะให้ใช้ระเบิดตามคำสั่งของ "นายใหญ่" โดยบอกว่าคนตายเป็นร้อย แต่ต้องรักษาชีวิตคนอีก 60 กว่าล้านคน เพราะต้องกำจัด "ระบอบทักษิณ" ให้สิ้นซากให้ได้

@ ได้ค่าจ้าง1แสน-มีพลเรือนร่วมด้วย

คำให้การของจ่ายักษ์อ้างต่อไปอีกว่า หลังจากได้ร่วมกันวางแผนการแล้ว เสธ.ตี๋ ได้โทรศัพท์มาสั่งการให้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างคำสั่งของ "พล.อ. พ." และ "พล.ต. ส." ซึ่งปฏิบัติการเริ่มจาก เสธ.ตี๋ ได้โทรศัพท์สั่งให้ไปรับรถยนต์แดวู มาจากเต๊นท์ขายรถยนต์มือสองในซอยอินทามระ 38 จาก "หมู รัชดาฯ" ที่ เสธ.ตี๋ เป็นผู้สั่งซื้อไว้ในราคา 30,000 บาท แต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน จากนั้นจึงนำไปเปลี่ยนสีและส่งต่อให้กับพลเรือนอีกคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ) ซึ่งขั้นตอนต่อจากนั้นไม่ทราบ ทราบแต่เพียงว่า นำรถยนต์แดวูไปบรรจุระเบิด เพื่อลงมือปฏิบัติการ โดยระหว่างนี้ เสธ.ตี๋ ได้จ่ายเงินให้เป็นงวดๆ ผ่านบัญชีธนาคารทหารไทย เป็นค่าดำเนินการรวมประมาณ 100,000 บาท

@ เผยเหตุแผนลงมือวันที่ 9ส.ค.ล่ม

จ่ายักษ์ให้การรับสารภาพอ้างว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ช่วงเช้าระหว่างที่กำลังหลับอยู่ เสธ.ตี๋ได้โทรศัพท์เข้ามาหาตน สั่งให้ขับรถยนต์ปิคอัพ สีฟ้าอ่อน ที่ใช้อยู่ซึ่งตำรวจยึดมาได้ภายหลัง ขับไปจอดที่บริเวณท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน. 6) เพื่อไปกำหนดจุดจอดรถยนต์แดวูที่บรรจุระเบิดเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากวันดังกล่าวนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานดังกล่าว ซึ่งขณะที่จอดรถเพื่อรอให้รถยนต์แดวูเข้ามาจอดแทนที่นั้น มีสารวัตรทหารอากาศนายหนึ่งเข้ามาสอบถามว่า มาจอดเพื่อทำอะไร จึงแสดงตัวว่าเป็นทหารพร้อมกับบอกสังกัด และอ้างว่ามาจอดรอพี่ชายที่ทำงานเป็นทหารอากาศอยู่ แต่สารวัตรทหารคนดังกล่าวไม่อนุญาตให้จอด แผนการที่กำหนดไว้จึงไม่สำเร็จ

@ ซัดทอดอ้าง "พ.ท.มนัส" คนกดรีโมท

ต่อมาวันที่ 10 สิงหาคม ได้รับโทรศัพท์จาก เสธ.ตี๋อีก เพื่อให้ขับรถยนต์ไปมาร์คจุดที่สนามบิน บน.6 อีกครั้ง เนื่องจากช่วงเช้าของวันดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณจะไปราชการที่ประเทศกัมพูชา แต่งานก็ไม่สำเร็จเนื่องจากติดขัดเรื่องเวลานัดหมาย และปัญหาทางเทคนิคบางประการ ในที่สุดจึงมีการวางแผนเพื่อกำหนดเป้าหมายกันอีกครั้ง จึงได้เลือกที่จะลอบสังหารในเส้นทางที่นายกรัฐมนตรีเดินทางจากบ้านจันทร์ส่องหล้ามายังทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับตรวจสอบหมายการเดินทางของนายกรัฐมนตรี กระทั่งนัดลงมือกันในวันที่ 24 สิงหาคมตามที่เป็นข่าว โดยให้ ร.ท.ธวัชชัย หรือพี่แปะเป็นผู้ขับรถยนต์ไปจอดใต้สะพานข้ามแยกบางพลัด และให้ พ.ท.มนัสซึ่งยืนอยู่บริเวณแยกบางพลัดเป็นผู้กดรีโมทคอนโทรลจุดชนวนระเบิด อย่างไรก็ตาม ในวันดังกล่าวไม่ได้เดินทางไปด้วย จึงไม่ทราบว่าทำไมระเบิดจึงไม่ทำงาน

@ เตรียมแผนใหม่ใช้อาร์พีจีสังหาร

จ.ส.อ.ชาคริตให้การต่อว่า หลังจากตำรวจเข้าจับกุม ร.ท.ธวัชชัยได้ในที่เกิดเหตุจนเป็นข่าวใหญ่โต ทำให้ เสธ.ตี๋เรียกตนและ พ.ท.มนัสเข้าไปต่อว่าดุด่าอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ พ.ท.มนัส ซึ่ง เสธ.ตี๋มักจะเรียกว่า "ไอ้แก่" นั้น ได้ถูกต่อว่าอย่างมากฐานที่ทำงานไม่สำเร็จและยังถูกจับกุมได้ จึงสั่งการให้ พ.ท.มนัสแก้ตัวและลงมือใหม่ โดยเรียกว่าเป็นแผนการครั้งที่ 2 ซึ่ง เสธ.ตี๋หารือกับ พ.ท.มนัสว่าน่าจะใช้ "อินทผลัม" ตามภาษาทางการทหาร หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าจรวดอาร์พีจีหรือไม่ก็ใช้ เอ็ม 79 ที่ทหารศูนย์สงครามพิเศษ จ.ลพบุรี ใช้กัน เพื่อลอบสังหารอีกครั้ง ซึ่ง เสธ.ตี๋ยังบอกด้วยว่า หากปฏิบัติการครั้งนี้ไม่สำเร็จจะเลือกใช้วิธีสุดท้ายคือการปฏิวัติ ตามที่ "นายใหญ่" ได้คิดไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ทั้งหมดก็ถูกตำรวจออกหมายเรียกให้มาทราบข้อกล่าวหาก่อนแล้ว

@ เรียกแจ้งข้อหาอีก8 "ทหาร-พลเรือน"

แหล่งข่าวระดับสูงในคณะพนักงานสอบสวนกล่าวด้วยว่า คำให้การของจ่ายักษ์ทำให้สามารถขยายผลไปถึงผู้ที่ร่วมขบวนการได้อีกหลายราย จากคำให้การจะมีการเรียกตัวนายทหารและพลเรือนมาสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหาอย่างน้อยอีก 8 คน ส่วนจะมีการขยายผลไปถึงตัวอดีตนายทหารยศ พล.อ.หรือไม่นั้น ต้องดูที่หลักฐาน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (8 กันยายน) จะมีการประชุมร่วมกันของพนักงานสอบสวนในเวลา 10.00 น. เพื่อกำหนดจุดที่จะเข้าตรวจค้นเพื่อหาหลักฐาน เนื่องจากจะฟังคำซัดทอดจ่ายักษ์เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ และหากได้หลักฐานเพิ่มเติมก็จะเรียกผู้ร่วมขบวนการทั้ง 8 คน มาแจ้งข้อกล่าวหาภายหลัง

@ อ้าง"จ่ายักษ์"สารภาพกลัวฆ่าปิดปาก

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวต่อว่า การที่จ่ายักษ์เปิดปากรับสารภาพก็เนื่องจากกลัวว่าจะถูกฆ่าปิดปาก โดยจ่ายักษ์ได้บอกกับพนักงานสอบสวนว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่ตำรวจกองปราบปรามได้ตัว นายคุณากร ภักพงษ์พันธุ์ชัย หรือ หมู รัชดาฯ มาและยืนยันว่าจ่ายักษ์เป็นผู้ที่ไปรับรถมาจากเต๊นท์ เสธ.ตี๋ได้โทรศัพท์มาหาจ่ายักษ์พร้อมกับบอกว่า ให้เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าและจะมารับเพื่อพาหลบหนีตอนตี 4 วันรุ่งขึ้น ซึ่งจ่ายักษ์รู้สึกว่ามีพิรุธไม่ชอบมาพากล จึงได้หลบหนีออกจากบ้านพักทางด้านหลังทันที ก่อนที่จะเรียกรถแท็กซี่และหลบไปกบดานในกรมทหารแห่งหนึ่ง จากนั้นพ่อของจ่ายักษ์จึงได้ติดต่อให้ลูกชายเข้ามอบตัว จึงทำให้ จ่ายักษ์ยอมรับสารภาพในที่สุด

@ มีหลักฐานโอนเงิน-ทำแผน10ก.ย.

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า เบื้องต้นนอกจากคำรับสารภาพของจ่ายักษ์แล้วพนักงานสอบสวนยังได้หลักฐานเป็นการโอนเงินค่าดำเนินการ ซึ่งโยงให้เห็นความเกี่ยวพันในขบวนการด้วย และในวันเสาร์ที่ 10 กันยายน จะนำตัว จ.ส.อ.ชาคริตไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามขั้นตอนตั้งแต่เริ่มวางแผนจนถึงการลงมือปฏิบัติการอย่างละเอียด โดยจะมีการวางกำลังคุ้มกันอย่างแน่นหนา คาดว่าอาจจะใช้กำลังตำรวจคอมมานโดพร้อมอาวุธไม่ต่ำกว่า 100 นาย ส่วนผู้ต้องหารายอื่นที่ปฏิเสธจะไม่นำตัวไป และเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างใดก็ได้

@ พัลลภยันไม่รู้เรื่องลอบสังหาร

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.กอ.รมน. กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าว จ.ส.อ.ชาคริตให้การรับสารภาพและซัดทอดถึงว่า ไม่เป็นไร ขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามรูปคดีและขั้นตอนของกฎหมาย ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ จ.ส.อ.ชาคริตพาดพิง อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดถึงเรื่องนี้ ยังไม่อยากจะพูดขอติดตามรายละเอียดก่อน เพราะไม่รู้เรื่องกับการกระทำทั้งหมด


ที่มาจากหนังสือพิมพ์ มติชน
ภาพจากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์


#2 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 18 November 2010 - 12:28 PM


เผด็จการทหารไทย
http://leeds01-02.blogspot.com/

ลำดับเหตุการณ์ ตามเวลา ดังนี้

1.เหตุการณ์ทางการเมืองก่อนทำการ รัฐประหารในประเทศไทย 19 กันยายน พ.ศ. 2549
2.เหตุการณ์ทางการเมืองหลังการ รัฐประหารในประเทศไทย 19 กันยายน พ.ศ. 2549 - 30 ธันวาคม 2549
3.เหตุการณ์ทางการเมือง ครึ่งปีแรกของปี2550[6เดือนแรก]
4.เหตุการณ์ทางการเมือง ครึ่งปีหลังของปี 2550[6เดือนหลัง]
6.เหตุการณ์ทางการเมือง ครึ่งปีแรกของปี 2551[6เดือนแรก]
7.เหตุการณ์ทางการเมือง ครึ่งปีหลังของปี 2551[6เดือนหลัง]
8.เหตุการณ์ทางการเมือง ครึ่งปีแรกของปี 2552[6เดือนแรก]
9.เหตุการณ์ทางการเมือง ครึ่งปีหลังของปี 2552[6เดือนหลัง]
10.เหตุการณ์ทางการเมือง ครึ่งปีแรกของปี 2553[6เดือนแรก]
11.เหตุการณ์ทางการเมือง ครึ่งปีหลังของปี 2553[6เดือนหลัง]ปัจจุบัน

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ Positioning Magazine ธันวาคม 2548

Added on: 8/12/2548 ลำดับเหตุการณ์ ที่รัฐบาลใช้มาตรการ ?เซ็นเซอร์? มาใช้ในการยุติรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ กลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ได้รับความนิยมจากคนดู

ปลดฟ้าผ่า เมืองไทยรายสัปดาห์

วันที่ 15 ก.ย. ผลจากการประชุมบอร์ดของผู้บริหาร อสมท ในการปรับผังรายการเมื่อช่วงเวลา 14.00 น. ทาง อสมท แจ้งว่าจะทำการยกเลิกการออกอากาศรายการ ?เมืองไทยรายสัปดาห์? โดยจะเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 กันยายนนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้อ้างเหตุผลว่าการปลดแบบกะทันหันในครั้งนี้ ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ที่ตัวของผู้ดำเนินรายการได้มีการพูดพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

ม็อบนศ.รามฯ ต้าน สนธิ วิจารณ์รัฐบาล

วันที่ 30 ก.ย. กลุ่มนักศึกษา ซึ่งอ้างเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ?กลุ่มรักประชาธิปไตย? เดินทางมาชุมนุมกันที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ถนนพระอาทิตย์ พร้อมชูแผ่นป้ายโจมตี นายสนธิ ลิ้มทองกุล กรณีใช้ถ้อยคำรุนแรงในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และพาดพิงถึงบุคคลอื่น รวมทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์

ทักษิณ เปิดฉากฟ้อง สนธิ เรียก 500 ล้าน

วันที่ 3 ต.ค. นายกฯทักษิณ ส่งทนายความยื่นฟ้อง ไทยเดย์-สนธิ-สโรชา ฐานหมิ่นประมาท และละเมิด เรียกค่าเสียหาย 500 ล้านบาท โดยอ้างถึงการกล่าวพาดพิง ให้ร้าย ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ตนเอง

ทักษิณ ฟ้องอีก เรียก 500 ล้าน

วันที่ 11 ต.ค. ที่ศาลอาญา และศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก เวลา 10.40 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายนพดล มีวรรณะ ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นางสาวเสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ และนายขุนทอง ลอเสรีวานิช เป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดทางแพ่งฐานละเมิด เรียกค่าเสียหาย 500 ล้าน กรณีตีพิมพ์คำเทศนาของหลวงตามหาบัว ?เทียบทักษิณเทวทัต ลั่นชีวิตขวางประธานาธิบดี

สมัคร-ดุสิต ยื่นฟ้อง นสพ.ผู้จัดการ

วันที่ 25 ต.ค. สมัคร สุนทรเวช และดุสิต ศิริวรรณ นักจัดรายการทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท และทางวิทยุ FM.94.0 เมกะเฮิรตซ์ ใช้ชื่อรายการว่า เช้าวันนี้-ที่เมืองไทย รายการ สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน และรายการ ข้อเท็จจริงวันนี้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประสาร มฤคพิทักษ์ นักพูด นักเขียนบทความ, บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสื่อสารมวลชน และนายขุนทอง ลอเสรีวานิช บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา เป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาด้วยเอกสาร

อิทธิพลมืด! โยนระเบิดขู่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

วันที่ 3 พ.ย. เวลา 22.00 น. เกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่นภายในบริเวณรั้วของอาคารบ้านพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ตั้งอยู่เลขที่ 102/1 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน โดยผู้เห็นเตุการณ์ ยืนยันว่าเห็นชายลึกลับสองคน เป็นผู้ขว้างระเบิดเข้ามา

ตร. ยโสธร แจ้งความ สนธิ

วันที่ 7 พ.ย. พ.ต.ท.สำเนียง ลือเจียงคำ รอง ผกก.สส.สภ.อ.เมือง จ.ยโสธร เข้าแจ้งความกล่าวโทษ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ 2 ผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ว่าดำเนินรายการโดยมีการกล่าวพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ จนได้รับความเสียหาย เข้าข่ายความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ทักษิณ ฟ้องอีกพันล้าน

วันที่ 17 พ.ย. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นายธนา เบญจาธิกุล ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด, นายศุภชัย วงศ์วรเศรษฐ, นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล, นายพชร สมุทวณิช, นายขุนทอง ลอเสรีวานิช ซึ่งเป็นกรรมการบริหาร บ.ไทยเดย์ฯ, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ ในฐานะพิธีกรดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์, บริษัท แมเนเจอร์มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท, นายปัญจภัทร อังคสุวรรณ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-10 ในความผิดเรื่องละเมิดสืบเนื่องจากกรณีหมิ่นประมาท ระหว่างเดือนก.ย.-พ.ย. 2548 ได้กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีได้วิ่งเต้นเพื่อให้บริษัทครอบครัวได้รับสัมปทานดาวเทียมไทยคม เรียกค่าเสียหายทุนทรัพย์จำนวน 1,000 ล้านบาท

กสท สั่งปิดเว็บไซต์ผู้จัดการ

วันที่ 18 พ.ย. บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือถึง บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ โพรวายเดอร์ จำกัด หรือไอเอสเอสพี (ISSP) ในฐานะผู้ให้บริการรับฝากเครื่องแม่ข่ายคอมพิวเตอร์ (co-location) ของเว็บไซต์ผู้จัดการ หรือ www.manager.co.th ได้ทำหนังสือลงวันที่ 18 พ.ย. 2548 ถึงบริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด ในฐานะเจ้าของเว็บไซต์ผู้จัดการ ให้ระงับการเผยแพร่ หรือปล่อยให้มีการเผยแพร่เฉพาะภาพ เสียง หรือข้อความ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ครั้งที่ 1, 3, 4, 5 และ 7

ภูมิธรรม สั่งจับตาม็อบ สนธิ จุดชนวนขับไล่รัฐบาล

วันที่ 22 พ.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รมช.คมนาคม ในฐานะรองเลขาธิการพรรคประชาธิปไตย สั่งทีมงานรัฐบาลจับตาความเคลื่อนไหว สนธิ ลิ้มทองกุล ในการจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา เพราะหวั่นเกรงว่าจะม็อบใหญ่ที่ออกมาขับไล่รัฐบาล

ศาลยัน สนธิ มุ่งวิจารณ์นายกฯ - ไม่หมิ่นเบื้องสูง

วันที่ 23 พ.ย. ศาลยโสธร สั่งยกคำร้องขออนุมัติหมายจับ สนธิ-สโรชา ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ระบุถ้อยคำใน เมืองไทยรายสัปดาห์ มุ่งวิจารณ์ที่ตัวนายกฯ แม้บางคำเปรียบเทียบพระมหากษัตริย์ และรัชทายาท ถือว่าไม่บังควร แต่ไม่ถึงกับหมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้าย ตามมาตรา 112 พร้อมเปิดทางตำรวจอุทธรณ์คำร้องได้

ทรท.รณรงค์สวมเสื้อ เรารักในหลวง เย้ย สนธิ ใกล้แพแตก

วันที่ 29 พ.ย. ไทยรักไทยรณรงค์สวมเสื้อสีเหลืองเขียนข้อความ ?เรารักในหลวง? วันที่ 1 ธ.ค.เพื่อฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ศิธา ทิวารี สั่ง สนธิ ถอดเสื้อ เราจะสู้เพื่อในหลวง ออก ระบุสู้เพื่อตัวเอง เย้ยหยันมันปาก กำลังแพแตก แนวร่วมกำลังตีจาก พร้อมอ้างผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดสถาบันเบื้องสูงไฟเขียวให้ชี้แจงประชาชน อ้ำอึ้งแจงตารางเที่ยวบินเมล์ ซี-130 ขนเพื่อนน้องสาว ทักษิณ ยันจะขึ้นลงที่ไหนก่อนหลังขึ้นอยู่กับความพอใจของนักบิน

โดนมือปาอุจจาระใส่สำนักงาน

วันที่ 2 ธันวาคม 2548 ถูกชายฉกรรจ์ 4 คน บุกปาอุจจาระใส่อาคารสำนักงาน หนังสือพิมพ์ "ผู้จัดการ" ช่วงเวลาตี 3 กว่าๆ ของวันที่ 2 ธันวาคม 2548 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เคยโดนเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2548

Read more: http://www.positioni...9#ixzz15ik8nFuG





Posted Image

มีการกินข้าวหารือกันถึง 7 คน ทุกอย่างที่นายปีย์ทำนั้นเป็นลักษณะเจ้ากี้เจ้าการเชิญ คนนั้นคนนี้ไปกินข้าว นายปีย์ เป็นคนเชิญในฐานะเจ้าของบ้าน แม้แต่พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ นายปีย์ก็เป็นคนเชิญมา

ประชุมกัน 4 ครั้งและกินข้าวร่วมกันทุกครั้ง ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ จะมาถึงก่อนเสมอมานั่งรอ จากนั้นก็มานั่งคุยกันที่โต๊ะกินข้าว ในลักษณะกินข้าวไปคุยกันไป ปีย์ เคยถามพัลลภ ว่าทำทักษิณ หายได้ไหม ที่บ้านนายปีย์ เกิดกระบวนการหลายอย่าง ทักษิณถูกลอบสังหาร ครั้งแรกให้คนดักยิงด้วยอาร์พีจี ทางเข้าสนามบินดอนเมืองบังเอิญโชคดี ทักษิณเปลี่ยนสถานที่และเวลาไป จากเชียงรายเป็นเชียงใหม่ จุดที่สองสนามหลวง ตั้งปืนที่ธรรมศาสตร์ ครั้งที่สามเรื่องคาร์บอมบ์ ที่ดักแยกซังฮี้

มีการพูดกันว่าจะต้องเล่น พ.ต.ท.ทักษิณ ทางกฎหมาย โดยมีนักกฏหมายเข้ามาร่วมประชุมด้วยในเรื่องของกกต. ซึ่งเมื่อกกต. ล้มการเลือกตั้งไม่สำเร็จ ก็มีการพูดถึงการรัฐประหาร


ในปี พ.ศ. 2549 นายอภิสิทธิ์ได้ลงนามร่วมกับนักวิชาการและประชาชนจำนวนหนึ่ง เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอนายกรัฐมตรีพระราชทาน โดยอาศัยความตาม มาตรา 7 (ม.7) ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ต่อมาได้มีพระบรมราชวินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้นายอภิสิทธิ์ที่มีชื่อเล่นว่า "มาร์ค" ถูกสื่อมวลชนตั้งฉายาว่า "มาร์ค ม.7" ในกรณีดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ได้เคย ให้เหตุผลที่ตัดสินใจร่วมถวายฎีกาไว้ว่า เป็นการพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด ให้กับสถานการณ์การเมืองที่ ถึงทางตันและในที่สุดก็เกิดการรัฐประหารรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหา ทางตันอีกวิธีหนึ่ง ที่โดยหลักการแล้วไม่ได้รับการยอมรับอย่างยิ่งในสังคมประชาธิปไตย

. ก่อนรัฐประหาร
?ตอนสายของวันที่ 9 กันยายน - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ขึ้นเครื่องที่ บน.6 เพื่อเดินทางไปประเทศทาจิกิสถาน ท่ามกลางการอารักขาของหน่วยทหารพร้อมอาวุธสงคราม เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่นานมีความพยายามลอบสังหารรักษาการนายกรัฐมนตรี (คาร์บอมบ์)
?10 กันยายน - พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เพื่อเข้าร่วมประชุมอาเซม มีข่าวลือเรื่องปฏิวัติหนาหูขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณ บอกกับนักข่าวว่าเป็นเพียงการปล่อยข่าว ในขณะที่เมืองไทย รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ. บรรณวิทย์ เก่งเรียน แสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อการแทรกแซงโผย้ายทหารของรัฐบาลและ พล.อ. ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
?11 กันยายน - พ.ต.ท.ทักษิณ และคณะ เดินทางไปพักผ่อนที่อังกฤษ เนื่องจากเกิดเป็นไข้ขึ้นมากะทันหัน หลังเสร็จการประชุมอาเซมที่ประเทศฟินแลนด์ เพื่อเตรียมตัวร่วมประชุมกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่ประเทศคิวบา
?13 กันยายน - พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ว่าทหารไม่คิดปฏิวัติ
?15 กันยายน - พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์นักข่าวระหว่างเดินทางไปประเทศคิวบาว่าอาจจะเว้นวรรคทางการเมือง

ที่มา wikipedia.org


#3 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 18 November 2010 - 06:38 PM


Posted Image


รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เว็บย่อ: th.wikipedia.org/wiki/2006 Thai coup


Posted Image

พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์


Posted Image

ทหารบกมีส่วนสำคัญในการก่อรัฐประหารครั้งนี้ มีริบบิ้นสีเหลืองผูกกระบอกปืน และมีผ้าพันคอสีเหลือง


Posted Image

รถถังจอดอยู่ที่กระทรวงกลาโหมในวันที่ 24 ก.ย. 2549

รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 เป็นการก่อรัฐประหารในประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นในคืนวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 นำโดย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมีพลเอก สนธิ บุญยรัตกลินเป็นหัวหน้าคณะ โดยโค่นล้มรักษาการนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนับเป็นการก่อรัฐประหารเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี รัฐประหารครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนต่อมา หลังจากที่การเลือกตั้งเดือนเมษายนถูกตัดสินให้เป็นโมฆะ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ดำเนินมายาวนานนับตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2548 คณะรัฐประหารได้ยกเลิกการเลือกตั้งในเดือนตุลาคม ยกเลิกรัฐธรรมนูญ สั่งยุบสภา สั่งห้ามการประท้วงและกิจกรรมทางการเมือง ยับยั้งและเซ็นเซอร์สื่อ ประกาศใช้กฎอัยการศึก และจับกุมสมาชิกคณะรัฐมนตรีหลายคน

พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ได้แถลงเมื่อวันที่ 21 กันยายน ถึงสาเหตุในการยึดอำนาจและให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูรัฐบาลภายใต้ระบอบประชาธิปไตยภายในหนึ่งปี อย่างไรก็ตาม คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขประกาศว่า หลังจากการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยแล้ว คณะปฏิรูปการปกครองจะเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งยังไม่มีการอธิบายถึงบทบาทที่มีต่อการเมืองไทยในอนาคต[1]

ภายหลังรัฐประหาร คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อมาวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2550 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศเลิกใช้กฎอัยการศึก ใน 41 จังหวัด แต่ยังคงไว้ 35 จังหวัด[2]

รัฐประหารดังกล่าวไม่มีการเสียเลือดเนื้อและไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ปฏิกิริยาตอบรับจากนานาชาติมีตั้งแต่การวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย การแสดงความความเป็นกลาง เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ไปจนถึงการแสดงความผิดหวังอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าประเทศไทยเป็นพันธมิตรนอกนาโต และกล่าวว่า การก่อรัฐประหารนั้น "ไม่มีเหตุผลที่ยอมรับได้"[3]

เนื้อหา

1 เหตุการณ์
1.1 ชนวนเหตุ
1.2 ลำดับเหตุการณ์
1.3 การกะเวลาก่อรัฐประหาร
2 ปฏิกิริยาของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายคณะรัฐประหาร
2.1 ฝ่ายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
2.2 ฝ่ายคณะรัฐประหาร
3 ปฏิกิริยาของประชาชน
3.1 ในประเทศไทย
3.1.1 ฝ่ายสนับสนุน
3.1.2 ฝ่ายคัดค้าน
3.1.3 ความเคลื่อนไหวอื่น ๆ
3.2 ในต่างประเทศ
3.3 ในโลกอินเทอร์เน็ต
3.4 กลุ่มสิทธิมนุษยชน
4 ปฏิกิริยาของนานาชาติ
5 การลิดรอนสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออก
5.1 การควบคุมสื่อ
5.1.1 การควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต
5.1.2 การควบคุมรายการโทรทัศน์
5.1.3 การยุติการกระจายเสียงจากสถานีวิทยุ
5.2 การห้ามชุมนุมทางการเมือง
5.3 การห้ามเดินทาง
6 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
6.1 ปฏิกิริยาของตลาดการเงิน
6.2 ระดับความน่าเชื่อถือ
7 ข้อมูลปลีกย่อย
8 พื้นที่กฎอัยการศึก
9 อ้างอิง
10 ดูเพิ่ม
11 แหล่งข้อมูลอื่น


เหตุการณ์

ชนวนเหตุ
พลเอก สนธิ บุญรัตกลิน เปิดเผยว่าได้ใช้เวลาประมาณ 7 เดือนในการเตรียมการก่อรัฐประหาร ซึ่งหมายความว่าเริ่มวางแผนในราวเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549[4][5][6] ซึ่งเป็นห้วงเวลาเดียวกับที่มีการเปิดตัวพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเดิมทีแล้ว พลเอก สนธิ บุญยรัตกลินเคยรับประกันว่าจะไม่มีการยึดอำนาจของฝ่ายทหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2549

ในเดือนกรกฎาคม แม่ทัพภาคที่ 3 พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ได้ให้สัมภาษณ์ว่าการเมืองไทยอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน และความเป็นผู้นำที่อ่อนแอ เขายังกล่าวอีกว่าประเทศไทยมีระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ถูกต้อง เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตย ทวีวุฒิ จุลวัจนะ ได้โพสต์จดหมายเปิดผนึกบนเว็บบอร์ดการเมืองที่เป็นที่นิยมที่สุดในประเทศไทย โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทางทหาร กล่าวว่า กองทัพและสนธิ ลิ้มทองกุลกำลังสมคบคิดในการวางแผนล้มล้างรัฐบาลทักษิณ และคืนอำนาจให้กับประชาชน หลังจากการปฏิรูปประเทศแล้ว[7] เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายทหารกองทัพบกระดับกลางกว่าร้อยนาย ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนของ พ.ต.ท. ทักษิณ ถูกบรรจุใหม่โดยกองบัญชาการทหารสูงสุด ทำให้มีข่าวลือว่ากองทัพแบ่งแยกออกเป็นฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ต่อต้านนายกรัฐมนตรี

ต่อมา ในเดือนสิงหาคม มีรายงานเคลื่อนไหวของรถถังใกล้กับกรุงเทพมหานคร แต่ฝ่ายทหารกล่าวว่าเป็นการฝึกซ้อมตามกำหนดการ[8] เมื่อต้นเดือนกันยายน ตำรวจไทยได้จับกุมนายทหารกองทัพบกจำนวน 5 นาย ซึ่งมีตำแหน่งในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หลังจากที่สามารถตรวจพบว่าหนึ่งในคณะนายทหารมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ในรถ ซึ่งมีเป้าหมายมุ่งหน้าไปยังที่พักของนายกรัฐมนตรีตามข้อกล่าวหา[9] ซึ่งสามในห้าของผู้ที่ถูกจับกุมถูกปล่อยตัวหลังจากการก่อรัฐประหาร[10]

พฤศจิกายน 2549 สองเดือนหลังจากรัฐประหาร คมช. ได้ออก "สมุดปกขาว"[11] ชี้แจงสาเหตุของการก่อรัฐประหารยึดอำนาจโดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ การทุจริตผลประโยชน์ทับซ้อน การใช้อำนาจในทางมิชอบ การละเมิดจริยธรรมคุณธรรมของผู้นำประเทศ การแทรกแซงระบบการตรวจสอบทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ข้อผิดพลาดเชิงนโยบายที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพและการบ่อนทำลายความสามัคคีของคนในชาติ[12]

อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์จากหลายฝ่ายชี้ให้เห็นว่ายังมีสาเหตุอีกบางประการนอกเหนือจากเหตุผลของ คมช. ที่นำมาสู่รัฐประหาร เช่น ความขัดแย้งทางอำนาจที่เห็นได้จากการโยกย้ายนายทหารประจำปี รวมไปถึงความขัดแย้งระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับประธานองคมนตรี[13]


ลำดับเหตุการณ์


Posted Image

พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองฯ

ดูบทความหลักที่ ลำดับเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549

เช้าวันที่ 19 กันยายน มีคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เรียกผู้นำทุกเหล่าทัพเข้าประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนใดเข้าร่วม ยกเว้น พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้ช่วงบ่ายมีกระแสข่าวลือการปฏิวัติรัฐประหารแพร่สะพัดไปทั่วทำเนียบรัฐบาลและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีข่าวลือว่ารัฐมนตรีและนักการเมืองร่วมรัฐบาลหลายคนได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ช่วงพลบค่ำมีข่าวว่ากำลังทหารหน่วยรบพิเศษจาก จ.ลพบุรี เคลื่อนกำลังเข้ากรุงเทพฯ

เวลา 18.00 น. นายสมชาย มีเสน ผู้จัดรายการวิทยุ F.M. 92.25 MHz นัดผู้ฟังรายการจำนวนหนึ่งเข้าพบ พล.อ.สนธิ ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เพื่อขอให้ทหารให้ความคุ้มครองกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ วันพรุ่งนี้

ประมาณ 21.00 น. กำลังทหารจากพลร่มป่าหวาย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เข้ามาประจำการที่กองบัญชาการกองทัพบก

เวลา 22.00 น. ขบวนรถถังเคลื่อนเข้าคุมเชิงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์และ ถ.ราชดำเนินไม่กี่นาทีต่อมา ทหารจำนวนมากออกมาตรึงกำลังตามถนนต่าง ๆ ตั้งแต่แยกเกียกกาย ผ่านมาถึง ถ.ราชสีมา บริเวณสวนรื่นฤดี สี่แยกราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) โดยมีทหารแต่งกายลายพรางเต็มยศเป็นผู้ควบคุมกำลัง

เวลา 22.54 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยออกอากาศทางสถานีทุกช่อง ขึ้นคำประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมขออภัยในความไม่สะดวก และเปิดเพลง "ความฝันอันสูงสุด" ประกอบ ด้านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นและบีบีซีเผยแพร่ข่าวรถถังและกำลังทหารควบคุมสถานการณ์ภายในกรุงเทพมหานคร[14] หลังจากนั้น พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค อดีตโฆษก ททบ.5 ได้อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่แสดงไว้ในหน้าจอก่อนหน้านี้ซ้ำถึงสองครั้ง

เกือบเที่ยงคืน ผู้บัญชาทหารทุกเหล่าทัพเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต


การกะเวลาก่อรัฐประหาร

ในภายหลัง พลเอกสนธิ ได้ให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า การก่อรัฐประหารเดิมถูกวางแผนให้ดำเนินการเมื่อวันที่ 20 กันยายน เพื่อให้ตรงกับการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่กำหนดเอาไว้ล่วงหน้า เขาได้กล่าวอ้างถึง "ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในโปรตุเกส" ซึ่งได้มีการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาล พร้อมกับการก่อการปฏิวัติโดยกองทัพ ซึ่งโค้นล่มพระเจ้ามานูเอลที่ 2 แห่งโปรตุเกส และจัดตั้งสาธารณรัฐโปรตุเกสที่หนึ่ง การก่อรัฐประหารถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นวันที่ 19 กันยายน ขณะที่รักษาการนายกรัฐมนตรียังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในนิวยอร์ก พลเอกสนธิยังได้กล่าวอีกว่า ครั้งหนึ่งที่ พ.ต.ท. ทักษิณกำลังรับประทานอาหารกลางวันกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด เขาได้ถามพลเอกสนธิว่า "คุณจะปฏิวัติผมหรือเปล่า" ซึ่งพลเอกสนธิก็ตอบว่า "ใช่"[15] ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับแถลงการณ์ต่อสาธารณะซึ่งเขาปฏิเสธว่ากองทัพจะก่อการรัฐประหาร[16]

เดอะ เนชั่น ยังได้มีข้อสังเกตถึงการกะเวลาของการก่อรัฐประหาร โดยมีหลายกรณีที่เดียวข้องกับเลข 9 ซึ่งเป็นเลขมงคลอย่างยิ่งตามความเชื่อ การก่อรัฐประหารครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เดือน 9 ปีพุทธศักราช 2549 หัวหน้าคณะรัฐประหาร พลเอก สนธิ บุญยรัตกลินได้ประกาศต่อสาธารณชนหลังจากการก่อรัฐประหารเมื่อเวลา 9.39 น.[17]


ปฏิกิริยาของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายคณะรัฐประหาร

ฝ่ายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เวลา 22.15 น. วันที่ 19 กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านดาวเทียม จากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี แต่เมื่ออ่านแถลงการณ์ได้ 3 ฉบับ ก็มีกำลังทหารพร้อมอาวุธกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปยังสถานีฯ พร้อมออกคำสั่งให้หยุดการแพร่ภาพโดยทันที เป็นผลให้เจ้าหน้าที่สถานีฯ ต้องตัดสัญญาณการแถลงข่าวลงทันที[18]

จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ปรับกำหนดการที่จะขึ้นแถลงต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ แต่แล้วก็ยกเลิกการขึ้นแถลง จากนั้นจึงขึ้นเครื่องบินเที่ยวพิเศษ เดินทางออกจากนิวยอร์ก ไปกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 กันยายน ตามเวลาในประเทศไทย

มีข่าวว่าอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กำลังเดินทางไปสมทบกันที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อหารือในการตั้งครม.พลัดถิ่น โดยจะขอให้สหประชาชาติให้การรับรอง

ในที่ประชุมแกนนำ คปค. เมื่อวันที่ 23 กันยายน ในที่ประชุมได้กล่าวถึงการติดต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ จากประเทศอังกฤษ เข้ามายังคณะปฏิรูปการปกครองฯ ด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ให้การยืนยันทางโทรศัพท์กับพลเอกสนธิ โดยระบุว่าพร้อมจะยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองในทุกกรณี และได้แจ้งให้รัฐมนตรีและสมาชิกพรรคไทยรักไทยทุกคนรับทราบ พร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองฯ ทุกประการ และจะพักผ่อนกับครอบครัวในต่างประเทศ จนกว่าจะมีการตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จึงจะเดินทางกลับประเทศไทย[19]


ฝ่ายคณะรัฐประหาร

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กล่าวชี้แจงต่อคณะทูตานุทูตจำนวน 43 ประเทศ ที่หอประชุมกิตติขจร ถึงการประกาศยึดอำนาจจากรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า การประกาศยึดอำนาจเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองประเทศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับความร่วมมือจากประชาชน และสังคมเป็นอย่างดี โดยคาดว่าจากนี้ไปอีก 2 สัปดาห์จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และสรรหานายกรัฐมนตรีขึ้นมารักษาการแทน และจัดตั้งสภานิติบัญญัติ เพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

พล.อ.สนธิ กล่าวว่า จะยึดมั่นในหลักกฎบัตรสหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ เพื่อผลประโยชน์ของชาติ พร้อมทั้งรักษาไว้ซึ่งสิทธิและจะปฏิบัติตามพันธกรณีในสนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่ทำไว้กับนานาประเทศ ภายใต้หลักเกณฑ์แห่งความเสมอภาคโดยเคร่งครัด และจะส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีที่มีอยู่ สำหรับชาวต่างประเทศ คณะทูตานุทูต กงสุล สถานเอกอัครราชทูต และองค์การระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยจะได้รับการคุ้มครอง

จากนั้น พล.อ.สนธิ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนทั้งไทย และต่างประเทศ ซักถาม โดยยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิน 2 สัปดาห์ และใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีในการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในราวต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 และกำลังอยู่ระหว่างการสรรหาผู้ที่เหมาะสมจะมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งจะมาจากคนกลางที่รักประชาธิปไตย และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

สำหรับการดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น จะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามที่ก่อนหน้านี้มีผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีไว้ แต่ไม่มีแนวคิดที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเหมือนที่เกิดขึ้นในยุค รสช. และยังไม่มีแนวคิดยึดหุ้นชินคอร์ป (SHIN) คืนจากกลุ่มเทมาเส็ก และจะประกาศยกเลิกคณะปฏิรูปการปกครองฯ ทันทีเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ[20]

สำหรับพลเรือนที่มีข่าวว่าได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ได้แก่ นายอักขราทร จุฬารัตน, นายศุภชัย พานิชภักดิ์, หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล, นายสุเมธ ตันติเวชกุล, พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์, นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ, นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์, นายเกริกไกร จีระแพทย์, นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, พลเอกปานเทพ ภูวนารถนุรักษ์

ทันทีภายหลังการรัฐประหาร คณะรัฐประหารได้แต่งตั้ง โยกย้าย และถอดถอนบุคคลจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งใน กองบัญชาการคณะปฏิรูปการปกครอง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมถึงข้าราชการและทหารตำรวจระดับสูงที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลทักษิณและมีการเรียกให้อดีตรัฐมนตรีของรัฐบาลทักษิณเข้ารายงานตัว สำหรับรายชื่อบุคคลทั้งหมด ดูได้ที่ รายชื่อบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งถอดถอนหรือควบคุมโดยคปค.


ปฏิกิริยาของประชาชน

ในประเทศไทย

ฝ่ายสนับสนุน


Posted Image

ทหารได้รับดอกไม้จากผู้สนับสนุน


Posted Image

อาหารที่ประชาชนผู้สนับสนุนนำมาให้กับทหารประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาให้กำลังใจทหารที่จุดต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณกองบัญชาการกองทัพบก ภายหลังการยึดอำนาจของคณะปฏิรูปฯ โดยแสดงความชื่นชมเหล่าทหาร ด้วยการมอบดอกไม้ ส่งยิ้ม ถ่ายรูปด้วย แม้กระทั่งมีการพ่นสีข้อความว่า "พล.อ.สนธิ วีรบุรุษชาวไทย" และ"กองทัพเพื่อประชาชน" บนตัวถังรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 เป็นต้น นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนหนึ่ง ในบริเวณถนนราชดำเนิน ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ตื่นตะหนก และร่วมถ่ายรูปกับทหารและรถถัง (ซึ่งประดับด้วยดอกไม้ที่ประชาชนมอบให้) เป็นที่ระลึก หรือ มอบน้ำ อาหาร ให้แก่ทหารด้วย[21]
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวชื่นชมว่า "จากที่ดูภาพในซีเอ็นเอ็น เป็นการยึดอำนาจที่เรียบร้อยที่สุด ไม่มีเสียเลือดเสียเนื้อ เราก็รู้สึกสบายใจว่ามันคงไม่กระทบความเชื่อมั่น เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ประชาชนยอมรับ ขณะที่ต่างชาติก็รู้สึก ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุน"[22]
สวนดุสิตโพล ได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 2,019 คน ในวันที่ 20 ก.ย. 49 พบว่าประชาชน 83.98% จากกลุ่มสำรวจ เห็นด้วยกับรัฐประหารในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าจะการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนประชาชนที่ไม่เห็นด้วย มีความเห็นว่าภาพลักษณ์ของประเทศอาจตกต่ำลง[23] ผลสำรวจแตกต่างจากโพลสำรวจการเลือกตั้งเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งมีผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทยถึง 49%[24]
กลุ่มนักธุรกิจทั่วประเทศแสดงความคิดเห็นโดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปฏิรูปการปกครองครั้งนี้ โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจกระทบบ้างแต่ชั่วคราว และจะสยบความวุ่นวายของประเทศ นักธุรกิจในกลุ่มนี้ เช่น นายสุรศักดิ์ วงศ์มังกร อดีตประธานหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม, นายทวิสันต์ โลณารักษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา ที่ปรึกษาหอการค้า จ.ประจวบคีรีขันธ์, นายรุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ, นายบุญธรรม ทิพย์ประสงค์ รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย, นายประทีป พงษ์วิทยภานุ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี, นายชุมพร เตละวัฒนะวรรณา ประธานศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายธนารักษ์ พงษ์เภตรา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมภาคใต้, นายธนารักษ์ พงษ์เภตรา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมภาคใต้, นายอาทิตย์ ลิ้มอุดมพร ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร, นายประยูร สงค์ประเสริฐ นายกสมาคมชาวสวนกาแฟไทย เป็นต้น[25]
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ประธานชมรมแพทย์ชนบท เห็นด้วยต่อการยึดอำนาจของคณะปฏิรูปฯ เนื่องจากประเทศมีปัญหาจากผู้นำที่ไม่ชอบธรรม และบริหารด้วยระบอบเผด็จการประชาธิปไตย จึงควรหยุดระบอบเผด็จการนั้น เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศน้อยที่สุด การปฏิรูปฯครั้งนี้เป็นการดีที่ไม่เสียเลือดเนื้อ[25]
นายสมภพ บุนนาค แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดขอนแก่น กล่าวเห็นชอบกับ คปค.ว่า "การยึดอำนาจของ คปค.ครั้งนี้ แม้จะขัดกับหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็เห็นชอบ เพราะเป็นการปลดล็อกปมปัญหาของชาติ เพื่อสะสางอุปสรรคสังคมการเมืองให้สามารถเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง การต่อสู้ของภาคประชาชนที่ผ่านมาเพื่อล้มระบอบทักษิณ ไม่สามารถผ่าทางตันได้ จำเป็นที่ทหารต้องเข้ามาจัดการหาทางออกให้ อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนต้องติดตามต่อว่า ภายหลัง เข้ามาแก้ปัญหาของ คปค.ครั้งนี้จะคืนอำนาจให้ประชาชนได้เร็ว ตามที่หัวหน้าคณะฯได้ประกาศไว้หรือไม่" และแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า อาจมีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารของ คปค.ว่า "กลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาธิปไตยไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ว่าประชาชนใช้สิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้งแล้วก็จบ มีบริบทแวดล้อมหลายประการที่ประกอบเป็นระบอบประชาธิปไตย" [26]

ฝ่ายคัดค้าน

วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549 ในช่วงเที่ยงวัน ร.ต.ฉลาด วรฉัตร และ นายทวี ไกรคุปต์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำการประท้วงการรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บริเวณถนนราชดำเนิน นายทวีกางป้ายขนาดใหญ่สองป้ายระบุว่า "กระผม นายทวี ไกรคุปต์ ขออดข้าวประท้วงผู้ที่ล้มล้างประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองถอยหลังและแตกแยก" พร้อมทั้งทำการแจกจ่ายจดหมายเปิดผนึกของตนให้กับบรรดาสื่อมวลชนด้วย ในเวลาต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัว ร.ต.ฉลาด ขึ้นรถมิตซูบิชิ ที่มีรถบัสทหารติดตามระบุ ร.๑ พัน๑ รอ. ไปที่หน่วยบังคับบัญชา จากนั้น 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 7 นาย ได้ล็อกตัวนายทวีขึ้นรถตู้สีขาวและขับออกไปทันที โดยระหว่างขึ้นรถนายทวีมีอาการขัดขืน จากนั้นทหารบางส่วนได้เข้าเก็บป้ายประท้วงออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย[27]

ศูนย์ข่าวสารกิจกรรมนักศึกษาประณามรัฐบาลเผด็จการทหารว่าเป็น การ "ฉีก" รัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมกันการร่างมากที่สุด การปิดหูปิดตาประชาชนด้วยการควบคุมสื่ออย่างเบ็ดเสร็จ, รวมไปถึงการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนและได้เรียกร้องประชาชนร่วมกันใส่ชุดดำหรือปลอกแขนดำเพื่อไว้อาลัยประชาธิปไตย[28]

กลุ่มนักศึกษาล้อการเมืองธรรมศาสตร์ ได้ขึ้นป้ายคัตเอาต์ขนาดใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต คัดค้านการรัฐประหาร[29]

กลุ่มองค์กรที่เรียกตัวเองว่า "เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร" มีการชุมนุมและกล่าวแถลงการณ์ที่หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2549 เวลา 18.00 น. ซึ่งศูนย์ข่าวสารกิจกรรมนักศึกษาได้เข้าร่วมการชุมนุมด้วยและกล่าวว่าพวกเขาจะยื่นแถลงการณ์ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อเรียกร้องให้ปกป้องสิทธิ์ในการชุมนุมที่หน้าสยามพารากอน โดยเห็นว่ารัฐบาลชั่วคราวขาดความชอบธรรม และเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตย ที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองได้อย่างแท้จริง


Posted Image

กลุ่มผู้ประท้วงที่สยามสแควร์ เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2549หลังจากเหตุการณ์รัฐประหาร การประท้วงครั้งแรกมีขึ้นที่หน้าห้างสยามเซ็นเตอร์ เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยมีผู้ประท้วงประมาณ 20-100 คนหรือมากกว่า[30][31][32][33][34][35][36][37] ผู้ประท้วงแต่งชุดดำเพื่อไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตย และได้เชิญชวนให้ประชาชนที่คัดค้านการรัฐประหารใส่เสื้อดำในการประท้วง[38]) ป้ายประท้วงมีข้อความ "No to Thaksin. No to coup" ("ไม่เอาทักษิณ ไม่เอารัฐประหาร") และ "Don't call it reform - it's a coup" ("นี่ไม่ใช่การปฏิรูป แต่เป็นการรัฐประหาร") มีป้ายหนึ่งเป็นรูปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีกำกับว่า "On vacation again" ("งดใช้ชั่วคราว") รองศาสตราจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์ หนึ่งในผู้ประท้วง กล่าวว่า "เราเชื่อว่าเราเป็นกระบอกเสียงของคนไทยอีกมากที่ยังเป็นห่วงหรือที่ยังกลัวที่จะพูดออกมา" การประท้วงครั้งนี้ไม่มีผู้ใดถูกจับกุม แต่ตำรวจนายหนึ่งกล่าวว่า "ตำรวจได้บันทึกวิดีโอการประท้วงไว้เป็นหลักฐาน และจะตรวจสอบเทปเพื่อหาผู้ที่ละเมิดกฎอัยการศึก คือ มีการชุมนุมทางการเมืองมากกว่า 5 คน" ไม่มีใครรู้ว่าตำรวจหรือทหารได้จับกุมเขาเหล่านั้นในเวลาต่อมาหรือไม่ ไม่มีสถานีโทรทัศน์ไทยช่องใดรายงานเรื่องการประท้วงครั้งนี้[38] หนังสือพิมพ์ The Independent รายงานว่าตำรวจติดอาวุธหลายนายได้ฝ่าฝูงชนและผู้ชุมนุมเข้าจับกุมผู้ประท้วงซึ่งเป็นนักศึกษาหญิงไม่ทราบชื่อคนหนึ่งซึ่งนับเป็นผู้ประท้วงคนแรก ขณะกำลังอ่านแถลงการณ์ต่อต้านการทำรัฐประหาร โดยมีตำรวจนายหนึ่งได้ใช้ปืนกระแทกเข้าที่บริเวณท้องของเธอและทำการจับกุม ในขณะที่ผู้ประท้วงหลายคนต่างพยายามฉุดเธอกลับ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่ใครทราบชะตากรรมของเธอ[39]

วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2549 เวลา 17.00 น. กลุ่มประท้วงกลุ่มที่สองซึ่งประกอบด้วยผู้ประท้วงจำนวน 50-60 คน ได้มาชุมนุมกันที่ลานปรีดี หน้าตึกโดมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่ออภิปรายคัดค้านการรัฐประหาร และจัดเสวนาในหัวข้อ "ทำไมเราต้องคัดค้านรัฐประหาร?" ซึ่งจัดโดยศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของ ม.ธรรมศาสตร์ในชื่อ"กลุ่มโดมแดง", เครือข่ายนิสิตจุฬาฯ เพื่อเสรีภาพ, นิสิตนักศึกษาจาก ม.มหิดล, ม.รามคำแหง, ม.เกษตรศาสตร์ โดยระบุว่าเป็นการอารยะขัดขืนภาคปฏิบัติ อุเชนทร์ เชียงแสน ผู้ก่อตั้งกลุ่มโดมแดงกล่าวว่า "ถ้าพวกเขา [ทหาร] จับกุมหรือทำร้ายเรา เราจะไม่สู้ แต่นี่แสดงให้เห็นว่าการปฏิรูปทางการเมืองตามที่ คปค.กล่าวอ้างเป็นเรื่องโกหก"[40] การชุมนุมครั้งนี้กินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงโดยมีการขึงป้ายผ้าที่มีข้อความว่า "Council of Demented and Ridiculous Military" การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ ปราศจากวี่แววของเจ้าหน้าที่[41]

วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2549 ได้มีผู้กล่าวโทษพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน กับพวกในฐานความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งทางดีเอสไอได้รับเรื่องไว้ดำเนินการตามกฎหมาย ตามเลขรับ ที่ 03614 พอทางกองทัพบกและรัฐบาลได้ทราบ จึงได้มีคำสั่งให้ยุติเรื่องดังกล่าว โดยยึดถือตามรัฐธรรมนูญ ชั่วคราวที่ได้นิรโทษกรรม การกระทำความผิดไม่ว่ากรณีใด ๆ ของคณะปฏิรูปฯ แต่ทางดีเอสไอได้แย้งว่า พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษต่างจากกฎหมายอย่างอื่น ที่กฎหมายแม่สามารถหักล้างกฎหมายลูกได้ กล่าวคือ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งขึ้นตามสนธิสัญญาทางกฎหมายกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นสนธิสัญญาความร่วมมือแนวนโยบายและปฏิบัติระหว่าง FBI และหน่วยงานสอบสวนกลางของประเทศในกลุ่มภาคีสมาชิกเพื่อต่อต้านการกระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง การนิรโทษกรรมตามรัฐธรรมนูญจึงไม่สามารถกระทำได้[42]

วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2549 เวลา 16.00 น. "เครือข่ายนิสิตจุฬาฯ เพื่อเสรีภาพ" จัดเสวนากลางแจ้งในหัวข้อ "ทำไมเราต้องคัดค้านรัฐประหาร" ที่ลานหน้าตึก 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์, รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์, ประภาส ปิ่นตบแต่ง และที่ปรึกษาสมัชชาคนจน ร่วมอภิปราย[43] ภายในวันเดียวกันนี้ "เครือข่ายนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตย เชียงใหม่" ได้จัดเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ "เราจะทำความเข้าใจกับการเมืองไทยได้อย่างไร" ที่บริเวณลานสนามหญ้า หน้าคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะที่การเสวนาดำเนินไประยะหนึ่ง ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภต.ภูพิงค์ พร้อมเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ประมาณ 20 นาย ได้ขอความร่วมมือให้ผู้จัดยุติการเสวนา เนื่องจากขัดต่อประกาศกฎอัยการศึก แต่การเสวนาก็ดำเนินต่อไปภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียด กระทั่งผู้จัดประกาศเลิกการเสวนา เมื่อเวลา 19.40 น.[44]

วันเสาร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 เวลา 12:46 น. นาย นวมทอง ไพรวัลย์ อายุ 60 ปี ขับรถแท็กซี่พ่นสีคำว่า "พลีชีพ" ที่กระโปรงท้าย ส่วนบริเวณด้านข้างประตูรถทั้งสองข้างพ่นเป็นตัวหนังสือจับใจความว่า "พวกทำลายประเทศ"?พุ่งเข้าชนรถถังบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า? จนรถพังยับเยิน และตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงซ้ายหัก คางแตก ปากแตก และ ตาซ้ายบวมเป่ง หลังจากนั้นแท๊กซี่จำนวนหลายร้อยคันรีบรุดไปเยี่ยมแต่ถูกห้ามไม่ให้เข้าเยี่ยมเรื่องราวการรวมตัวของกลุ่มแท๊กซี่ไม่ได้ถูกรายงานข่าวต่อสาธารณะชน

วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2549 เวลา 17:00-18:00 น. เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร จัด ?อารยะขัดขืนภาคปฏิบัติสัญจร? ด้วยการชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน บริเวณหน้ากองบัญชาการทหารบก ถนนราชดำเนินนอก (ตรงข้ามเวทีมวยราชดำเนิน) มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟัง และในช่วงท้ายยังมีการจุดไฟเผารัฐธรรนูญชั่วคราวของ คปค. เพื่อแสดงความไม่ยอมรับในการเข้ามาทำหน้าที่ของ คปค.

วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2549 นักศึกษาและญาติวีรชนร่วมพิธีเวียนประทีปจากลานโพธิ์ไปรอบสนามฟุตบอลในงาน "30 ปี 6 ตุลา" เพื่อรำลึกการต่อสู้ของนักศึกษาและประชาชนในการเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ณ สวนประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ช่วงเวลา 14.00 น.ที่หอประชุมเล็ก มธ. มีการจัดเสวนาในหัวข้อ เรื่อง "ประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ได้ชำระ" โดยมี รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ. (พิเศษ) ดร.ชลธิรา สัตยาวัฒนา อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ร่วมเสวนา โดยมีการเปรียบเทียบเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 กับ 19 กันยา 2549 ว่าเมื่อมีการนำมาพูดคุยกันก็เกิดการทะเลาะกันตลอด แต่ไม่มีการนองเลือดเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา[45]

วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2549 การรวมตัวกันอีกครั้งในงานรำลึกวีรชน 14 ตุลาฯ มีเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร เริ่ม 16:30 น. ใช้สัญลักษณ์คือชุดดำ เพื่อไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตย โดยเวลา 19.50 น.เคลื่อนขบวนมาจากบริเวณสนามฟุตบอลหน้าตึกโดมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนเริ่มขบวนหัวแถวอยู่ประตูใหญ่ท้ายแถวอยู่หน้าตึกคณะวารสารฯ เคลื่อนมาหยุดยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินเพื่อประท้วงรัฐประหาร ระหว่างทางร้องตะโกนว่า "คปค.ออกไป" จากนั้นตั้งแผ่นป้าย "ขอไว้อาลัยแด่ รธน.ฉบับประชาชน" และป้ายผ้าไม่มี ปชต.ในระบบเผด็จการ และจุดเทียนไว้อาลัย[46]

วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2549 กลุ่มผู้เข้าร่วมงานสมัชชาสังคมไทย เครือข่ายผู้พิการ เครือข่ายแรงงาน กว่า 200 คน ได้เดินขบวนจากอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อประกาศเจตนารมณ์และข้อเสนอในการปฏิรูปการเมือง ตลอดจนการประกาศยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยภาคประชาชน ผู้ชุมนุมถือป้ายผ้าข้อความเรียกร้องต่าง ๆ เช่น "ยกเลิกกฎอัยการศึก" "ค่าแรงขั้นต่ำ 7,000 บาท" "Right Base not Charity Base" โดยมีทหารราว 20 นายเฝ้าจับตาอยู่ ทั้งหมดมีอาวุธพร้อมรบและกระจายกำลังจุดละ 2 นายในมุมตึกต่าง ๆ ก่อนที่ขบวนจะเดินทางกลับสู่อนุสรณ์สถานฯ ทหารนายหนึ่งได้ขอเชิญตัวผู้แจกใบปลิว โดยระบุว่าข้อความในใบปลิวขัดต่อกฎอัยการศึก ทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้ามาห้อมล้อม ทหารนายนั้นจึงกล่าวว่า "ถ่ายรูปไว้ก่อน ค่อยเชิญตัววันหลัง"[47]


Posted Image

จดหมายลาตายของ นวมทอง ไพรวัลย์เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2549 นายนวมทอง ไพรวัลย์ ได้ผูกคอเสียชีวิต บนสะพานลอยข้ามถนนวิภาวดีรังสิต หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ พร้อมด้วยจดหมายประท้วงรัฐบาลโดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า "เหตุที่ผมกระทำการพลีชีพครั้งที่ 2 โดยการทำลายตัวเอง เพื่อมิให้เสียทรัพย์เหมือนครั้งแรก ก็เพื่อลบคำสบประมาทของท่านรองโฆษก คปค. (พ.อ.อัคร ทิพย์โรจน์) ที่ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า 'ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้' "

1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ประชาชนจำนวน 200 คน ได้มาชุมนุมกันเพื่อขับไล่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. โดยเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก และจัดการเลือกตั้งภายใน 2 เดือน ชนาพัทธ์ ณ นคร และวรัญชัย โชคชนะ ผู้นำกลุ่มพิราบขาว ได้กล่าวโจมตีคณะรัฐประหาร และเชิดชูวีรกรรมของ นวมทอง ไพรวัลย์ ช่วงค่ำแกนนำกลุ่มเครือข่าย 19 กันยาฯ ตามมาสมทบการชุมนุม[48]

18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 เวลา 19.00 น. กลุ่มพันธมิตรต่อต้านรัฐประหารซึ่งนำโดยเครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหาร ได้เคลื่อนขบวนจาก ม.ธรรมศาสตร์ สมทบด้วยกลุ่มพิราบขาว 2006 รวมทั้งมวลชนบางส่วนที่ท้องสนามหลวง สนธิกำลังกันเดินไปตามถนนราชดำเนิน ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปจนถึงหน้ากองทัพบก เพื่อประกาศเจตนารมย์ต่อต้านการสืบทอดอำนาจเผด็จการ และให้ยกเลิกกฎอัยการศึกโดยทันที การชุมนุมในครั้งนี้มีผู้ร่วมชุมนุมกว่า 700 คน โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายกลุ่มมวลชน อาทิเช่นกลุ่มกรรมกรปฏิรูป, ตัวแทนนักศึกษาจากสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย, กลุ่มพิราบขาว 2006 และประชาชนผู้สนใจ การชุมนุมยุติลงในเวลา 20.00 น.[49]


ความเคลื่อนไหวอื่น ๆ

วันที่ 24 กันยายน สำนักวิจัยเอแบค โพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ความคิดเชิงประเมินผลของประชาชนต่อสังคมไทยและคุณลักษณะของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ประชาชนต้องการ : กรณีศึกษาประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล" โดยสอบถามประชาชนจำนวน 1,550 คน ระหว่างวันที่ 22-23 กันยายน[50] พบว่า
ร้อยละ 92.1 รู้สึกว่าทหารเป็นที่พึ่งได้
ร้อยละ 89.1 รู้สึกปลอดภัย
ร้อยละ 87 รู้สึกทหารเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
ร้อยละ 82.6 รู้สึกอบอุ่น
ร้อยละ 24.9 รู้สึกกังวล
ร้อยละ 20.5 รู้สึกไม่สะดวก
ร้อยละ 19.7 รู้สึกตกใจ
ร้อยละ 7.6 รู้สึกไม่ชอบ
ร้อยละ 6.5 รู้สึกกลัว


ในต่างประเทศ

พันธมิตรฯ ใน ลอสแอนเจลิส ชุมนุมพร้อมออกแถลงการณ์สนับสนุนคณะปฏิรูปการปกครองฯ ทำการปฏิรูปทั้งการเมือง การศึกษาและสังคม หน้าสถานกงสุลใหญ่
พันธมิตรฯ ในนครชิคาโก ออกแถลงการณ์สนับสนุนคณะปฏิรูปฯ เมื่อวันอังคารที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา (ตามเวลานครชิคาโก) ซึ่งเดิมได้นัดรวมตัวกันประท้วงขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมกับพันธมิตรฯในไทย ได้เปลี่ยนมาเป็นการชุมนุมแสดงความยินดี หลังจากทราบข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกยึดอำนาจโดย คปค.
กลุ่มคนในนิวยอร์กได้มีการรวมตัวสนับสนุนคณะปฏิรูปฯ หน้าสหประชาชาติโดยมีการถือป้ายล้อเลียนทักษิณ[51]
กลุ่มนักศึกษาไทยระดับปริญญาบัณฑิต มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด กลุ่ม Oxford Initiative (OI) ได้ประชุมประจำเดือนกันที่ร้าน รอยัลโอ๊คผับ และแถลงแสดงความเสียใจและคัดค้านรัฐประหาร[52]
สื่อมวลชนภายในมาเลเซียออกข่าวว่า "หากไม่มีความจำเป็นขอให้ประชาชนงดเดินทางข้ามแดนไทยเป็นการชั่วคราว เนื่องจากอยู่ในระหว่างการปฏิรูปการปกครอง และมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะถูกจับกุมดำเนินคดีได้ หากทำผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์" แต่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้ ได้ประชาสัมพันธ์ว่าเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรง และไม่ได้เป็นไปตามสื่อต่างประเทศประโคมข่าวแต่อย่างใด[53]
กลุ่มคนในเกาหลีได้มีการรวมตัวต่อต้านรัฐประหารหน้าสถานทูตไทยในกรุงโซลในวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2549[54]


ในโลกอินเทอร์เน็ต

เกิดปรากฏการณ์ จำนวนสมาชิกออนไลน์อยู่มากเป็นประวัติการณ์ ในช่วงเวลาค่ำของวันที่ 19 กันยายน 2549 มีการตั้ง/ตอบกระทู้รายงานสถานการณ์ปฏิวัติ และภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง มีคนเข้ามาเขียนต่อท้ายยาวไปเป็นสิบหน้า อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน[55]
มีผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า เครือข่ายปกป้องรัฐธรรมนูญ ประชาชนไทย[56] ระบุว่าได้มีการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารเกิดขึ้นในนครนิวยอร์ก หน้าสถานกงสุลไทย ในเว็บไซต์ดังกล่าวยังไม่ปรากฏภาพถ่าย รายชื่อกลุ่มบุคคล หรือหลักฐานอ้างอิงอื่นใด
มีการรวบรวมรายชื่อในจดหมายเปิดผนึกของนายธงชัย วินิจจะกูล เพื่อขอร้องให้ คปค. ไม่จับและไม่ทำร้ายผู้ประท้วงการกระทำของ คปค. ผ่านเว็บไซต์ petitiononline.com[57]
หน้า "รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549" (หน้านี้) และ หน้า "คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ในเว็บไซต์วิกิพีเดียไทย มีป้ายเตือน "โปรดทราบ เนื่องจากมี คำสั่งคณะปฏิรูปฉบับที่ 5/2549 เรื่อง ควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยห้ามเขียน บทความ ข้อความ คำพูด หรืออื่นใด อันอาจจะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นอันขาด หากทางชาววิกิพีเดียเห็นว่าไม่เหมาะสม สามารถดำเนินการลบทันที และขอความร่วมมือระมัดระวังในการแก้ไขบทความด้วย" ที่ตอนบนของทั้งหน้าบทความและหน้าอภิปราย ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน จนถึงวันที่ 23 กันยายน 2549[58]


กลุ่มสิทธิมนุษยชน

ศาสตราจารย์ เสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่เห็นว่าการปฏิรูปการปกครองฯครั้งนี้ เข้าองค์ประกอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ถือเป็นแนวทางในการแก้ปัญหา ศ.เสน่ห์ มีความเห็นว่า "อย่ามองว่ามันถอยหลัง เพราะเราถอยหลังมาจนถึงจุดแล้ว และรัฐธรรมนูญถูกต้อนเข้ามุม ดังนั้น ส่วนตัวผมมองว่าไม่ใช่เรื่องเดินหน้าหรือถอยหลัง แต่เป็นเรื่องของการแก้สถานการณ์ และหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนและสื่อมวลชนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป" [59] คำให้สัมภาษณ์ของเสน่ห์ถูกวิจารณ์จากสุวิทย์ เลิศไกรเมธี ผู้ก่อตั้งเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร ว่า "หน้าที่ของเสน่ห์คือเป็นปากเสียงสำหรับผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่คำกล่าวของเขากลับตรงกันข้าม" สุวิทย์ได้เรียกร้องให้เสน่ห์ลาออกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ[36]
ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียขององค์กร Human Right Watch และ นักสิทธิมนุษยชนหลายคน ได้ออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจต่อการลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของคณะปฏิวัติ[60]
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องว่าเมื่อใดที่สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ก็อยากให้ยกเลิกข้อจำกัดสิทธิเสรีภาพให้เร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ในเรื่องของความเชื่อมั่นของทุกฝ่าย[61]
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission) ได้กล่าวถึงการรัฐประหารว่า "เรามีความวิตกกังวลกับการยึดอำนาจครั้งนี้เป็นอย่างมาก การใช้กำลังทหารครั้งนี้เป็นการไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ ที่ถึงแม้จะอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ประชาธิปไตยแบบระบบรัฐสภาในประเทศไทย ก็กำลังเติบโตหยั่งรากลึก และศาลกำลังมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมาย การปฏิวัติรัฐประหารครั้งนี้เป็นการละเมิดกฎหมายและบทบัญญัติระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง ซึ่งประเทศไทยในปัจจุบันได้พยายามปฏิบัติตามกฎหมายและบทบัญญัติระหว่างประเทศมาโดยตลอด" คณะกรรมการได้เรียกร้องให้ คปค.ประกาศสละอำนาจในทันที และให้มีรัฐบาลรักษาการพลเรือนมาทำหน้าที่บริหารประเทศ และเรียกร้องให้ที่ประชุมสามัญสหประชาชาติ ณ กรุงนิวยอร์ก และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ณ กรุงเจนีวา ซึ่งกำลังมีการประชุมกันอยู่ ออกแถลงการณ์ประณามการยึดอำนาจครั้งนี้[62]
24 กันยายน 2549 กลุ่มนักวิชาการสิทธิมนุษยชนจำนวน 23 คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้ร่วมกันลงชื่อคัดค้านการรัฐประหาร และทวงคืนสิทธิเสรีภาพให้ประชาชน ภายใต้หัวข้อ "แถลงการณ์ ทวงคืนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน" [63]


ปฏิกิริยาของนานาชาติ

ดูบทความหลักที่ ปฏิกิริยาของนานาชาติต่อรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549

นานาชาติได้มีการแถลงข่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในหลายด้าน จากทางรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของแต่ละแห่ง รวมถึงนิตยสารได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์เป็นอย่างสูง โดยส่วนรวมจะวิตกกังวลกับเหตุการณ์รัฐประหาร ซึ่งไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น รวมถึงหลายประเทศให้ความเห็นว่า หวังอยากเห็นเหตุการณ์ปฏิวัติผ่านไปโดยเร็ว

ปฏิกิริยาของนานาชาติต่อรัฐประหารในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นไปในด้านลบ รัฐบาลสหรัฐฯกล่าวว่า "ไม่มีเหตุผลที่ยอมรับได้สำหรับ การรัฐประหารในไทยหรือที่ใดก็ตาม ทางสหรัฐฯมีความผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง" [64] และกล่าวว่ารัฐบาลต้องรีบจัดการเลือกตั้งให้เร็วกว่า 1 ปีตามที่ คปค. ได้กำหนด[65] รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตัดเงินช่วยเหลือด้านการทหาร และด้านการรักษาสันติภาพแก่ไทยเป็นจำนวน 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 900 ล้านบาท) และกล่าวว่ากำลังกำหนดมาตรการลงโทษเพิ่มเติม[66]

โคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติระบุว่า ไม่สนับสนุนให้เกิดการรัฐประหาร และอยากให้กลับคืนสู่ระบบประชาธิปไตย อย่างรวดเร็วที่สุด เขากล่าวว่า "ในสหภาพแอฟริกา เราจะไม่สนับสนุนผู้ที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยกระบอกปืน" [67] คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า การรัฐประหารเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงด้านสิทธิมนุษยชน และเร่งเร้าให้ทหาร"เคารพต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขึ้นมาใหม่" [68]


การลิดรอนสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออก

การควบคุมสื่อ

หัวหน้าคณะปฏิรูป ฯ ตาม คำสั่งคณะปฏิรูปฉบับที่ 5/2549[69] ได้สั่งให้กระทรวงไอซีที "ดำเนินการควบคุม ยับยั้ง สกัดกั้น และทำลายการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในระบบสารสนเทศ ผ่านระบบเครือข่ายการสื่อสารทั้งปวง ที่มีบทความ ข้อความ คำพูด หรืออื่นใด อันอาจจะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานในการรับฟังข่าวสาร และการเสนอความคิดเห็น ได้มีการควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อโทรทัศน์โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

การควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต

กรณีกระทรวงไอซีทีออกคำสั่งให้เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความทางวิชาการหลายสาขา ทั้ง วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์ รวมทั้งมีกระดานข่าวสาธารณะให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้ปิดลง ตั้งแต่เวลา 20.00น. วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า[70] แต่ต่อมา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2549 นายสมเกียรติ ตั้งนโม เว็บมาสเตอร์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ได้ร้องต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยกล่าวว่าจากการหาข่าวในทางลับนั้น เรื่องการปิดเว็บไซต์ไม่เกี่ยวกับ คปค. แต่อย่างใด การดำเนินการครั้งนี้เป็นการจัดการนอกคำสั่งของคนในกระทรวงไอซีที ซึ่งนายสมเกียรติก็ทราบว่าเป็นลูกน้องใคร "เพื่อเสี้ยมให้มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนไปชนกับ คปค." ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนไม่ตกเป็นเหยื่อของแผนการดังกล่าว[71] จนวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ตัวแทนกระทรวงไอซีที ได้แถลงยอมรับต่อศาลว่า ออกคำสั่งให้บล็อกเว็บไซต์จริงตั้งแต่เวลา 19.00 น. ของวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2549 - เวลา 15.00 น. ของวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 แต่หลังจากนั้นได้ยกเลิกการบล็อกเว็บไซต์เนื่องจากสถานการณ์ยึดอำนาจได้คลี่คลาย แต่ไม่ทราบว่าการยกเลิกการบล็อกนั้นได้คลายการล็อก IP ทั้ง 30 เว็บไซต์ของบริษัทไทยอิสดอตคอมครบถ้วนหรือไม่ เมื่อศาลรับทราบข้อเท็จจริงจากกระทรวงไอซีทีแล้ว จึงออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กระทรวงไอซีทีคลายบล็อกของเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนแล้ว[72]

การควบคุมรายการโทรทัศน์

เย็นวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 สถานีโทรทัศน์ไทยทุกช่องได้ยุติรายการปกติและ เปิดเพลงที่มีเนื้อหาสรรเสริญพระบารมี และวิดีโอเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวงแทน
วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549 หลังจากการประชุมสั้น ๆ ของพลเอกสนธิ โทรทัศน์ไทยทุกช่องได้ถูกควบคุมโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2549 คปค. ได้เรียกประชุมผู้บริหารสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ที่กองบัญชาการทหารบก และสั่งให้หยุดเผยแพร่ข้อคิดเห็นของสาธารณชน รวมถึงการแสดงความคิดเห็นผ่านบริการส่งข้อความที่ด้านล่างของจอโทรทัศน์ด้วย คปค. ไม่ได้กล่าวว่าการห้ามนี้มีผลถึงหนังสือพิมพ์และเว็บบอร์ดบนอินเทอร์เน็ต[73]
ไม่มีสถานีโทรทัศน์ไทยช่องใดรายงานการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร เช่น การประท้วงครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่หน้าสยามสแควร์[38]
เคเบิลทีวีช่อง CNN, BBC, CNBC, NHK และช่องข่าวต่างประเทศอีกหลายช่องถูกเซ็นเซอร์ ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ถูกตัดออก[74]
วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2549 หนังสือพิมพ์ The Guardian เปิดเผยว่า มีทหารติดอาวุธนั่งอยู่ในห้องข่าวและห้องควบคุมของสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง[75]
วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2549 มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ และบอร์ดคณะกรรมการบริหารช่อง 9 อสมท แสดงความรับผิดชอบลาออกจากช่อง 9 อสมท เพราะออกอากาศคำประกาศกฎอัยการศึกของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงที่เกิดการรัฐประหาร[76]
วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2550 พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาธิการ คมช. พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช.และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช.ได้เชิญผู้บริหารสื่อซึ่งมีทั้งสื่อโทรทัศน์และวิทยุ จำนวนประมาณ 50 คน จากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง และผู้บริหารสถาวิทยุของรัฐรวมทั้งสถานีวิทยุชุมชน มาร่วมหารือที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยสั่งให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง วิทยุทุกสถานี ไม่แพร่ภาพกระจายเสียงข้อความหรือแถลงการณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำของพรรคไทยรักไทย[77]
สั่งบล็อกเว็บ CNN และรายการ CNN ทางโทรทัศน์ ที่มีการถ่ายทอดการสัมภาษณ์ของทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 15 มกราคม 2550 เพื่อไม่ให้ประชาชนไทยได้รับรู้ข่าวสารของทักษิณ สนองนโยบายล่าสุดของทหารที่ไม่ให้เสนอข่าวและความคิดเห็นของทักษิณ ชินวัตร[78]


การยุติการกระจายเสียงจากสถานีวิทยุ

สถานีวิทยุชุมชนประมาณ 300 คลื่น ปิดตัวลง[79]


การห้ามชุมนุมทางการเมือง

ได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้มีการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ผู้ฝ่าฝืนจะได้รับโทษจำคุก 6 เดือน
เมื่อวันที่ 20 กันยายน ทหารได้จับกุม ร.ต. ฉลาด วรฉัตร และ นายทวี ไกรคุปต์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคไทยรักไทย ขณะกำลังประท้วงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย[27]
นักศึกษาหญิงไม่ทราบชื่อคนหนึ่ง ถูกตำรวจจับกุมตัวไป ขณะกำลังอ่านแถลงการณ์ต่อต้านการทำรัฐประหาร ในการประท้วงที่หน้าห้างสยามเซ็นเตอร์[39] ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของเธอ[39]


การห้ามเดินทาง

ได้จำกัดสิทธิ์ในการเดินทาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทยในภาคเหนือและภาคอีสาน คืนวันที่ 25 กันยายน ครูจากจังหวัดเชียงรายประมาณ 100 คนได้นั่งรถเพื่อไปร่วมงานสังคมที่จังหวัดชลบุรี ขณะกำลังผ่านด่านตรวจ ทหารได้สั่งให้หยุดรถและไม่อนุญาตให้ไปต่อ เพราะผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงรายไม่อนุญาต[80]
ประชาชนที่จะเดินทางพร้อมกันเป็นกลุ่มหรือเป็นจำนวนมากเข้ามาในกรุงเทพฯ จะต้องให้ที่ว่าการอำเภอทำหนังสือรับรอง


ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ปฏิกิริยาของตลาดการเงิน

เงินบาทได้ลดค่าจาก 37.280 บาทต่อ ดอลลาร์อเมริกา USD เป็น 37.900 บาทต่อ ดอลลาร์อเมริกา เป็นการลดค่าในวันเดียวมากที่สุดในรอบ 3 ปี กองทุน Thai Fund Inc. ในตลาดหลักทรัพย์ NYSE ได้ ลดค่า 10.9% ภายใน 2 วัน ดัชนี Nikkei ตกลงไปถึง 177.78 จุด หรือประมาณ 1.12% ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นก่อนปิดตลาดที่ 15874.28 จุด ส่วนที่ New York ดัชนี Dow Jones ร่วงไปถึง 14.09 จุด ปิดตลาดที่ 11540.91 จุด[81]


ระดับความน่าเชื่อถือ

แสตนดาร์ดแอนด์พัวร์ ได้เตือนว่า อาจมีการลด เรตติงสินเชื่อ (debt rating) ไทย จาก BBB+ ตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น[82]

มูดี้ส์ แถลงการณ์ว่าฐานะทางการเงินของไทยและความสามารถในการใช้จ่ายนอกประเทศ น่าจะเข้มแข็งพอเพียงต่อความสั่นคลอนทางการเมืองชั่วขณะที่เป็นผลมาจากการยึดอำนาจ มูดี้ส์จึงไม่เปลี่ยนแปลงอันดับเกี่ยวกับประเทศไทยแต่อย่างใด อันดับความน่าเชื่อถือเงินตราทั้งในและต่างประเทศของรัฐบาลไทยยังคงอยู่ที่อันดับ BAA 1 อันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดของพันธบัตรเงินกู้ยังคงอยู่ที่ A 3 และอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดของเงินตราต่างประเทศในรูปเงินฝากอยู่ที่ BAA 1[83]

หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทหลังจากเกิดการรัฐประหารด้วยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในช่วงกลางดึก ค่าเงินบาทที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้ปรับตัวอ่อนค่าลงถึง 60 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อตลาดเงินเปิดในตอนเช้า (ตลาดสิงคโปร์) ผู้ส่งออกมีการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนอย่างปกติ และล่าสุดค่าเงินบาทได้กลับมาแข็งค่าขึ้น โดยที่ ธปท.ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทางวันนี้ทางผู้บริหารของ ธปท. ได้ดำเนินประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น[22]


ปฏิกิริยาต่างชาติ โดยเน้นด้านเศรษฐกิจ[25] มีความเห็นดังนี้

"ไอเอ็มเอฟกำลังเฝ้าจับตาสถานการณ์การก่อรัฐประหารในไทยอย่างใกล้ชิด แต่ยังเห็นว่าเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบในตลาดการเงิน" (นายบิล เมอร์เรย์ โฆษกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ)
นักวิเคราะห์ของฟิตช์ กล่าวว่า สถานะของสภาพคล่องของไทยนั้นจัดอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และเชื่อว่าจะสามารถรับมือกับสภาวะช็อคที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้
นางซูซาน ชว็อป ผู้แทนการค้าสหรัฐ คาดว่า มีผลกระทบต่อการเจรจาเอฟทีเอกับไทย
นายซาโตรุ โอกาซาวาระ ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การเงินของญี่ปุ่น กล่าวว่า การที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงอยู่จะส่งผลให้ค่าเงินบาทไม่สามารถฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ผลกระทบจากการทำรัฐประหารครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบกับค่าเงินบาทเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อค่าเงินสกุลอื่น ๆ ของเอเชียอีกด้วย
นายมาร์แชล กิทท์เลอร์ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การเงินของ ธนาคารดอยทช์แบงก์สาขาสิงคโปร์กล่าวว่า การทำรัฐประหารไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินสกุลอื่น ๆ ในระยะยาวเนื่องจากการทำรัฐประหารครั้งนี้ถือเป็นปัญหาความไม่สงบภายในประเทศไทยเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น


ข้อมูลปลีกย่อย

ประชาชนให้ความสนใจรถถังกำลังทหารที่เข้าทำการรัฐประหารในกรุงเทพฯ ได้ติดแถบผ้าสีเหลืองตามพลทหารและรถถัง เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว[84]
ที่เว็บของรัฐสภาได้มีการนำเอารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ออก[85] ในส่วนของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2549 เวลา 14.50 น.
เว็บไซต์พรรคไทยรักไทย ได้ปิดตัวลง โดยไม่มีข้อความแจ้งแต่อย่างใด รวมทั้งหลาย ๆเว็บไซต์ที่เคยประกาศตัวเพื่อสนับสนุนรัฐบาลและอดีตนายกฯ เช่น เว็บไซต์รักเมืองไทย, คนผ่านฟ้า และ สถานี MV1/Reporter
เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้เปลี่ยนเป็นรูปแบบให้ง่ายและมีขนาดเล็กลง เพื่อลดภาระของเซิร์ฟเวอร์ และยังได้เปลี่ยน URL เป็น http://w3.manager.co.th โดยยูอาร์แอลเดิมที่ http://www.manager.co.th ยังสามารถเข้าได้อยู่ แต่เมื่อผู้ใช้เข้าในเว็บจะถูกส่งให้ไปอ่านในเว็บใหม่แทนโดยผู้ใช้จะไม่สามารถโพสต์ความคิดเห็นได้
"ห้องราชดำเนิน" ในเว็บไซต์พันทิปดอตคอม ซึ่งเป็นห้องที่ใช้สนทนาทางด้านการเมือง ได้ปิดปรับปรุงชั่วคราว และมีข้อความขอร้องให้สมาชิกงดโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับการเมือง ต่อมาในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ได้เปิดให้ใช้งานอีกครั้ง ผู้ดูแลระบบได้ปิดป้ายประกาศและให้เหตุผลว่า "...จากเดิมที่ห้องราชดำเนินดูเหมือนเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้น ทางทีมงานจะพยายามสุดความสามารถ เพื่อทำให้เวทีนี้กลับมาเป็นเวทีที่มีประโยชน์ในการสะท้อนกระแสสังคมโดยรวมอีกครั้ง และลบภาพการเป็นเวทีชุมนุมของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไปให้ได้" แต่ต่อมาในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2550 ที่ผ่านมา ทางกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารยังได้ออกคำสั่งให้ปิดซ้ำ หลังจากทางรัฐบาลชั่วคราวไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ทางการเมืองที่อึมครึมได้ และยังคงโดนวิจารณ์จากทางสมาชิกเว็บบอร์ดนี้อย่างต่อเนื่องในด้านการละเมิดสิทธิพื้นฐาน ความไม่ชอบธรรมต่าง ๆ และการคอรัปชั่นของตัวคณะปฏิวัติเอง
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น (ประเทศไทย) และ กรุงเทพธุรกิจ ได้เปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ เพื่อลดภาระของเซิร์ฟเวอร์
เว็บไซต์รักเมืองไทย ในส่วนของ เว็บบอร์ด ซึ่งเป็นที่แสดงความคิดเห็นของผู้ไม่เห็นด้วยกับคณะปฏิรูปฯ ได้ปิดตัวลง ณ เวลา 4:46 วันที่ 22 กันยายน 2549 ตามเวลาประเทศไทย
เว็บบอร์ด เฉพาะกิจ รวมความเห็นหลากหลาย อย่าง http://www.19sep.org ได้ถูกสั่งปิดจากกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร ณ วันที่ 22 กันยายน 2549 เวลาประมาณ 1.00 น.[86] และได้กลับมาเข้าได้อีกครั้ง (เรียกดูเมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2549) ปัจจุบันยังคงเข้าใช้ไม่ได้อีกครั้งหนึ่ง (เรียกดูเมื่อ 30 เมษายน พ.ศ. 2550)
มีประชาชนให้ความสนใจไปดูและถ่ายรูปคู่กับรถถังที่จอดอยู่จำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ 23-24 กันยายน 2549 รวมถึงนักเทนนิสบางคนที่เดินทางมาแข่งเทนนิสไทยแลนด์ โอเพ่นด้วย โดยมีนายไบรอัน มาคาร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีอีซี-เทโรฯ เป็นผู้พามา[87][88] ทัวร์นักท่องเที่ยวบางกลุ่มยังมีการปรับโปรแกรมให้มาชมรถถัง[89]
ทีมนักแสดงมาสค์ไรเดอร์ไปมอบดอกไม้ให้ทหาร แต่โดนเชิญออกจากพื้นที่เนื่องจากความไม่เหมาะสม[90]


พื้นที่กฎอัยการศึก

ในการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ได้มีการประกาศกฏอัยการศึกทั่วประเทศทันที และได้ทยอยยกเลิกพื้นที่กฎอัยการศึกเป็นระยะ แต่ยังมีพื้นที่อยู่มากที่ยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก

19 กันยายน พ.ศ. 2549 - ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ
28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 - ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกใน 41 จังหวัด (รวมกรุงเทพฯ) แต่ยังคงไว้ 35 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ขอนแก่น เชียงราย เชียงใหม่ ชัยภูมิ นราธิวาส นครราชสีมา บุรีรีมย์ ปัตตานี มหาสารคาม ยะลา ร้อยเอ็ด เลย ศีรษะเกษ สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุดรธานี อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กาญจนบุรี ตราด ตาก น่าน ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี แม่ฮ่องสอน ราชบุรี ระนอง สตูล สระแก้ว อุตรดิตถ์ และ สงขลา[91]

อ้างอิง
^ The Bangkok Post, 25 Sep 2006, Military set to publish interim constitution
^ มติชน, โปรดเกล้าฯเลิกอัยการศึก 41จว.สู่ปกติ คมช.หมดอำนาจเบ็ดเสร็จ, 27 มกราคม 2550
^ Bangkok Post, "United States: Thai coup 'unjustified'", 21 September 2006
^ The Nation, The persistent myth of the 'good' coup, 2 October 2006
^ กรุงเทพธุรกิจ, พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร"วางแผนปฏิรูปการปกครองมาแล้ว 7-8 เดือน", 24 September 2006
^ Thanapol Eawsakul, "The Coup for Democracy with the King as Head of State", Fa Dieo Kan special issue, 2007
^ ww2.se_ed.net/icarus631/document/taweewat_letter_3pdf
^ Timeline: From contested elections to military coup, Financial Times, 2006-09-19
^ Thai arrests over Thaksin 'plot', BBC News, 2006-09-07
^ The Nation, Car-bomb suspects get bail, 30 September 2006
^ สมุดปกขาว คมช. เหตุยึดอำนาจ
^ The Nation, "What Thaksin had done wrong", 22 November 2006
^ Colum Murphy, A Tug of War for Thailand's Soul, FEER, 6 September 2006
^ Thai PM 'overthrown in army coup', BBC
^ The Nation, Sonthi told Thaksin he would stage a coup, 27 October 2006
^ International Herald Tribune, Thaksin refuses to resign despite protests in Bangkok, 6 March 2006
^ The Nation, The auspicious number nine versus ET, 27 October 2006
^ The Nation, Coup as it unfolds, 20 September 2006
^ ไทยโพสต์, 'ทักษิณ' ขอกลับ 'ทรท.' รอวันร้าง, 24 กันยายน 2549
^ ไทยโพสต์, จ่อยึดทรัพย์ติดดาบ'จารุวรรณ'ผนึก'กล้านรงค์' , 20 กันยายน 2549
^ The Bangkok Post Sep. 24, [1], Two kinds of power: Armoured tanks can both destroy buildings and enchant children.
^ 22.0 22.1 มติชน 20 ก.ย. 2549
^ สวนดุสิตโพล, ความคิดเห็นของประชาชนกรณี : ปฏิวัติ
^ The Nation, Embattled TRT still holds edge over opposition: poll
^ 25.0 25.1 25.2 มติชน, 21 ก.ย. 2549
^ นสพ.เดลินิวส์, 24 ก.ย. 2549
^ 27.0 27.1 ประชาไท, คุมตัว ?ฉลาด? ฐานชุมนุมเกิน 5 คน, 20 ก.ย. 2549
^ ประชาไท, ศูนย์ข่าวสารกิจกรรมนักศึกษา เรียกร้องประชาชนแต่งดำไว้อาลัยประชาธิปไตย, 21 ก.ย. 2549
^ A website in Thai detailing events of 20 September 2006
^ Associated Press, Protesters Gather to Denounce Thai Coup, AP claims over 100 protesters.
^ "Democracy", [2], (Thai language blog), Claims 30 protesters and over 200 observers.
^ The Bangkok Post [3], Rally draws 20 anti-coup protesters, Claims 20 protesters.
^ The Nation, Public stages its first protest, 22 September 2006, Claims nearly 100 protesters.
^ The Nation, Ten academic protest against coup, 23 September 2006, Claims 10 protesters
^ CNN's states more than 100 protesters, [4]
^ 36.0 36.1 The Nation, Activists to hold anti-coup gathering, 22 September 2006
^ ข่าว CNN ระบุว่ามีผู้ประท้วงมากกว่า 100 คน, [5]
^ 38.0 38.1 38.2 First successful anti-coup protest in Thailand, 23 September 2006
^ 39.0 39.1 39.2 The Independent, Thai students defy protest ban to demand the return of democracy, 23 September 2006
^ The Nation, New political rally called to test CDRM, 25 September 2006
^ The Nation Second student protest against coup
^ TU Thaprajan
^ ประชาไท, นิสิต-นักศึกษาเตรียมจัดเสวนาเกิน 5 คนวันนี้ที่จุฬาฯ และ ม.เชียงใหม่
^ ประชาไท, รายงานพิเศษ : ด้วยแรงแห่ง ?ความกดดัน? ตำรวจเกาะติดเสวนา ?กลางแจ้ง? เกิน5คนที่ มช.
^ มติชน, ไร้เงานักการเมือง รำลึก 30 ปี 6 ตุลาคม ให้รางวัล"เจริญ", 7 ตค. 49
^ มติชน, ปลุกวิญญาณ 14 ตุลาฯ ร้องปชช.ค้านอัยการศึก ระบุเป็นเผด็จการอ่อน ๆ, 15 ต.ค. 2549
^ ประชาไท, TSF: ?ถ่ายรูปไว้ก่อน ค่อยเชิญตัววันหลัง? ความจริงบนการเคลื่อนไหวภายใต้อัยการศึก, 24 ตุลาคม พ.ศ. 2549
^ The Nation, Small rally against CNS, call for election, 2 November 2006
^ พลวัต รายงาน : เครือข่าย 19 กันยาฯ เคลื่อนขบวนเหยียบถ้ำเสือหน้ากองทัพบก
^ มติชน, 25 กันยายน พ.ศ. 2549
^ ข่าวคนชุมนุมที่นิวยอร์กจากซีเอ็นเอ็น
^ หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น 22 กย.49 Thai students at Oxford regret coup
^ นสพ.เดลินิวส์ 24 กย 49
^ Photos of the protest in front of the Thai embassy in South Korea
^ หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2549 ชุมชนคนออนไลน์ในคืนปฏิวัติ
^ เครือข่ายปกป้องรัฐธรรมนูญประชาชน บนฟรีเว็บไซต์ ของ Geocities-defendthaiconstition
^ http://www.petitiono...p/petition.html
^ ประวัติการแก้ไขหน้า รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 เมื่อเวลา 14:52 น. 22 กันยายน 2549, เมื่อเวลา 17:13 น. 23 กันยายน 2549 ; ประวัติการแก้ไขหน้า คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อเวลา 14:54 น. 22 กันยายน 2549, เมื่อเวลา 21:52 น. 23 กันยายน 2549 ; เวลาทั้งหมดเป็นเวลาของเซิร์ฟเวอร์วิกิพีเดีย
^ สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร, ทดสอบท่าทีตนเองกรณี"ปฏิวัติ", คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12, มติชน
^ Bangkok Post, Human rights groups weigh in against coup
^ [มติชน,"อภิสิทธิ์" แนะคณะปฏิรูปฯ ยกเลิกจำกัดสิทธิเสรีภาพ, 21 กันยายน 2549
^ Asian Human Rights Commission, THAILAND: MILITARY COUP - Restore civilian government immediately
^ กรุงเทพธุรกิจ, กลุ่มนักวิชาการเพื่อสิทธิมนุษยชน ทวงคปค.คืนสิทธิเสรีภาพ, 25 กันยายน 2549
^ Bangkok Post, "United States: Thai coup 'unjustified'", 21 September 2006
^ ChannelNewAsia.com, "US reviewing aid to Thailand due to coup", 22 September 2006
^ The Nation, US cuts off millions in military aid to Thailand, 29 September 2006
^ People's Daily Online (2006). UN chief discourages military coup in Thailand. Retrieved 20 September 2006.
^ The Bangkok Post, UN says Thai coup violating human rights, 25 September 2006
^ คำสั่ง คณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่ 5/2549 : ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
^ ประชาไท, ห้ามเข้า ม.เที่ยงคืนแล้ว หลังท้าทายอำนาจฉีกร่างธรรมนูญ คปค., 30 กันยายน พ.ศ. 2549, เรียกดู 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553
^ ข่าวมติชนรายวัน เจ้าของเว็บ"ม.เที่ยงคืน"ร้อง"กสม." ชี้"ไอซีที"ปิดเครือข่ายไม่เกี่ยวคปค.
^ ประชาไท, ศาลปกครองสั่งไอซีทีคลายบล็อก เว็บ ม.เที่ยงคืน เอกชนฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายซ้ำ, 21 ตุลาคม พ.ศ. 2549, เรียกดู 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553
^ The Nation, ARC summons media bosses to toughen controls, 21 September 2006
^ Associated Press, Thai coup leaders criticize media, 29 September 2006
^ Thai protesters defy martial law, The Guardian, 22 September 2006
^ The Bangkok Post, Mcot board resigns 'for Thaksin broadcast', 27 September 2006
^ ผู้จัดการออนไลน์, คมช.เดือด! ขู่จัดการเฉียบขาด ทีวี-วิทยุ กระบอกเสียงให้ ?แม้ว?, 10 มกราคม พ.ศ. 2550
^ Thai generals pull plug on Thaksin CNN interview
^ The Nation, Community radio stations shut down, 22 September 2006
^ The Nation, Some 100 Chiang Rai teachers stopped by soldiers on their way to Chon Buri, 26 September 2006
^ ประชาไท, รายงานพิเศษ : เมื่อโลกจ้องมองไทยหลังรัฐประหาร, 21 กันยายน พ.ศ. 2549
^ Jinks and Malespine, Beth and Laurent, "Thailand Coup Leader Sondhi Says Government Corrupt (Update2)", Bloomberg.com, 20 September 2006.
^ ผู้จัดการออนไลน์, "มูดี้ส์"ยืนยันเสถียรภาพทางการเงินของไทยหลังการยึดอำนาจ, 21 กันยายน 2549 20:36 น.
^ Yellow scarves -- and calm -- on Bangkok's streets
^ http://www.parliamen...brary/t-b05.htm
^ ประชาไท ข่าวด่วน! เว็บไซต์ 19sep.org ถูกไอซีทีสั่งปิดแล้ว!!!, 22 ก.ย. 2549
^ ?ลูบิซิช? ตามกระแสชาวไทยชักภาพคู่รถถัง, 23 ก.ย. 2549
^ มติชนรายวัน, 24 ก.ย. 2549
^ เดลินิวส์, ฮิตไม่เลิกถ่ายรูปคู่รถถัง-ทหาร แถมกลายเป็นจุดท่องเที่ยว, 24 ก.ย. 2549
^ ผู้จัดการ, ?ฮีโร่? ถูกจับ หลังให้กำลังใจทหารที่ลานพระรูป, 28 ก.ย. 2549
^ กรมประชาสัมพันธ์, ค.ร.ม. เห็นชอบยกเลิกกฎอัยการศึก 41 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ดูเพิ่ม
วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2549

แหล่งข้อมูลอื่น
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549วิกิซอร์ซ มีข้อมูลต้นฉบับเกี่ยวกับ:
รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549อ่าน ประกาศและคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้จากวิกิซอร์ซ
วีดีโอ รถถังในกรุงเทพ จาก ซีเอ็นเอ็น
ประมวลข่าว วาระสุดท้าย! ?ระบอบทักษิณ?
ภาพเกี่ยวกับเหตุการณ์ จาก ฟลิคเกอร์
ประมวลภาพเหตุการณ์วันที่ 19-09-06
วิดีโอการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหาร วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2549


การปฏิวัติ รัฐประหาร กบฏ และการลุกฮือของประชาชนในประเทศไทย (พ.ศ. 2455 เป็นต้นมา)

ปฏิวัติ การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475

รัฐประหาร เมษายน พ.ศ. 2476 ? มิถุนายน พ.ศ. 2476 ? พ.ศ. 2490 ? พ.ศ. 2491 ? พ.ศ. 2494 ? พ.ศ. 2500 ? พ.ศ. 2501 ? พ.ศ. 2514 ? พ.ศ. 2519 ? พ.ศ. 2520 ? พ.ศ. 2534 ? พ.ศ. 2549

กบฏ กบฏ ร.ศ. 130 (2455) ? กบฏบวรเดช (2476) ? กบฏนายสิบ (2478) ? กบฏพระยาทรงสุรเดช (2482) ? กบฏเสนาธิการ (2491) ? กบฏวังหลวง (2492) ? กบฏแมนฮัตตัน (2494) ? กบฏ พ.ศ. 2507 ? กบฏ พ.ศ. 2520 ? กบฏยังเติร์ก (2524) ? กบฏทหารนอกราชการ (2528)

การลุกฮือของประชาชน กบฏสันติภาพ พ.ศ. 2495 ? เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ? เหตุการณ์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519 ? พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535


วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2553

ลำดับเหตุการณ์ กลุ่มบุคคล กระบวนการ และรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวเนื่อง
จุดเริ่มต้น

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
กรณีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
ระบอบทักษิณ
ข้อกล่าวหาการทุจริตในโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
กรณีตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ป
เหตุการณ์หลัก

การชุมนุมขับไล่ทักษิณ ชินวัตร จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549
คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 (บ้านเลขที่ 111)
เหตุการณ์ชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551
เหตุการณ์ นปช. ปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ 2 กันยายน พ.ศ. 2551
การชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาไทย 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551
การบุกยึดท่าอากาศยานในประเทศไทย
คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551 (บ้านเลขที่ 109)
เหตุการณ์ความไม่สงบ เมษายน พ.ศ. 2552
การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553
การสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ พฤษภาคม พ.ศ. 2553
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย: พ.ศ. 2540 ? ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2549 ? พ.ศ. 2550 (การลงประชามติรับ;


การเลือกตั้ง: พ.ศ. 2548 ? เมษายน พ.ศ. 2549 (โมฆะ) ? ตุลาคม พ.ศ. 2549 (ถูกยกเลิก) ? พ.ศ. 2550

การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี: พ.ศ. 2548 ? มกราคม พ.ศ. 2551 ? กันยายน พ.ศ. 2551 ? ธันวาคม พ.ศ. 2551


การอภิปรายไม่ไว้วางใจ: พ.ศ. 2551 ? พ.ศ. 2552 ? พ.ศ. 2553


คณะรัฐมนตรี: 55 (ทักษิณ) ? 56 (สุรยุทธ์) ? 57 (สมัคร) ? 58 (สมชาย) ? 59 (อภิสิทธิ์)

คณะรัฐประหารและองค์กรที่เกี่ยวเนื่อง

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ? คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ? คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ? สมัชชาแห่งชาติ พ.ศ. 2549 (สมช.) ? สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 (สนช.) ? สภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 (สสร.50)

พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่มีชื่อเสียง

พรรคการเมืองใหม่ ? พรรคชาติไทยพัฒนา (พรรคชาติไทย) ? พรรคประชาธิปัตย์ ? พรรคประชาราช (กลุ่มวังน้ำเย็น) ? พรรคเพื่อแผ่นดิน ? พรรคเพื่อไทย (พรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน) ? พรรคภูมิใจไทย (พรรคมัชฌิมาธิปไตย, กลุ่มเพื่อนเนวิน) ? พรรคมาตุภูมิ ? พรรครวมชาติพัฒนา (พรรครวมใจไทย, พรรคชาติพัฒนา)

กลุ่มผู้ชุมนุม

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ? แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน ? กลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน ? เครือข่ายพลังประชาธิปไตยแดงสยาม ? กลุ่มประชาชนเพื่อพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

หน่วยงานอื่น

ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน


ดึงข้อมูลจาก " http://th.wikipedia....%E0%B8%A8._2549 ".

หน้าที่ลิงก์มา ปรับปรุงที่เกี่ยวโยง อัปโหลด หน้าพิเศษ ลิงก์ถาวร อ้างอิงบทความนี้ ภาษาอื่น
Catal? English Espa?ol Suomi Fran?ais Galego Bahasa Indonesia ??? ??? Bahasa Melayu ?Norsk (nynorsk)? ?Norsk (bokm?l)? Polski ??????? Svenska Tagalog T?rk?e Ti?ng Vi?t ?? ??

หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2553 เวลา 09:15 น.

http://th.wikipedia....%E0%B8%A8._2549


#4 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 19 November 2010 - 03:30 AM


เผด็จการทหารไทย
http://leeds01-02.blogspot.com/

วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2553
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2549)

วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2553 เป็นชุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองซึ่งมีความเห็นต่อต้านและสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งวิกฤตการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อ[1][2][3] เสถียรภาพทางการเมืองในไทย[4] ทั้งยังสะท้อนภาพความไม่เสมอภาคและความแตกแยกระหว่างชาวเมืองและชาวชนบท[5] การละเมิดอำนาจ[6] และผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งได้บั่นทอนการเมืองไทยมาเป็นเวลาช้านาน

ในปี พ.ศ. 2548 ได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองซึ่งมีความเห็นว่า ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ควรออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล จนกระทั่งลงเอยด้วยเหตุการณ์รัฐประหาร ส่งผลให้ฝ่ายทหาร คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำโดยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ก้าวขึ้นสู่อำนาจ และเข้ามามีบทบาททางการเมือง ส่งผลให้ไทยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร ซึ่งมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี ระหว่าง พ.ศ. 2549-2550 ซึ่งในช่วงนี้ ได้มีกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน เพื่อขับไล่คมช. และรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ เนื่องจากมาโดยรัฐประหาร

ต่อมา ผลการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2550 พรรคพลังประชาชน ซึ่งถูกมองว่าเกี่ยวข้องทางผลประโยชน์ของทักษิณ ชินวัตร ชนะการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลผสม ทำให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งเคยดำเนินการเคลื่อนไหวต่อต้านทักษิณ ชินวัตรก่อนเหตุการณ์รัฐประหารมาแล้ว กลับมาชุมนุมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากตำแหน่ง ก่อนจะยุติการชุมนุมเมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิพากษายุบพรรคพลังประชาชน ซึ่งในช่วงนั้น กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน ได้ดำเนินการชุมนุมคู่ขนานเพื่อต่อต้านกลุ่มพันธมิตร และมีการปะทะกันหลายครั้ง

ผลการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปรากฏว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสมัยรัฐบาลทักษิณ สมัครและสมชาย ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน (นปช.) กลับมาชุมนุมอีกครั้งเพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งวิกฤตการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะยุติ

เนื้อหา
1 เบื้องหลัง
1.1 การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สองของทักษิณ ชินวัตร
1.2 ความขัดแย้งสนธิ-ทักษิณ และกรณีเมืองไทยรายสัปดาห์
1.3 กรณี "การละเมิดพระราชอำนาจ" และการทำบุญที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
1.4 กรณีการขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ป
2 ลำดับเหตุการณ์
2.1 การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2549
2.2 การชุมนุมต่อต้านและสนับสนุนทักษิณ
2.3 การเลือกตั้งทั่วไป เมษายน พ.ศ. 2549 และผลที่ตามมา
2.4 "แผนฟินแลนด์" และ "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"
2.5 กรณีคาร์บอมบ์ สิงหาคม พ.ศ. 2549
2.6 เหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2549 และสถานการณ์การเมืองสมัยรัฐบาลทหาร
2.7 การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551
2.8 การจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์
2.9 การประท้วงและเหตุการณ์จลาจล เมษายน พ.ศ. 2552
2.10 เหตุการณ์ลอบยิงสนธิ
2.11 ความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐบาลอภิสิทธิ์
2.12 ความเคลื่อนไหวจากต่างประเทศของทักษิณ
2.13 การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553
3 ดูเพิ่ม
4 อ้างอิง


เบื้องหลัง
การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สองของทักษิณ ชินวัตร


Posted Image

ทักษิณ ชินวัตร

ดูเพิ่มที่ ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย และ ข้อกล่าวหาการทุจริตในโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ถูกนักวิชาการบางกลุ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าอยู่ภายใต้ "ระบอบทักษิณ" คือ ไม่ใส่ใจต่อเจตนารมณ์ประชาธิปไตย ข้องเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการฉ้อราษฎร์บังหลวง[7] นอกจากนี้ยังไม่สามารถควบคุมความรุนแรงที่เกิดขึ้น จนกลายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน[8] ทั้งนี้ ประชาชนบางกลุ่มได้ใช้คำว่า "ระบอบทักษิณ" สร้างความชอบธรรมในการขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ความขัดแย้งสนธิ-ทักษิณ และกรณีเมืองไทยรายสัปดาห์
สนธิ ลิ้มทองกุลเคยสนับสนุนทักษิณในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรก[9] ก่อนที่นายสนธิเปลี่ยนมาเป็นโจมตีทักษิณ หลังจากที่ตนเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจ[10] ความขัดแย้งดังกล่าวได้ขยายตัวขึ้นเมื่อช่องโทรทัศน์ 11/1 ของนายสนธิถูกสั่งยุติการออกอากาศชั่วคราว จากการพิพาทในหนังสือสัญญากับผู้วางระเบียบของรัฐบาล[11][12]

กลางเดือนกันยายน พ.ศ. 2548 ฝ่ายบริหารของอสมท มีมติให้ระงับการออกอากาศรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวีอย่างไม่มีกำหนด[13][14] เนื่องจากสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินรายการ ได้อ่านบทความเรื่อง "ลูกแกะหลงทาง" ซึ่งมีเนื้อหาโดยอ้อมกล่าวหารัฐบาลทักษิณและเชื่อมโยงไปถึงสถาบันเบื้องสูง นายสนธิจึงเปลี่ยนเป็นการจัดรายการนอกสถานที่แทน[15]

กรณี "การละเมิดพระราชอำนาจ" และการทำบุญที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2548 หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวัน ได้ตีพิมพ์การเทศนาของหลวงตามหาบัว มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ พ.ต.ท. ทักษิณ อย่างหนัก และมีเนื้อหาส่วนหนึ่งกล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามีการใช้อำนาจ "...มุ่งหน้าต่อประธานาธิบดีชัดเจนแล้วเดี๋ยวนี้ พระมหากษัตริย์เหยียบลง ศาสนาเหยียบลง ชาติเหยียบลง..."[16] ทำให้เกิดหัวข้อโต้เถียงกันเป็นวงกว้าง และนับตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการได้เขียนบทความกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีละเมิดอำนาจของพระมหากษัตริย์ เนื่องจากการเป็นประธานในพิธีการทำบุญที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 10 เมษายน (ซึ่งโดยปกติสงวนไว้เป็นพระที่นั่งของพระมหากษัตริย์)


Posted Image

การทำบุญที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2548

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกมาชี้แจงว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประธานในพิธีแล้ว[17] เช่นเดียวกับนายจักรธรรม ธรรมศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในขณะนั้น ได้สนับสนุนและอ้างว่าสำนักพระราชวังออกแบบพิธีทั้งหมด รวมทั้งการจัดตำแหน่งเก้าอี้ด้วย[18] อย่างไรก็ตาม ASTV ผู้จัดการออนไลน์ ได้ระบุว่า ในวันดังกล่าวไม่มีพระบรมราชานุญาติให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประธานในพิธีแต่อย่างใด[19] ต่อมา ในวันที่ 17 พฤศจิกายน ศาลแพ่งมีคำสั่งให้นายสนธิหยุดการกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ เพิ่ม[20]

กรณีการขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ป
ในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2549 ตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นที่ครอบครองอยู่ทั้งหมดในกลุ่มบริษัทชินคอร์ป ให้แก่บริษัทเทมาเส็ก รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 73,000 ล้านบาท[21] หรือกว่า 49.61% ของหุ้นทั้งหมด[22] ทำให้ถูกโจมตีในประเด็นด้านการได้รับการยกเว้นภาษี การปล่อยให้ต่างชาติเข้าบริหารกิจการด้านความมั่นคง รวมทั้งผลประโยชน์ทับซ้อนและการหลีกเลี่ยงภาษีกำไรส่วนทุน[23]

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้ดำเนินการตรวจสอบการซื้อขายดังกล่าว โดยได้ผลสรุปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และบุตรี พินทองทา ชินวัตร ปราศจากความผิด อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการได้พบว่าบุตรของ พ.ต.ท.ทักษิณ พานทองแท้ ชินวัตร ละเมิดกฎว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลและข้อเสนอการประมูลสาธารณะในการซื้อขายระหว่างปี พ.ศ. 2543-2545 นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบการโอนภายในโดยผู้ถือหุ้นของบริษัทชินคอร์ป แต่ก็ไม่พบการกระทำที่ผิดกฎ

ลำดับเหตุการณ์
การยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2549
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549[24] โดยหวังว่าชัยชนะอย่างถล่มถลายในการเลือกตั้งคราวนี้จะยุติเสียงวิพากษ์วิจารณ์ลงได้[25] พรรคฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยและพรรคมหาชน ประกาศคว่ำบาตรการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์[26] และรณรงค์ให้ผู้ไปใช้สิทธิ์กาในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน[24] อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล ระบุว่ามีผู้เห็นด้วยกับการคว่ำบาตรเพียง 28%[27]

การชุมนุมต่อต้านและสนับสนุนทักษิณ
อันที่จริงการชุมนุมเพื่อขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2547 ในช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ 1 โดยมีการรวมตัวของกลุ่มคนในนามกลุ่มประชาชนเพื่อชาติและราชบัลลังก์ ตามด้วยการชุมนุมปราศรัยทางการเมือง ก่อนที่จะแพร่หลายขึ้นใน พ.ศ. 2548 แรงกดดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังกรณีการขายหุ้นกลุ่มชินคอร์ป การประท้วงต่อต้านส่วนใหญ่ประกอบด้วยกลุ่มชนชั้นกลางและชนชั้นสูงและพวกนิยมเจ้า ร่วมกับกลุ่มสันติอโศก ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว และพนักงานของรัฐวิสาหกิจซึ่งต่อต้านการแปรรูป รวมทั้งสถาบันการศึกษาและปัญญาชน


Posted Image

การประกาศตัวครั้งแรกของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศตัวเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์[28] การชุมนุมหลายครั้งถัดมาได้ปรากฏลักษณะของความรุนแรงเพิ่มขึ้น ถึงกับรังควานนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์[29] รวมทั้งกีดขวางการจรจารและการจัดงานกาชาดประจำปี[30]

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 3 มีนาคม กลุ่มผู้ชุมนุมสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มาชุมนุมที่ท้องสนามหลวงโดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมหาศาล ซึ่งในสื่อไทยระบุไว้ถึง 200,000 คน[31] นับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางมาจากภาคเหนือและภาคอีสานเพื่อมาชุมนุมกันที่สวนจตุจักร[ต้องการอ้างอิง]

หนึ่งสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งใหม่ กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินขบวนไปตามย่านการค้า สถานที่ประกอบธุรกิจและอาคารสำนักงานหลายแห่งจนต้องปิดทำการ ซึ่งคาดกันว่าสร้างความเสียหายถึง 1.2 พันล้านบาท[ต้องการอ้างอิง] และในการชุมนุมเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ได้ก่อให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างหนักในกรุงเทพมหานครและรบกวนการขนส่งของรถไฟฟ้า BTS อีกส่วนหนึ่ง พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง และทำให้สัดส่วนผู้ที่เห็นด้วยกับการชุมนุมลดลงกว่าครึ่ง[32]

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงความต้องการให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแทรกแซงการเมือง โดยการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อยุติความขัดแย้ง เช่นเดียวกับ พธม. สภาทนายความ และสภาสื่อแห่งประเทศไทย[33][34] พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ตรัสตอบแนวคิดดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 เมษายน ว่าการกระทำเช่นนั้น "ไม่เป็นประชาธิปไตย" "เป็นความยุ่งเหยิง" และ "ไม่มีเหตุผล"[35]

การเลือกตั้งทั่วไป เมษายน พ.ศ. 2549 และผลที่ตามมา
ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2549 พบว่าพรรคไทยรักไทยได้รับที่นั่งในรัฐสภาถึง 460 ที่นั่ง ด้วยคะแนนเสียง 56% ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอ้างว่าเขาได้รับเสียงถึง 16 ล้านเสียง[36] อย่างไรก็ตาม ผู้ลงสมัครพรรคไทยรักไทยใน 38 จังหวัดเลือกตั้งภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนเสียงไม่ถึง 20% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชะลอผลของการเลือกตั้ง และจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2549[37][38] พรรคประชาธิปัตย์ยื่นฎีกาต่อศาลปกครองกลางให้ยกเลิกการเลือกตั้งซ่อม[39] ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการถ่วงเวลาการเปิดประชุมสภาและขัดขวางมิให้การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จทันกำหนดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ[40] เช่นเดียวกับ พธม. ที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ประกาศจะชุมนุมต่อไปจนกว่าจะได้รับ "นายกรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้ง"[41]

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการไกล่เกลี่ยอิสระเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง[42] แต่พรรคประชาธิปัตย์และ พธม. ไม่เข้าร่วมกับคณะกรรมการดังกล่าว และในวันรุ่งขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาแถลงไม่เข้ารับการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า เพื่อสร้างความสมานฉันท์และความปรองดองในชาติ[43] ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ลาราชการและแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทน ซึ่ง พธม. ได้เฉลิมฉลองในวันที่ 7 เมษายน และประกาศว่าการกำจัดระบอบทักษิณเป็นเป้าหมายต่อไป[40][44]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสแก่ตุลาการและผู้พิพากษาอาวุโส โดยแสดงพระราชประสงค์ให้มีการดำเนินการทางตุลาการเพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 8-6 เสียง ให้เพิกถอนการเลือกตั้งและจัดการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ ซึ่งกำหนดไว้เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549[45] ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนยังได้เรียกร้องให้สมาชิกของคณะกรรมการการเลือกตั้งลาออกจากตำแหน่ง และเมื่อสมาชิกดังกล่าวปฏิเสธ ศาลอาญาจึงได้สั่งจำคุกและปลดคณะกรรมการการเลือกตั้งออกจากตำแหน่ง[46]

"แผนฟินแลนด์" และ "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"
ก่อนหน้าพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เพียงหนึ่งวัน หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ ผู้จัดการ ได้ตีพิมพ์บทความส่วนหนึ่งเกี่ยวกับ "แผนฟินแลนด์"[47][48][49] ข้อกล่าวหา ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย มีแผนสมคบคิดเพื่อโค่นล่มราชวงศ์จักรีและยึดอำนาจการปกครองประเทศ[50][51] พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคไทยรักไทย ได้ฟ้องต่อนายสนธิ บรรณาธิการ คอลัมนิสต์ และฝ่ายบริหารอีกสองคนในข้อหาหมิ่นประมาท[52]

ส่วนเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน คำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนหนึ่งซึ่งพาดพิงถึง "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"[53] ทำให้นักข่าวคาดกันว่าหมายถึงเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี

กรณีคาร์บอมบ์ สิงหาคม พ.ศ. 2549
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2549 รถคันหนึ่งซึ่งขนวัตถุระเบิดกว่า 67 กิโลกรัมได้หยุดบริเวณใกล้ที่พักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเขตธนบุรี โดยมี ร.ต.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ อดีตคนขับรถส่วนตัวของ พล.ต.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รักษาการผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เป็นพลขับ โดยการสืบสวนของตำรวจพบว่า รถคนดังกล่าวได้ออกจากสำนักงานใหญ่ของ กอ.รมน. เมื่อเช้าวันเดียวกัน[54]

พล.ต.อ.พัลลัภ ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว และกล่าวว่า "ถ้าผมทำ นายกฯ หนีไม่พ้นผมหรอก..."[55][56] และกล่าวอ้างว่า "วัตถุระเบิดอยู่ระหว่างการขนส่ง ไม่ได้เก็บรวบรวมมาจุดระเบิด"[55] ในขณะที่ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นแผนสมคบคิดของรัฐบาล[57]

ร.ต.ท.ธวัชชัย ถูกจับกุมตัว และ พล.ต.อ.พัลลภ ถูกปลดออกจากตำแหน่งในทันที ในภายหลังได้มีการจับกุมนายทหารเพิ่มอีก 5 นาย เนื่องจากสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง[58] แต่นายทหาร 3 นาย รวมทั้ง ร.ต.ท.ธวัชชัย ถูกปล่อยตัว ภายหลังการก่อรัฐประหารในเดือนกันยายน[59]

เหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2549 และสถานการณ์การเมืองสมัยรัฐบาลทหาร
ดูเพิ่มที่ รัฐบาลชั่วคราว หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549


Posted Image

ผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วมกันแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยคืนวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นำโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินได้รัฐประหารยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินจากรัฐบาลทักษิณ โดยได้แถลงเหตุผลของรัฐประหารไว้ใน "สมุดปกขาว"[60] สองวันถัดมา พธม. ประกาศยุติการชุมนุมและประกาศว่าภารกิจสำเร็จแล้ว[61] ภายหลังการก่อรัฐประหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปยังกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

คณะรัฐประหารยังได้มีการจับกุมนักการเมืองรัฐบาลทักษิณหลายคน คือ พล.ต.อ.ชิตชัย วรรณสถิตย์, นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งถูกคุมขัง ณ กองบัญชาการทหารบก[62] นอกจากนี้ ยังได้มีคำสั่งเรียกตัวนายยงยุทธ ติยะไพรัชและนายเนวิน ชิดชอบ[63] ซึ่งทั้งสองได้เข้ารายงานตัวเมื่อวันที่ 21 กันยายน[64][65] และถูกควบคุมตัวไว้ ก่อนที่ทั้งหมด ยกเว้นนายสมชาย จะได้รับการปล่อยตัวภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว[66] เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2549

หลังจากนั้น คณะรัฐประหารเริ่มการสอบสวนข้าราชการซึ่งถูกแต่งตั้งในสมัยรัฐบาลทักษิณ และในการแต่งตั้งนายทหารประจำปี พ.ศ. 2550 นายทหารซึ่งเป็นที่ไว้วางใจของระบอบใหม่ก็ถูกแต่งตั้งแทนที่นายทหารซึ่งภักดีต่อรัฐบาลเก่า[67][68] และเมื่อวันที่ 20 กันยายน คณะรัฐประหารได้ประกาศว่าศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอื่นซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับเก่าจะต้องถูกยกเลิกทั้งหมด[ต้องการอ้างอิง] อย่างไรก็ตาม สถานะของจารุวรรณ เมณฑกายังคงไม่เปลี่ยนแปลง[69] และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจเงินแผ่นดินเพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาความไม่ชอบมาพากล[70] รวมทั้งมีตั้งกรรมการขึ้นตรวจสอบรัฐบาลเก่า คือ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ[71]

ในระหว่างนี้ ยังได้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรใช้ปกครองประเทศต่อไป โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จนเสร็จ และได้ให้ประชาชนออกเสียงลงประชามติ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผู้เห็นชอบคิดเป็นสัดส่วน 57.81% ของผู้มาใช้สิทธิ[72] พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยบังคับใช้เป็นกฎหมาย เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม

การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551
จากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 พบว่าพรรคพลังประชาชนได้รับเลือกมากที่สุด คือ 233 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้อันดับรองลงมา คือ 165 ที่นั่ง นายสมัคร สุนทรเวชเริ่มวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551 และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดแรกเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ แต่ก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นรัฐบาลตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ [73] ฝ่ายพันธมิตรฯเองก็เริ่มมองว่ารัฐบาลสมัครมีพฤติการณ์ที่ส่อถึงความทุจริตหลายอย่าง เช่น การยกปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว[74] และความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนิรโทษกรรมให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ[15]

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้กลับมาชุมนุมอีกครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา[75] ต่อมา กลุ่มพันธมิตรได้ทำการ "ดาวกระจาย" ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทวงถามการตรวจสอบทุจริตในรัฐบาลทักษิณ[76] รวมทั้งเร่งรัดคดีการทุจริตการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช[77] และเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พธม. ได้เคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุม 9 เส้นทางเพื่อยึดพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะย้ายกลับไปยังสะพานมัฆวานรังสรรค์ หลังจากมีคำสั่งของศาลแพ่งให้เปิดเส้นทาง[78]


Posted Image

การชุมนุมของ พธม. หลังการบุกยึดทำเนียบรัฐบาล 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ก่อนที่ พธม. จะเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม[79] ในวันต่อมา แกนนำ พธม. 9 คน ถูกแจ้งความในความผิดข้อหากบฎ และได้มีการปะทะกับกลุ่ม นปช. ซึ่งมีการชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง จนกระทั่งเมื่อเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย จนมีผู้เสียชีวิต 1 คน นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช จึงประกาศการสถานการณ์ฉุกเฉินในวันเดียวกัน[80][81] จนกระทั่งยกเลิกเมื่อวันที่ 14 กันยายน[82]

เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ วินิจฉัยให้นายสมัครพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในคดีจัดรายการ ชิมไปบ่นไป และ ยกโขยง 6 โมงเช้า ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติต้องห้าม[83] ต่อมา ได้มีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ผลปรากฏว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ได้รับเลือก และได้มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดแรก เมื่อวันที่ 24 กันยายน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พธม. ได้ชุมนนุมหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อกดดันมิให้คณะรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันรุ่งขึ้น ตำรวจจึงได้เข้าสลายการชุมนุมเพื่อเปิดทางเข้าออกอาคารทั้งก่อนและหลังการประชุม จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีผู้เสียชีวิต 1[84]-2 คน และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 300 คน[85]

ปลายเดือนพฤศจิกายนและต้นเดือนธันวาคม พธม. ได้บุกยึดท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ[86] จนมีผู้โดยสารตกค้าง[87] และสร้างความเสียหายกับเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของไทยเป็นอย่างมาก การชุมนุมดังกล่าวดำเนินไปจนถึงวันที่ 3 ธันวาคม[88] ภายหลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบ[89] และนายสมชายพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์
ภายหลังการพ้จากตำแหน่งของนายสมชาย ได้มีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ผลปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้รับคะแนนเสียงมากกว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก[90] ทำให้การเมืองพลิกขั้ว พรรคประชาธิปัตย์ได้จัตตั้งรัฐบาลผสม จากเดิมที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลทักษิณ สมัครและสมชาย[91] ในขณะที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบนักการเมืองเดิมจากพรรคพลังประชาชน รัฐบาลเก่า กลายเป็นฝ่ายค้านแทน โดยมีรายงานอย่างกว้างขวางว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก บีบบังคับให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชาชนย้ายมาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์[92]

การประท้วงและเหตุการณ์จลาจล เมษายน พ.ศ. 2552


Posted Image

กลุ่มนปช. บุกเข้าสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออกราวเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552

พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ถ่ายทอดภาพมายังกลุ่มผู้สนับสนุน และกล่าวอ้างว่า ประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม เป็นผู้อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และองคมนตรีบางท่าน คือ พล.อ.สุรยุทธ์ และ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ ได้ใช้อำนาจทหารค้ำตำแหน่งของนายอภิสิทธิ์ ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการให้บุคคลดังกล่าวลาออกทั้งหมด[93][94]

เมื่อวันที่ 7 เมษายน รถของนายอภิสิทธิ์ถูกกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ทุบจนกระจกแตก แต่นายอภิสิทธิ์สามารถหลบหนีไปได้[95] ในวันต่อมา กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มการชุมนุมครั้งใหญ่ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 100,000 คน และรวมตัวกันบริเวณทำเนียบรัฐบาลและรอยัลพลาซา[96] การชุมนุมดังกล่าวได้ขยายตัวไปยังพัทยา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออกครั้งที่สี่ ในขณะที่เดินทางไปยังสถานที่ประชุมนั้น กลุ่มนปช. ได้มีการปะทะกับกลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน[97] แต่ในที่สุด กลุ่มนปช. ก็สามารถบุกเข้าสถานที่ประชุม และทำให้การประชุมถูกยกเลิก[98] นายอภิสิทธิ์จึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน[99] แต่ก็ได้ประกาศยกเลิกในวันเดียวกัน[100] ในขณะที่มีคนออกความเห็นว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง โดยเฉพาะการบุกล้มการประชุมอาเซียนนั้น ทำให้รัฐบาลเสียความน่าเชื่อถือในสายตาประชาคมโลก[101] อีกทั้งยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การประท้วงเริ่มลุกลามในเขตกรุงเทพมหานคร จนเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล และประชาชนผู้อยู่อาศัยทั่วไป จนนายอภิสิทธิ์ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบอีกแห่งหนึ่ง[102] และมีการกล่าวว่า "ถ้าใครมีความยินดีท่ามกลางความเสียหายของประเทศ จะถือว่าเป็นศัตรูของชาติ"[103] นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังออกพระราชกฤษฎีกาให้อำนาจแก่รัฐบาลในการเซ็นเซอร์การแพร่ภาพทางโทรทัศน์[104]

เมื่อวันที่ 12 เมษายน ได้มีการจับกุมแกนนำนปช. ซึ่งบุกสถานที่ประชุมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก[105] เป็นวันเดียวกับที่กระทรวงมหาดไทย ได้ถูกปิดล้อมโดยกลุ่มผู้ชุมนุม และทุบทำลายรถของนายอภิสิทธิ์และรัฐมนตรีบางคนระหว่างเดินทางออก แต่ก็สามารถหลบหนีออกมาได้ หลังจากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้กีดขวางบริเวณทำเนียบรัฐบาล สถานที่ราชการที่สำคัญ และเส้นทางการจราจรทั้วกรุงเทพมหานคร

วันที่ 13 เมษายน ทหารในเครื่องแบบเต็มชุดได้สลายการชุมนุมที่แยกดินแดง ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 70 คน[106] ส่วนทางกลุ่มนปช. ได้มีการกล่าวอ้างว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน จากกระสุนปืนของทหาร ส่วนฝ่ายกองทัพได้ออกมาปฏิเสธ ในวันเดียวกันยังได้มีการปิดสถานีดีสเตชัน[107] และวิทยุชุมชนบางแห่ง เนื่องจากต้องสงสัยว่าสนับสนุนกลุ่มนปช. [108] เหตุปะทะกันยังคงมีขึ้นในหลายจุดของกรุงเทพมหานคร และได้มีหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำนปช. อีก 13 คน[109] ในช่วงดึก ได้มีกลุ่มคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวชุมชนนางเลิ้ง ปะทะกับกลุ่มคนเสื้อแดงจนชาวชุมชนนางเลิ้งเสียชีวิต 2 คนจากกระสุนปืน[110]

ในวันที่ 14 เมษายน แกนนำนปช. หลายคนยอมมอบตัว การชุมนุมจึงสงบลง[109] แม้ว่าผู้ชุมนุมบางส่วนจะยังคงชุมนุมกันต่อไป สถานการณ์ฉุกเฉินมีผลจนถึงวันที่ 24 เมษายน นายกรัฐมนตรีจึงประกาศยกเลิก[111] สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รัฐบาลระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 120 คน ระหว่างการชุมนุม[112]; ในเวลาต่อมา ได้พบศพ นปช. 2 คน ลอยตามแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งทางตำรวจสรุปว่าเป็นการฆาตกรรมด้วยชนวนเหตุทางการเมือง[113]; กลุ่มนปช. กล่าวอ้างว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 6 คน แต่ศพได้ถูกฝ่ายทหารเอาไปซ่อน แต่ทางกองทัพปฏิเสธ[114]

เหตุการณ์ลอบยิงสนธิ


Posted Image
บาดแผลถูกยิงที่ขมับขวาและหน้าอกของนายสนธิ และ รถที่ถูกกระสุนยิงแกนนำ พธม.

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกลอบยิงเมื่อเช้าวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2552 โดยมือปืนได้ใช้อาวุธสงครามกราดยิงรถของนายสนธิกว่า 100 นัด นายสนธิและคนขับรถได้รับบาดเจ็บ[115] กลุ่มมือปืนดังกล่าวได้หลบหนีเมื่อผู้ติดตามของนายสนธิในรถอีกคันหนึ่งใช้ปืนเปิดฉากยิงใส่ นายสนธิถูกกระสุนเข้าที่ศีรษะ ก่อนจะได้รับการผ่าตัดในเข้ารักษาที่โรงพยาบาล[116] นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล บุตรชายของนายสนธิ กล่าวประณามว่าว่ามีทหารหรือคนในรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว[117]

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว[118] และอ้างต่อไปว่าเขา นายอภิสิทธิ์ นายกรณ์ จาติกวาณิช รัฐมนตรีว่าการกระทวงการคลัง และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตกเป็นเป้าหมายของแผนการลอบสังหารด้วยเช่นกัน[119]

สำหรับสาเหตุของการลอบยิงนั้น นายสนธิกล่าวว่า เพราะ "ผมไปเปิดโปงสุภาพสตรีคนหนึ่ง ซึ่งในภาพแสดงออกว่าเป็นคนใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท" แต่มิได้ระบุว่าเป็นผู้ใด[120]

ความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐบาลอภิสิทธิ์
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียไทยได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้

ความเคลื่อนไหวจากต่างประเทศของทักษิณ
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียไทยได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้

การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553
ดูบทความหลักที่ การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน พ.ศ. 2553

ดูเพิ่ม
สมัชชาแห่งชาติ พ.ศ. 2549
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549
กลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน
คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549
เหตุการณ์ชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์
การเมืองภาคประชาชน
การเมืองใหม่
การดื้อแพ่ง
อหิงสา

อ้างอิง
^ Reporters Without Borders. Thailand. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ The Nation. Junta's bills stifle free expression in run-up to vote. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Thomas Bell. Thailand analysis: 'land of smiles' becomes land of lies. The Telegraph. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ The Nation. Political stability is topmost priority. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ maesotcity.com. สื่อนอกชี้ทางเลือกวิกฤตการเมืองไทย ?ยุบสภา-ลาออก-รัฐประหาร?. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ Frank G. Andersen. Lese majeste in Thailand. UPI Asia.com. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ แก้วสรร อติโพธิ. หยุดระบอบทักษิณ. ค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ Thailand War on Drugs Turns Murderous, 600 Killed This Month. StoptheDrugWar.org. สืบค้นเมื่อ 29 มีนาคม 2553.
^ The Nation. Old views haunt govt critic. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ The Nation. The Truth about Thaksin, Sondhi. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ "UBC complies, drops channel", Bangkok Post, 2004-07-02
^ "UBC to resume televising Channel 11/1", Bangkok Post, 2004-07-08
^ "Ch 9 drops Sondhi for royal references", The Nation, 2005-09-16
^ "Monastic feud could lead to a schism", The Bangkok Post, 2005-03-05
^ 15.0 15.1 Jonathan Head. Rifts behind Thailand's political crisis. BBC News. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ หลวงตามหาบัว เทศน์เรื่อง ?เทวทัตยังรู้โทษ? ฉบับเต็ม. ASTVผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นวันที่ 2006-09-21
^ The Nation. Premier had ?approval from King?. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ The Nation. PM?s Office dismisses report in 'Phujadkarn'. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ ASTV ผู้จัดการออนไลน์. ประมวลข่าว ลิ่วล้อเคลื่อนพล-ระดมฟ้อง"สนธิ"หมิ่นฯ! (หน้า 2). สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ The Nation. Court issues gag order on Sondhi. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ Bloomberg. Thai Prime Minister Thaksin's Family Sells Shin Corp. (Update2). สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ The Age. Thai PM rings up a billion reasons for family affair. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ AsiaMedia. SINGAPORE: Temasek's acquisition of Shin Corp. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ 24.0 24.1 สถาบันนโยบายการศึกษา. บทเรียนการเมืองจากคดียุบพรรค (ตอนที่ 1). สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ Jeerawat Na Thalang . Thaksinocracy: just the same old patronage system?. The Nation. สืบค้นเมื่อ 29 มีนาคม 2553
^ ทรท.เมินฝ่ายค้านเล่นบทบอยคอต. FTA Watch อ้างอิงจากกรุงเทพธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ สวนดุสิตโพล. สวนดุสิตโพลล์: ความคิดเห็นของ ประชาชน เกี่ยวกับการ บอยคอต หรือ ไม่ร่วมสังฆกรรม ในการเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ 2bangkok.com. A tale of two newspapers: Gaining strength or losing steam? 5,000 or 100,000?. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ The Nation. Non-violence is not simply the absence of physical violence. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
^ The Nation. PAD tells top police it will not budge. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ "PRO-GOVERNMENT RALLY: Thaksin on warpath", The Nation, 2006-03-08. สืบค้นวันที่ 2006-09-21
^ Thaksin faces last pre-poll rally. soc.culture.thai. Google Groups. สืบค้นวันที่ 2006-09-21
^ The Nation. LEADERSHIP CRISIS King the only hope for end to deadlock, say PAD protesters. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ The Nation. PREMIERSHIP Replace PM, professionals urge Palace. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ The Nation. HM the King's April 26 speeches (unofficial translation). สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ "Thai Rak Thai win 16 million votes : Thaksin", The Nation. สืบค้นวันที่ 2006-09-21
^ The Nation. 38 one-horse candidates fail. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ "Second round of elections be held on April 23", The Nation. สืบค้นวันที่ 2006-09-21
^ "Democrat executive asks court to cancel 2nd round of election", The Nation. สืบค้นวันที่ 2006-09-21
^ 40.0 40.1 "Thai rally toasts Thaksin's exit", CNN.com, 2006-04-07. สืบค้นวันที่ 2006-09-21
^ The Nation. PAD ignores vote results. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ Thomas Fuller. Thailand Leader Cushions Claim of Ballot Victory. The New York Times. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ The Nation. I will not accept post of premier in the next government : Thaksin. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ The Nation. PAD leaders swear to fight on to eradicate Thaksin regime. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ Constitution Court invalidate the April election and order new election. The Nation. สืบค้นวันที่ 5 กรกฎาคม 2006
^ EC Commissioners arrive at Bangkok Remand Prison. The Nation. สืบค้นวันที่ 25 กรกฎาคม 2549
^ คำนูณ สิทธิสมาน. ปฏิญญาฟินแลนด์ ยุทธศาสตร์ทักษิณ. ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ คำนูญ สิทธิสมาน. ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และ...ปฏิญญาฟินแลนด์. ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ ปราโมทย์ นาครทรรพ. ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์: แผนเปลี่ยนการปกครองไทย?. ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ Weerayut Chokchaimadon. Thaksin clearly wanted republic, critics charge. The Nation. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ Wassayos Ngamkham. THAILAND: Sondhi expands on 'Finland Plan'. Bangkok Post via AsiaMedia. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ THAILAND: Manager sued for articles on 'Finland plot'. Bangkok Post via AsiaMedia. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ The Nation. POLITICAL BATTLE: Sondhi files complaint over PM's ouster claim. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ The Nation. It is not a hoax : police spokesman. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ 55.0 55.1 The Nation. http://nationmultime...al_30011902.php 'If I was behind it, PM would be dead']. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ The Nation. Army officer arrested in alleged car bomb attempt is Pallop's driver: police. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ The Nation. 'Car bomb' a govt ploy, ex-security chief alleges. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ Jonathan Head. Thai arrests over Thaksin 'plot'. BBC. 7 September 2006
^ The Nation. Car-bomb suspects get bail. 30 September 2006
^ กรุงเทพธุรกิจ. สมุดปกขาว คมช. เหตุยึดอำนาจ. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ Anti-Thaksin alliance dissolved. Xinhua via People's Daily Online. สืบค้นเมื่อ 28-12-2552.
^ The Nation. Govt heavies flee after many held. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ The Nation. Yongyuth and Newin ordered to report themselves to ARC. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ The Nation. Urgent: Newin reports to ARC. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ The Nation. Urgent : Yongyuth reports to ARC. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ The Nation. Four key men under Thaksin freed : Sonthi. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ Wassana Nanuam, Yuwadee Tunyasiri. Sonthi loyalists put in key military positions. Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ Veera Prateepchaikul. Mid-year reshuffle completes the Thaksin purge. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ The Nation. ARC issues order to maintain Jaruvan's status. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ The Nation. GLO chief resigns. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ AsianLii. Inspection of Acts being Detrimental to the State - Announcement of the Council for Democratic Reform No. 30. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง ผลการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ แนวหน้า. ธีรยุทธสับเละรบ.ลูกกรอก1 ชั่วครองเมือง ชี้แก้รธน.เพื่อตัวเองพังแน่. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ The Nation. PAD begins rallying in front of MFA building to protest Preah Vihear Temple map. สืบค้นเมื่อ 29-12-2552.
^ Daily Xpress. Political passions run high. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ ASTVผู้จัดการออนไลน์. พันธมิตรฯ ไม่หวั่นเดินหน้าบุก ก.ล.ต.-DSI เปิดโปงพิรุธคดี ?แม้ว?. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ The Nation, PAD rally to support EC will see streets closed June 16, 2008.
^ The Nation. [DAILY XPRESS PAD suffers reverse]. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ BBC. Thai protesters 'want new coup'. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร. เล่ม 125 ตอนพิเศษ 144 ง หน้า 1. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ ราชกิจจานุเบกษา. ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน. เล่ม 125 ตอนพิเศษ 144 ง หน้า 4-5. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ UPI. Bangkok state of emergency lifted. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ ศาลรัฐธรรมนูญ. สรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๒-๑๓/๒๕๕๑. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ Seth Mydans & Thomas Fuller. Hundreds Injured in Thai Protests. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ AFP. Thai protest leaders say they will surrender. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ Marwaan Macan-Markar. POLITICS-THAILAND: Heading For Mobocracy?. IPS. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ The Nation. About 3,000 outbound passengers still stranded at Suvarnabhumi. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ The Nation. PAD cease all anti-government protests. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ ศาลรัฐธรรมนูญ. สรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒๐/๒๕๕๑. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.
^ "New Thai prime minister elected", BBC news, 05:53 GMT, Monday, 15 December 2008. สืบค้นวันที่ 2008-12-15
^ BBC News. Thai opposition 'set for power'. 10 December 2008
^ Thomas Bell. Thai army to 'help voters love' the government. The Telegraph. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Thomas Bell. Thai protesters bring Bangkok to a halt. The Telegraph. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ คมชัดลึก. แถลงการณ์เสื้อแดงจี้"เปรม-สุรยุทธ์-ชาญชัย- มาร์ค"ลาออกทันที. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ BBC. Asia-Pacific | Thai PM's car hit by protesters. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Reuters India. UPDATE 4-Anti-govt rally in Bangkok, PM says Asia summit on. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Nirmal Ghosh. LIVE: Flashpoint Pattaya. The Strait Times. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Thomas Fuller. Thailand Cancels Summit After Protests. The New York Times. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชลบุรี. เล่ม 126 ตอนพิเศษ 53 ง. หน้า 1. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศ เรื่อง ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชลบุรี. เล่ม 126 ตอนพิเศษ 54 ง. หน้า 1-2. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ http://www.rsunews.n...IsTheWayOut.htm สืบค้นเมื่อ 26-10-2553.
^ BBC. Troops in Thai emergency patrols. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ The Age. Sacrificing democracy won't end Thailand's chaos. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Committee to Protect Journalists. Thai government issues censorship decree. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Alan Raybould. Thai ministry stormed after state of emergency declared. The Vancouver Sun via Reuters. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Times Online. Thai troops open fire on protesters in Bangkok. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ กรุงเทพธุรกิจ. ไทยคมตัดสัญญาณโทรทัศน์D-Stationแล้ว. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ MCOT. Community radio stations ordered to close temporarily. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ 109.0 109.1 Jonathan Watts. Thailand issues Thaksin arrest warrant over Bangkok violence. The Guradian. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ คมชัดลึก. คนชุมชนนางเลิ้งปะทะเสื้อแดงดับ2. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศ เรื่อง ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร. ... เล่ม 126 ตอนพิเศษ 60 ง. หน้า 1-2. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ BBC. Army pressure ends Thai protest. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ The Straits Times. Police probe 'Red Shirt' deaths. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ MCOT. Thai army chief: No deaths in operation to break red-shirt protest. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Bloomberg. Thai Anti-Thaksin Protester Recovers After Shooting (Update1). สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ The Times. Thailand's Yellow Shirt leader Sondhi Limthongkul survives assassination attempt. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ The Nation. Sondhi's son alleges "Gestapo" behind his father's assassination attempt. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Bangkok Post. Thaksin accused of being behind attack on Sondhi. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ Richard S. Ehrlich. Assassins Haunt Thailand's Government after Insurrection Is Crushed. The Seoul Times. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.
^ ASTVผู้จัดการออนไลน์. ?สนธิ? เปิดใจครั้งแรก เบื้องลึกปมลอบยิง โยงทหารฮั้วการเมืองเก่า. สืบค้นเมื่อ 31-12-2552.

วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2553
ลำดับเหตุการณ์ กลุ่มบุคคล กระบวนการ และรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวเนื่อง
จุดเริ่มต้น

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
กรณีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
ระบอบทักษิณ
ข้อกล่าวหาการทุจริตในโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
กรณีตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ป
เหตุการณ์หลัก

การชุมนุมขับไล่ทักษิณ ชินวัตร จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549
คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 (บ้านเลขที่ 111)
เหตุการณ์ชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551
เหตุการณ์ นปช. ปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ 2 กันยายน พ.ศ. 2551
การชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาไทย 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551
การบุกยึดท่าอากาศยานในประเทศไทย
คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551 (บ้านเลขที่ 109)
เหตุการณ์ความไม่สงบ เมษายน พ.ศ. 2552
การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553
การสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ พฤษภาคม พ.ศ. 2553
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย: พ.ศ. 2540 ? ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2549 ? พ.ศ. 2550 (การลงประชามติรับ;


การเลือกตั้ง: พ.ศ. 2548 ? เมษายน พ.ศ. 2549 (โมฆะ) ? ตุลาคม พ.ศ. 2549 (ถูกยกเลิก) ? พ.ศ. 2550

การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี: พ.ศ. 2548 ? มกราคม พ.ศ. 2551 ? กันยายน พ.ศ. 2551 ? ธันวาคม พ.ศ. 2551


การอภิปรายไม่ไว้วางใจ: พ.ศ. 2551 ? พ.ศ. 2552 ? พ.ศ. 2553


คณะรัฐมนตรี: 55 (ทักษิณ) ? 56 (สุรยุทธ์) ? 57 (สมัคร) ? 58 (สมชาย) ? 59 (อภิสิทธิ์)

คณะรัฐประหารและองค์กรที่เกี่ยวเนื่อง

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ? คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ? คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ? สมัชชาแห่งชาติ พ.ศ. 2549 (สมช.) ? สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 (สนช.) ? สภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 (สสร.50)

พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่มีชื่อเสียง

พรรคการเมืองใหม่ ? พรรคชาติไทยพัฒนา (พรรคชาติไทย) ? พรรคประชาธิปัตย์ ? พรรคประชาราช (กลุ่มวังน้ำเย็น) ? พรรคเพื่อแผ่นดิน ? พรรคเพื่อไทย (พรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน) ? พรรคภูมิใจไทย (พรรคมัชฌิมาธิปไตย, กลุ่มเพื่อนเนวิน) ? พรรคมาตุภูมิ ? พรรครวมชาติพัฒนา (พรรครวมใจไทย, พรรคชาติพัฒนา)

กลุ่มผู้ชุมนุม

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ? แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน ? กลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน ? เครือข่ายพลังประชาธิปไตยแดงสยาม ? กลุ่มประชาชนเพื่อพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

หน่วยงานอื่น

ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน


บทความนี้เป็นบทความเกี่ยวกับ การเมือง การปกครอง ที่ยังไม่สมบูรณ์ คุณสามารถช่วยแก้ไขเพิ่มเติมได้

ดึงข้อมูลจาก " http://th.wikipedia....8%A8._2548-2553 ".


หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2553 เวลา 19:02 น.

http://th.wikipedia....8%A8._2548-2549


#5 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 19 November 2010 - 05:04 PM


เผด็จการทหารไทย
http://leeds01-02.blogspot.com/

โปรดจับตาอย่ากระพริบ สนช.คลอดกม. ร่างทรงอำนาจรัฐ

เบญจา ศิลารักษ์
สำนักข่าวประชาธรรม

ก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่คนจำนวนมากพุ่งความสนใจไปที่พรรคการเมืองต่างๆ รวมไปถึงผู้สมัคร สส.ของแต่ละเขต ใครจะลงหรือไม่ลงสมัครเขตไหน อย่างไร แต่ในระหว่างนี้แทบจะไม่มีใครสนใจการทำงานของรัฐบาล คมช. ที่กำลังเร่งผลักดันออกกฎหมายหลายฉบับ รอการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งรวมแล้วมีไม่ต่ำกว่า 48 ฉบับ ล้วนแล้วแต่กำหนดชะตาชีวิตของประชาชนเกือบจะครอบคลุมในทุกๆ ด้าน นับตั้งแต่สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การสื่อสาร ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการศึกษา ระบบสวัสดิการ จนถึงการจัดการด้านเศรษฐกิจเลยทีเดียว



Posted Image

ที่ผ่านมาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ได้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาสาระของกฎหมายที่กำลังจะนำเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะคลอด 3 วาระรวดหลายฉบับ เช่น ร่างกฎหมายรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ร่างกฎหมายมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ร่างกฎหมายประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฯลฯ

ทั้งนี้มีการวิเคราะห์กันว่าเหตุที่รัฐบาล คมช.พยายามเร่งผลักดันกฎหมายหลายฉบับผ่าน สนช.นั้นมาจากความต้องการรักษาฐานอำนาจ โดยมุ่งไปสู่การเพิ่มอำนาจให้แก่หน่วยงานรัฐ แต่กลับจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนไม่ต่างไปจากรัฐบาลหลายๆ ชุดที่ผ่านมา

ในเวที กป.อพช.มีการแบ่งกฎหมายที่ประชาชนต้องร่วมกันคัดค้าน และจับตามองออกเป็นหมวดหมู่ ซึ่งพบว่าครอบคลุมชะตาชีวิตประชาชนเกือบจะทุกด้านดังที่กล่าวมาข้างต้น หากกฎหมายดังกล่าวคลอดออกมามีผลบังคับใช้ ต่อให้เรามีรัฐธรรมนูญที่สวยหรูเพียงใดก็ไร้ความหมาย เมื่อเสรีภาพของประชาชนถูกแย่งชิงไปเสียแล้ว

?สนช.ไม่มีความชอบธรรมในการออกกฎหมายเพราะไม่ใช่สภาที่มาจากการเลือกตั้ง แต่แต่งตั้งในระบอบเผด็จการ แม้ว่าสภาที่มาจากการเลือกตั้งมีแต่นักการเมืองน้ำเน่า แต่ก็ต้องรับผิดชอบประชาชน กฎหมายหลายฉบับร่างก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ 2550 ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบว่าขัดรัฐธรรมนูญ 2550 หรือไม่? จอน อึ๊งภากรณ์ ประธาน กป.อพช.กล่าวถึงการผลักดันร่างกฎหมายผ่าน สนช.ในเวลานี้ พร้อมกับย้ำว่าจุดยืนของภาคประชาชนคือจะต้องติดตามตรวจสอบอย่างถึงที่สุด

กม.อันตราย ละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

หนึ่งในร่างกฎหมายที่กำลังจะเร่งผลักดันให้ผ่านในรัฐบาลชุดนี้ และเครือข่ายภาคประชาชนถือว่าเป็นกฎหมายอันตรายให้สีแดงเข้ม หมายถึงกฎหมายที่จะต้องคัดค้านจนถึงที่สุดคือ ร่างกฎหมายรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งมีกระแสการคัดค้านมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ยังไม่มีการลงประชามติรัฐธรรมนูญ 50

ร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอโดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเพื่อเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา

ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการพิจารณากฤษฎีกา อยู่ในลำดับที่ 3 ที่จะเข้าสู่ สนช. แนวโน้มโอกาสจะผ่านเป็นกฎหมายบังคับใช้สูงมาก เพราะที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนเคยยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวไปแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์กลับบอกว่าจำเป็นต้องออกในรัฐบาลชุดนี้ เพราะถ้าเป็นรัฐบาลเลือกตั้งกม.ฉบับนี้จะออกยาก โดยไม่ระบุเหตุผลว่าทำไมต้องมีกฎหมายฉบับนี้แต่อย่างใด

ประเด็นที่มีการคัดค้านกันอย่างมากคือ ร่างพ.ร.บ.นี้ทำให้ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ในฐานะผู้อำนวยการกองกำลังรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) สามารถรวมศูนย์อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ อันเป็นการขัดกับหลักประชาธิปไตยที่ยึดหลักตรวจสอบ ถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน


Posted Image

ไพโรจน์ พลเพชร รองประธาน กป.อพช.กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้หากผ่านออกมาจะมีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญเพราะจะทำให้ทหารเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การที่รัฐบาล คมช.ยังไม่ยกเลิกพื้นที่กฎอัยการศึกก็จะทำให้ทหารเข้ามามีบทบาท ผู้บัญชาการทหารบกมีอำนาจใหญ่คับฟ้า เช่น จับกุมคนได้ทันที ตรวจค้น ทำลายสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ห้ามเดินทาง ห้ามชุมนุม หรือเมื่อมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน นายกรัฐมนตรีสามารถสั่งให้ทหารเข้ามามีบทบาทได้


Posted Image

ไพโรจน์ยังกล่าวอีกว่าปัจจุบันแม้ยังไม่มีการออกกฎหมายฉบับดังกล่าว ก็มีการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องแล้วโดยเฉพาะในเขตจังหวัดชายแดนใต้ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อีกทั้งยังเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะเอื้อประโยชน์ให้กับนักลงทุน กรณีที่มีปัญหาในโครงการขนาดใหญ่ ขัดแย้งกับประชาชน รัฐบาลสามารถอ้างเอากฎหมายฉบับนี้มาใช้ได้ ถือว่าขัดหลักรัฐธรรมนูญ และเป็นการรัฐประหารโดยใช้กฎหมายนั่นเอง

กม.คุมเข้มสื่อ เผด็จการย้อนยุค

กลุ่มกฎหมายที่จัดได้ว่าเป็นกฎหมายที่ต้องจับตามองอย่างมากไม่แพ้ร่างกม. รักษาความมั่นคง เพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างมาก คือกลุ่มกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อจำนวน 8 ฉบับ

กฎหมายทั้ง 8 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดทางคอมพิวเตอร์ , ร่างพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพ่รภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ....., ร่างพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ......,ร่างพ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ...... , ร่างพ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.....,ร่างพ.ร.บ.ปราบปรามวัต:bn23:ั่วยุพฤติกรรมอันตราย พ.ศ......, ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับแก้ไข) ,ร่างพ.ร.บ.กองทุนส่งเสริมภาพยนตร์ พ.ศ..... ในจำนวนนี้ พ.ร.บ.ที่ผ่านออกมาแล้วมีผลบังคับใช้ได้แก่พ. ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ปี 2550 นอกนั้นอยู่ระหว่างการชงให้ สนช.พิจารณาและเร่งผลักดันออกเป็นกฎหมาย


http://www.thaingo.org/images/man_pic/supinya04.jpg/img] สุภิญญา กลางณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปสื่อ (คปส.) กล่าวว่าการยกกฎหมายสื่อขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่นั้น กฎหมายหลายฉบับในแวดวงสื่อสารมวลชนเองก็เห็นว่ามีความล้าหลัง ต้องปัดฝุ่น เช่น กฎหมายภาพยนตร์ปี 2473 ที่มีการเปลี่ยนมาเป็นปี 2479 มีความล้าหลังประเทศอื่นอยู่มาก เช่นให้ตำรวจเป็นผู้เซ็นเซอร์ภาพยนตร์ แต่อย่างไรก็ตามตนเองเห็นว่าไม่ควรผลักดันกฎหมายสื่อภายใต้รัฐบาล คมช. ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ประชาชนไม่มีส่วนร่วมแสดงความเห็น อีกทั้งยังมีแนวโน้มการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้มากเพราะเป็นรัฐบาลทหาร ร่างกม.ภาพยนตร์ที่เสนอ สนช.นั้นเปลี่ยนระบบเซ็นเซอร์ เป็นการจัดเรตติ้ง แต่ก็ยังให้อำนาจรัฐที่จะห้ามภาพยนตร์ฉายหรือไม่ฉายได้ เฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ห้ามฉายภาพยนตร์ใดที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน คำถามคือว่าหากภาคประชาชนจะทำภาพยนตร์ฉายดูกันเอง ตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ต้องถูกตรวจ เซ็นเซอร์เหมือนกัน ?อะไรที่ขัดต่อศีลธรรม และความมั่นคง คนที่พิจารณาคือ ภาครัฐ ถามว่าปีนี้ พศ.ไหนแล้ว? สุภิญญากล่าวย้ำ ร่างพ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติพ. ศ.... ถือเป็นร่างพ.ร.บ.สื่ออีกฉบับที่ยกเลิกกฎหมายฉบับเก่าได้แก่พ. ร.บ.วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ 2498 2502 2521 และ 2530 ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของ คปส.ระบุว่าโดยภาพรวมยังคงสภาพความเป็นสื่อของหน่วยงานรัฐ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการขยายอำนาจการสื่อสารในฐานะกระบอกเสียงของภาครัฐผ่านโครงสร้างสื่อบริหารสาธารณะระดับพื้นที่ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะทับซ้อนพื้นที่สื่อของชุมชน และภาคประชาชน สุภิญญา กล่าวว่าแม้จะมีการรองรับพื้นที่สื่อภาคประชาชนอยู่บ้าง แต่ก็มีช่องว่าง คือ การพิจารณาว่าใครเป็นชุมชนจริง ไม่จริง ปัจจุบันร่างดังกล่าวอยู่ในวาระรับหลักการ และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตรวจพิจารณา จากนั้นจึงจะส่งให้ สนช.พิจารณาต่อไป นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่แม้ไม่เกี่ยวข้องกับสื่อโดยตรง เป็นกฎหมายที่ต้องการแก้ปัญหาสื่อที่ส่งกระทบต่อเด็กและเยาวชน คือร่าง พ.ร.บ.ปราบปรามวัต:bn23:/>ั่วยุพฤติกรรมอันตรายพ. ศ..... มีเจตนาดี แต่ในอีกด้านหนึ่ง สุภิญญา เลขาธิการ คปส.มีความเห็นว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้คำจำกัดความของสื่อลามกที่กว้างเกินไปเช่น การมีลอยสักที่แสดงถึงการเป็นสื่อลามกตามการตีความของเจ้าหน้าที่ก็ถูกดำเนินคดีได้ พร้อมกับแสดงความเป็นห่วงว่าร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวอาจจะเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจมากขึ้น เปิดช่องให้บุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งสามารถนำร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวมาใช้จัดการกับคู่ขัดแย้งได้ และกระบวนการยุติธรรมจะปกป้องประชาชนได้อย่างไร ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่ร่างขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2540 ก็พบว่ากำลังมีการเสนอแก้ไขและจะเข้า สนช.เช่นกัน แต่ยังพบรายละเอียดเนื้อหาสาระของร่าง ส่วนร่างที่เกี่ยวข้องกับสื่อและผ่าน สนช.เรียบร้อยแล้ว คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ถือเป็นกฎหมายที่มีการบังคับใช้ และพบว่าให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐอย่างมหาศาลในการตรวจสอบข้อมูลประชาชน จนไปถึงระดับปัจเจกบุคคลที่ถือว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ปัจจุบันมีการดำเนินคดี จับกุมคนที่เข้าข่ายผิดกฎหมายแล้ว กล่าวโดยสรุปการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อนั้น เนื้อหาสาระคือเปิดช่องให้ภาครัฐเข้ามาควบคุมสื่อได้มากขึ้น การควบคุมสื่อเท่ากับเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น จนถึงจิตนาการและความคิดฝันของประชาชนด้วย กม.ละเมิดสิทธิทางเศรษฐกิจ ขายสมบัติชาติเหมือนเดิม ร่างกม.ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศที่มีการคัดค้านอย่างหนัก คือร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจ พ.ศ..... ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติผ่านกฎหมายในเวลาอันรวดเร็ว และนำเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ตอนแรกฝ่ายภาคประชาชนมีความยินดีที่รัฐบาลยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจปี 2542 แต่ในความเป็นจริงมีการยกร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาแทนที่ ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขว่าจะเร่งพิจารณาโดยเร็วให้เสร็จทันรัฐบาลชุดนี้ ฝ่ายภาคประชาชนที่คัดค้านอันได้แก่สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยมีความเห็นว่าร่างพ. ร.บ.ดังกล่าวไม่ต่างจากพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจแต่อย่างใด เพราะเป็นการนำรัฐวิสาหกิจไปขายเช่นกัน อาจจะแตกต่างแค่รูปแบบและวิธีการเท่านั้น [img]http://www.sarakadee.com/feature/2006/02/images/interview0.jpg

รสนา โตสิตระกูล กรรมการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค มีความเห็นว่าร่างพ.ร.บ.นี้ร้ายยิ่งกว่าพ. ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจปี 2542 เสียอีก เพราะรัฐบาลสามารถแปรรูปรัฐวิสาหกิจไปขายได้โดยง่าย ขณะที่ประชาชนไม่สามารถต่อต้านได้ เพราะร่างพ.ร.บ. ดังกล่าวกำหนดว่าคณะกรรมการนโยบายมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามกฎหมาย สามารถจับกุมประชาชนที่ไม่เห็นด้วยได้ ร้ายไปกว่านั้นคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีตัวแทนของผู้บริโภคเข้าไปมีส่วนร่วมเลย

นอกจากนี้ระบบการกระจายหุ้นตามร่างพ.ร.บ. นี้ยังเป็นการให้เช็คเปล่าแก่ฝ่ายบริหาร เน้นเรื่องการกระจายหุ้น บอกว่าจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในการกระจายหุ้น แต่กม.นี้ไม่สนใจว่ากระบวนการในการเลือกรัฐวิสาหกิจจะเลือกอะไรไม่เลือกอะไรมาแปรรูป ก็เท่ากับว่าแปรรูปรัฐวิสาหกิจได้หมด จุดมุ่งหมายก็ยังเป็นไปเพื่อการแสวงหาผลกำไรมากกว่านั่นเอง อีกทั้งยังไม่สามารถป้องกันการแสวงหาประโยชน์ของนักการเมืองกับสมบัติของชาติได้ เช่นการอนุญาตให้ฝ่ายบริหารสามารถนำหุ้นไปขายได้ เท่ากับเป็นการผ่องถ่ายทรัพย์สมบัติชาติไปสู่นักการเมืองนั่นเอง

?คนที่มีความรู้ในเรื่องนี้ กศท.ถือเป็นกระดูกสันหลังของโครงข่ายโทรคมนาคม ไม่ควรจะมีการกระจายหุ้นด้วยซ้ำไป แต่กลับไม่มีข้อห้ามในพ.ร.บ.ฉบับนี้ เมื่อดู รธน.50 ม.84 วงเล็บ 11 ระบุว่ากิจการที่เป็นโครงข่ายพื้นฐานที่เป็นตัวสำคัญ ถ้าแปรรูป รัฐต้องถือหุ้นไม่เกิน 51 เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับเปิดให้เอกชนถือหุ้นได้ถึง 49 เปอร์เซ็นต์ จุดนี้ถือเป็นจุดที่อันตรายมาก เท่ากับสามารถหยิบกิจการใดมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้? รสนากล่าวย้ำถึงอันตรายที่สมบัติชาติจะถูกขายไปหากร่างพ. ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน สนช.

กม.รวบอำนาจจัดการทรัพยากร ละเมิดสิทธิชุมชน

กลุ่มกฎหมายที่เกี่ยวข้องการจัดการทรัพยากรและสิทธิชุมชน มีกฎหมายหลายฉบับที่กำลังเตรียมผลักดัน เช่น ร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน ร่างพ.ร.บ.การจัดการน้ำ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (แก้ไขปี 2535) ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง ร่างพ.ร.บ.ประมง ฯลฯ

ทั้งนี้ในกลุ่มนี้ร่างพ.ร.บ.ที่จัดว่าน่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ ร่างพ.ร.บ.ที่มีการถกเถียง และคัดค้านอย่างกว้างขวางมานานกว่า 15 ปี คือร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน ร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชนค้างเติ่งในรัฐสภา ผ่านรัฐบาลไม่น้อยกว่า 4 รัฐบาล และก็มีการผลักดันเข้าสู่ สนช. ในรัฐบาลนี้ด้วย ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือวิธีคิดของฝ่ายกรมป่าไม้ที่ยังคงมีอิทธิพลอยู่มาก กล่าวคือ ความคิดของฝ่ายกรมป่าไม้นั้นไม่สนับสนุนการมีป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์ และยังมีลักษณะเป็นเจ้าของพื้นที่ป่าอยู่เช่นเดิม ดังนั้นผลการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชนในชั้นคณะกรรมาธิการของ สนช.จึงขัดกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมของฝ่ายภาคประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2543 ทั้งนี้เพราะพลังผลักดันร่างกฎหมายของฝ่ายกรมป่าไม้นั่นเอง


ผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ มีการเปลี่ยนแปลงในมาตราสำคัญคือมาตรา 25 เรื่องการจัดการป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์ และมาตรา 34 เรื่องการใช้ประโยชน์จากป่า นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อำนวยการโครงการยุทธศาสตร์นโยบายและฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวว่าการลงมติของคณะกรรมาธิการ สนช. ในมาตรา 25 นั้นยินยอมให้มีการจัดตั้งป่าชุมชนเฉพาะชุมชนที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์เท่านั้น แต่ชุมชนที่อยู่ข้างๆ หรือติดกับพื้นที่ป่าไม่มีสิทธิ และยังมีเงื่อนไขว่าต้องดูแลจัดการป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งในความเป็นจริงมีชุมชนประเภทนี้ไม่มาก ส่วนมาตรา 34 การใช้ประโยชน์จากป่า ก็ระบุว่าการใช้ไม้จากป่าชุมชนนั้นชุมชนจะต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน เป็นต้น

บัณฑูร กล่าวต่ออีกว่าร่างพ.ร.บ.นี้จึงขัดกับรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 66 เรื่องสิทธิชุมชน และขัดแย้งกับมาตรา 30 ที่ว่าด้วยความเสมอภาคของประชาชนตามกฎหมายระหว่างประชาชนที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ และชุมชนที่อยู่ข้างๆ หรือติดพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ส่วนร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมปี 2535 ครอบคลุมทรัพยากรทุกประเภท โครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบกับชุมชน ยังไม่มีการรับรองสิทธิของชุมชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมของประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ ร่างพ.ร.บ.การจัดการทรัพยากรน้ำมี 2 ร่าง คือร่างจากกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และร่าง สนช. แต่ยังไม่มีบทบัญญัติชัดเจนตามสิทธิตาม รธน. 50 เช่นกัน มีแนวโน้มว่าร่างพ.ร.บ.น้ำนี้จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์น้ำเพื่อการพาณิชย์ เพื่อการค้าขายมากขึ้น

นอกจากจะละเมิดสิทธิชุมชนแล้ว ยังมีแนวโน้มว่าร่างพ.ร.บ.ที่ผลักดันออกมาจะมีการเอื้อให้กลุ่มทุน ผู้ประกอบการรายใหญ่อีกด้วย เช่น ร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรแห่งชาติ เป็นร่างพ.ร.บ.ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีสาระสำคัญเป็นการให้อำนาจผู้แทนหน่วยงานของรัฐร่วมกับผู้แทนองค์กรธุรกิจการเกษตรในการกำหนดนโยบายและแนวทางการพัฒนาการเกษตรเป็นสำคัญ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายพัฒนาการเกษตรดังกล่าว

ร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ก็เช่นเดียวกัน เอื้ออำนวยประโยชน์ให้เอกชน ผู้ประกอบการสามารถผลิต นำเข้า ส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองวัตถุอันตราย เช่น ยกเลิกค่าธรรมเนียมรายปีแก่เอกชนผู้ประกอบการ

นี่เป็นเพียงส่วนของร่างพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากร และสิทธิชุมชน โดยสาระหลักๆ จะเป็นการรวบอำนาจการจัดการทรัพยากรไปอยู่ที่ภาครัฐมากขึ้น และมีแนวโน้มลิดรอนสิทธิชุมชน ขัดกับรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เขียนมาอย่างสวยหรู


กม.แปรรูปมหาวิทยาลัยสู่การค้า ละเมิดสิทธิการศึกษา

เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงรัฐบาล คมช.พบว่ามีการผลักดันการร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หลายมหาวิทยาลัย ได้แก่ร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยบูรพา ร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยทักษิณ และร่างพ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ผ่านมามีกระแสคัดค้านทั้งจากนักศึกษา เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนหลายองค์กร สาระสำคัญที่มีการคัดค้านคือการเร่งผลักดันร่างพ. ร.บ.มหาวิทยาลัยฯ ในสนช.จะเป็นการละเมิดสิทธิทางด้านการศึกษาของประชาชน

ทั้งนี้เพราะแนวคิดในร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยทั้งที่มีการแปรรูปออกนอกระบบไปแล้ว และที่กำลังจ่อคิวรอนั้นเป็นการนำมหาวิทยาลัยเข้าสู่ระบบตลาด มีผลทำให้ประชาชนโดยเฉพาะคนยากจนไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา นักวิชาการในมหาวิทยาลัยขาดอิสรภาพทางวิชาการ บุคลากรในมหาวิทยาลัยไม่มีหลักประกันด้านสวัสดิการ


Posted Image

จอน อึ๊งภากรณ์ ประธาน กป.อพช.กล่าวถึงผลกระทบของการแปรรูปมหาวิทยาลัย คือ 1.ค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้น 2.การเติบโตของมหาวิทยาลัย ไม่สมดุล ภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนในมหาวิทยาลัยอย่างมาก มหาวิทยาลัยจะกลายเป็นโรงงานผลิตคนให้บริษัทต่างๆ

ยิ่งไปกว่านั้นการบริหารงานในมหาวิทยาลัยจะไม่เป็นประชาธิปไตย กล่าวคือ สภาอาจารย์มาจากการแต่งตั้ง และสภาฯ นี้จะแต่งตั้งอธิการบดี จึงทำให้มหาวิทยาลัยมีลักษณะเป็นก๊วน เป็นก๊ก อาจารย์กลุ่มไหนที่ขัดแย้งกับคนกลุ่มนี้ก็จะถูกกลั่นแกล้ง จนขาดอิสระทางวิชาการ

ด้านสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)มีความเห็นว่าที่ต้องคัดค้านและยับยั้งการออก พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพราะกระบวนการยังไม่มีความโปร่งใส และเป็นกลาง เนื่องด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกกฎหมายเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการออกกฎหมายเอง เช่น
นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พบว่ามีตำแหน่งเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยบูรพา

นายเกษม สุวรรณกุล กฤษฏีกา คณะที่ 8 เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นต้น ดังนั้น สนนท. จึงเห็นว่ารัฐบาล คมช.ไม่มีความชอบธรรมในการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว

ก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่มาจากการเลือกตั้ง คงมีกฎหมายใหม่ๆ ที่คลอดออกมาโดย สนช.อีกหลายฉบับ กฎหมายต่างๆ เหล่านี้จะกลายเป็นพันธนาการที่ผูกคอเราเอง กลายเป็นอุปสรรคกับภาคประชาชน เพราะสาระสำคัญล้วนแต่เพิ่มอำนาจรัฐ อำนาจกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่ลดอำนาจประชาชน !
--------------------------------------------------------------------------------

โดย : ประชาไท วันที่ : 4/10/2550
http://www.prachatai...emLanguage=Thai



http://www.pantip.co...4/P5963954.html

ใครมีเวลาอยากให้โหลดเก็บไว้
บันทึกจากเรื่องจริง เหตุการณ์ 14-15 ตุลา วันมหาวิปโยค 2516

แผ่นแรก
1. http://sv2.gushare.c...39566fb078b2c7a
3. http://sv3.gushare.c...adab9e9b9a1f23f
3. http://sv2.gushare.c...2478ec4139b5bff
4. http://sv2.gushare.c...9ed0dc5b21baf8e
5. http://sv2.gushare.c...5435da53fefbaf1

จากคุณ : อณาฏิตา - [ 28 ต.ค. 50 23:42:02 A:124.157.148.126 X: ]


ความคิดเห็นที่ 2

....
แก้ไขเมื่อ 28 ต.ค. 50 23:55:34



จากคุณ : อณาฏิตา - [ 28 ต.ค. 50 23:44:06 A:124.157.148.126 X: ]


ความคิดเห็นที่ 4

ความทรงจำมันถูกลบไปตั้งแต่ มีคนเอาดอกไม้ และคำขอบคุณ ไปมอบให้แก่รถถังที่เข้ามาเหยียบประชาธิปไตยแล้วครับ

สำหรับผมมองไปที่ชาธิปไตยข้างหน้าอย่างเดียว

จากคุณ : พญาเสือ - [ 29 ต.ค. 50 00:47:46 A:222.123.64.14 X: ]


ความคิดเห็นที่ 5

14 ตุลา วันเกิดผมพอดีเลย แต่คนละปี เฮงจริง


จากคุณ : dada23 - [ 29 ต.ค. 50 01:49:02 A:124.157.160.140 X: ]
เขียนโดย Leeds01-02 ที่ 10:59 0 ความคิดเห็น


#6 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 21 November 2010 - 01:14 PM


เผด็จการทหารไทย
http://leeds01-02.blogspot.com/

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
เผด็จการทหารไทย พฤศจิกายน 2550

http://www.prachatai...b/th/home/10357
ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 27 พฤศจิกายน 2550

?สนธิ? ระบุซื้ออาวุธ3แสนล้านรัฐบาลใหม่ เพื่อดูแลประชาชนให้อยู่ดีมีสุข


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ - ผู้สื่อถามถามพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินถึงกรณีที่กระทรวงกลาโหม เตรียมทำข้อเสนอจัดซื้ออาวุธ จำนวน 3 แสนล้านบาทในรัฐบาลหน้า ซึ่งมีเสียงวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม เพราะประเทศไม่ได้สู้รบกับใคร พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติ ว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง (ครส.) กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลที่แล้วได้จัดทำแพ็กเก็จในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อทำให้กองทัพเข้มแข็ง ซึ่งทุกประเทศก็ทำเหมือนกันหมด ครั้งนี้ก็เป็นแผนงานที่กองทัพต้องวางเอาไว้

ทั้งนี้เคยชี้แจงในที่ประชุมหลายแห่งแล้วว่า ต้องอย่าลืมว่าในอนาคตบ้านเราทรัพยากรของชาติที่จะนำมาให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข เริ่มหมดลงไปทุกที ดังนั้นจึงต้องมีอำนาจของชาติที่จะใช้ในการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ เช่น ที่อยู่ในทะเล เป็นต้น ดังนั้นทางด้านความมั่นคงจึงต้องเตรียมเรื่องนี้เอาไว้


พล.อ.สนธิ กล่าวว่าการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง (ครส.) กล่าวถึงกรณีที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ระบุว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคจ้างทำโพลล์ชี้นำแทนการซื้อเสียง ว่า ต้องเป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปตรวจสอบ เพราะการทำโพลบางทีก็เป็นผลได้ผลเสียกับผู้จัดทำ อย่างไรก็ตามตนเคยพูดเรื่องนี้ในที่ประชุม ครส.ไปครั้งหนึ่งแล้วว่า กกต.จะต้องศึกษาเรื่องการทำโพลด้วย แต่จะมีการสั่งการห้ามไม่ให้มีการเผยแพร่ผลโพลล์หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับ กกต. ส่วนผลโพลล์จะออกมามีผลต่อคะแนนของพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ คงต้องให้ กกต.เป็นคนคิด แต่ กกต. และ ครส. หารือกันได้อยู่แล้วในเรื่องนี้ ส่วนที่ กกต.ออกมาเปิดเผยวิธีการซื้อเสียงแบบใหม่ผ่านทางไปรษณีย์ โอนเงินให้หัวละ 1,000 บาทนั้น เป็นสิ่งที่รู้กันอยู่แล้ว จึงได้บอกว่าถ้าประชาชนออกมาช่วยกันใช้สิทธิ์ลงคะแนนมากๆ ก็จะแก้ปัญหาได้


พล.อ.สนธิ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เปิดเวทีปราศรัยโจมตี คมช.และทหาร ว่า ก็ไม่เป็นไร เพราะประชาชนจะพิจารณาเอง ส่วนที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ระบุว่าจะเปิดเผยเอกสารลับของ คมช.ที่มีเนื้อหาสกัดกั้นพรรค พปช.เพิ่มเติมอีกนั้น จะมีหรือไม่ตนไม่ทราบ

"ที่ระบุว่า คมช.ไปล็อคเลือกตั้งไม่ให้พปช.เป็นรัฐบาลนั้น ไม่เป็นความจริง นักการเมืองแต่ละท่านเป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว เพราะท่านเป็นนักการเมืองอาชีพ ทางเราไม่มีความรู้ทางการเมือง นักการเมืองคงไม่มาฟัง อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมีการพูดอย่างไร ประชาชนทั้ง 65 ล้านคนจะพิจารณาเอง "พล.อ.สนธิ ระบุ


เมื่อถามว่า นายจาตุรนต์ ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.สนธิแสดงจุดยืนให้ชัดเจน ว่าไม่มีการทำสัญญาลับกับบางพรรคการเมือง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ?ต้องไปถามพรรคการเมือง มาถามผมไม่ได้ ผมบอกว่าผมไม่รู้เรื่องในเรื่องนี้ ต้องไปถามพรรคการเมืองต่างๆ ส่วนการที่พรรคพปช.พยายามโจมตีเพื่อดิสเครดิตตน และ คมช.ในช่วงการเลือกตั้งนั้น ก็บอกแล้วว่า มันเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร เราก็เฉยๆ ไว้ จะได้ไม่ไปเพิ่มกระแสให้กับอีกด้านหนึ่ง?

เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวยอมรับได้หรือไม่ หากพรรคพปช.ชนะการเลือกตั้ง และบ้านเมืองกลับมาวุ่นวายเหมือนช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่รู้ ตอบไม่ได้ ส่วนถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับไทย ก็ต้องเข้าสู่ขบวนการทางฝ่ายกฎหมาย
-------------------------------------------------------------------------------------
โดย : ประชาไท วันที่ : 27/11/2550


http://www.prachatai...c.php?id=536946
สังคมและการเมือง

--------------------------------------------------------------------------------
โพสต์: เสรีชน

ID#536946 | เมื่อ: 2550-11-13 23:50:21

ไปไม่รอด คนเราเวลาดวงตก ช้างมาลากก็ฉุดไม่ขึ้น ยามมีอำนาบารมีหน้าตาก็ผ่องใส ยามสิ้นอำนาจวาสนา ผิวหน้ากลับหมองคล้ำ ถ้าไม่มีอคติฉันทาคติจนเกินไป คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า วันนี้ สนธิ บุญยรัตนกลินดวงตกต่ำใกล้จะถึงที่สุดแล้ว

ความชั่วเมื่อยังไม่ให้ผล คนทำชั่วเข้าข้างตนเอง นึกว่าไม่มีผลจริง แถมคิดโง่ๆ ว่า ฉันไม่ใช่พุทธเป็นอิสลาม แต่กฎแห่งกรรมแม้เทวาพระเป็นเจ้าองค์ใดศาสนาใดก็ช่วยไม่ได้ เพราะกรรมคือ สัจจธรรม ที่ไม่มีใครหนีพ้น

เอกสารลับทำลายพรรค พปช ที่ทุกคนคิดว่าจะเงียบไป แต่ กกต ดำเนินเรื่องเงียบๆ ตามจี้ถึงที่สุด คนที่คิดว่า
สมัครขลาด เอาเอกสารเท็จมาใช้ งานนี้ ยุ่งแล้วเพราะสมัครและทีมทนายเขาโผล่ไปให้การกับอนุ กกต ตามด้วย
นายแพทย์ เหวง โตจิราการ และกลุ่มประชาธิปไตยทั้ง
ประทีป อึ้งทรงธรรม
นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ และ
นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ยื่นหลักฐานให้ กกต ดำเนินการกับพลเอกสนธิ ซึ่งก่อนการดำเนินการ กกต ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ยอมให้ คณะกรรมการรณรงค์ป้องกันซื้อสิทธิ์ขายเสียง ของพลเอกสนธิ เข้ามาเกี่ยวข้องกับ กกต ไม่ขอความร่วมมือจากกรมการนี้แต่อย่างใด เรียกว่าตบหน้ากันแต่ฉาดแรกว่า ไม่ยอมเป็นเครื่องมือบัง จะทำหน้าที่อย่างเป็นกลางจริงๆ

ซึ่งในวันถัดไป อนุ กกต จะเรียกพลเอกสนธิ มาสอบ พร้อม
พันเอกฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เจ้าไอเดียความคิดบัดซบด้วย

บังพลาดไปที่คำพูดหลายอย่างของเขาทั้งทางทีวีทางสื่อส่อเป็นนัยรับว่าเอกสารจริง โดยหารู้ไม่ว่า มีเสียง มีภาพและเทปยืนยัน แถมทำท่ายวนๆ มีโมโหว่า เป็นเรื่องความมั่นคง ใครๆ ก็ทำ นี่คือ คำรับโดยปริยายแล้ว และยังออกอาการโอหังถึงจริงก็ไม่กลัวเพราะเขาคิดว่าเขายังใหญ่ใครก็ทำอะไรไม่ได้ ขณะที่นายก พลเอกสุรยุทธ์ ที่แสดงความโง่ โฉ่งฉ่างรับว่าเอกสารจริง แต่เถียงว่าเป็นเรื่องเก่า

ในทางกฎหมาย คำรับที่เป็นผลร้ายกับตัวเอง คือ คำพยานที่ศาลรับฟังได้อย่างดี เพราะธรรมชาติของคน คนจะไม่พูดปรักปรำตนเอง

ทั้งนี้ นพ.เหวงที่ยื่นให้สอบเอกสารนี้ด้วย กล่าวยืนยันว่า แม้คณะกรรมการชุดนี้ จะให้ความมั่นใจ ในการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไป-ตรงมา แต่เห็นว่า ควรใช้กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์เข้าช่วย เพราะนิติวิทยาศาสตร์ ไม่เคยโกหกใคร รวมทั้งควรเร่งนำเอกสารของจริงจาก คมช. มาตรวจสอบ ก่อนที่จะมีการแก้ไข

เชื่อเหอะ งานนี้ ฉัตรเฉลิม ถ้านายคิดจะแก้ไขเอกสาร ก็โง่ถึงที่สุดเพราะมีประจักษ์พยานรู้เห็นเอกสารเป็นร้อยยคนในกองทัพ และประการสำคัญที่สุด พลเอกสนธิ ไม่ใช่ ผบ ทบ ที่จะให้คุณให้โทษย้ายใครในกองทัพได้ต่อไปแล้ว

ความหนักใจเรื่องเอกสารลับทำให้ คมช ตื่นแต่เช้ามาประชุมกันเจ็ดโมงโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับใคร แต่สอง คมช กบฎ คือ สะพรั่ง ไม่มาร่วมตามเคย ส่วนเสรีพิสุทธิ์ หลังบังเกษียณแล้วก็อ้างว่าติดราชการหายตัวไปเลย เพราะเขาเป็น ผบ ตำรวจแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะกินน้ำใต้ศอกพึ่งร่มโพธิ์ของแขกกบฎคนนี้อีก

ยากครับที่จะรอด กะจะใช้ คตส เล่นสมัครคดีรถดับเพลิง แต่ คตส ก็มีฐานะง่อนแง่น ไม่มี รธน ใหม่รองรับ รอวันที่ พปช จะยุบ ถึงเรียกสมัครไป ไม่ไป คตส ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างมากก็แจ้งตำรวจ ตำรวจก็ดึงคดีรอผลการเลือกตั้งไปอีก แบบเดียวกับที่ คตส โดนพิณทองทา สะบัดก้นใส่ ถึงวันนี้ พิณทองทาก็ยังไม่ติดคุก ตำรวจยังไม่เรียกสอบ
ฉะนั้น ถึง คตส เรียกไปแจ้งข้อหา ก็ต้องส่งให้อัยการฟ้อง อัยการยุคชัยเกษมไม่เหมือนยุคพัชระ ไม่ง่ายหรอกครับที่จะตีตราให้ คตส เพราะ สุรยุทธ์จะมาสั่งยังไ ในเมือ่อีกสองเดือนสุรยุทธ์ก็จบแล้ว ฉะนั้น แฟนๆ คุณสมัครใจเย็นได้ cool งานนี้ไม่ใช่ยุค คมช สั่งซ้ายขวาหันแล้ว

หมดค่าแล้ว คตส และพลเอกสนธิ บุญ กรรมมาทันแล้ว
พวกคุณอยู่ไปก็เหมือนคนตายเพราะพวกคุณเป็นแค่สุสานเผด็จการที่รอวันโดนทำลายทิ้งเท่านั้นเอง !!!


#7 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 22 November 2010 - 12:40 AM


เผด็จการทหารไทย
http://leeds01-02.blogspot.com/


ลำดับเวลาของ รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549

เนื้อหา

1 ก่อนรัฐประหาร
2 วันที่ 19 กันยายน
3 วันที่ 20 กันยายน
4 วันที่ 21 กันยายน
5 วันที่ 22 กันยายน
6 วันที่ 1 ตุลาคม
7 วันที่ 2 ตุลาคม
8 อ้างอิง
9 ดูเพิ่ม


ก่อนรัฐประหาร

ตอนสายของวันที่ 9 กันยายน - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ขึ้นเครื่องที่ บน.6 เพื่อเดินทางไปประเทศทาจิกิสถาน ท่ามกลางการอารักขาของหน่วยทหารพร้อมอาวุธสงคราม เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่นานมีความพยายามลอบสังหารรักษาการนายกรัฐมนตรี (คาร์บอมบ์)[1]
10 กันยายน - พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เพื่อเข้าร่วมประชุมอาเซม มีข่าวลือเรื่องปฏิวัติหนาหูขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณ บอกกับนักข่าวว่าเป็นเพียงการปล่อยข่าว ในขณะที่เมืองไทย รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ. บรรณวิทย์ เก่งเรียน แสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อการแทรกแซงโผย้ายทหารของรัฐบาลและ พล.อ. ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา[1]
11 กันยายน - พ.ต.ท.ทักษิณ และคณะ เดินทางไปพักผ่อนที่อังกฤษ เนื่องจากเกิดเป็นไข้ขึ้นมากะทันหัน หลังเสร็จการประชุมอาเซมที่ประเทศฟินแลนด์ เพื่อเตรียมตัวร่วมประชุมกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่ประเทศคิวบา[1]
13 กันยายน - พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ว่าทหารไม่คิดปฏิวัติ[1]
15 กันยายน - พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์นักข่าวระหว่างเดินทางไปประเทศคิวบาว่าอาจจะเว้นวรรคทางการเมือง[1]

วันที่ 19 กันยายน


Posted Image

พ.ต.ท.ทักษิณ เรียกผู้นำเหล่าทัพเข้าประชุมความมั่นคงอย่างกระทันหัน แต่ไม่มีผู้นำเหล่าทัพไหนเข้าร่วมเลย ยกเว้น พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เช้าวันที่ 19 กันยายน มีคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเตรียมเข้าประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เรียกผู้นำทุกเหล่าทัพเข้าประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนใดเข้าร่วม โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. อ้างว่ากระชั้นชิดเกินไป ยกเว้น พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. ทำให้มีกระแสข่าวลือการปฏิวัติรัฐประหารแพร่สะพัดไปทั่วทำเนียบรัฐบาล และกระจายสู่ภายนอกโดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย[2]

เวลา 18.00 น. นายสมชาย มีเสน ผู้จัดรายการวิทยุ F.M. 92.25 MHz นัดผู้ฟังรายการจำนวนหนึ่งเข้าพบ พล.อ.สนธิ ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เพื่อขอให้ทหารให้ความคุ้มครองกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ วันพรุ่งนี้

ช่วงพลบค่ำมีข่าวว่ากำลังทหารหน่วยรบพิเศษจาก จ.ลพบุรี เคลื่อนกำลังเข้ากรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ข่าวระบุว่าเป็นเรื่องการทำบุญ หม่อมหลวงบัว กิติยากร หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง สำนักข่าวไทยรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศเลื่อนเดินทางกลับประเทศไทยเร็วขึ้นจากวันที่ 22 กันยายน เป็นเวลา 05.00 น. ของวันที่ 21 กันยายน[2]

ประมาณ 21.00 น. กำลังทหารจากพลร่มป่าหวาย หน่วยสงครามพิเศษลพบุรี เข้ามาประจำการที่กองบัญชาการกองทัพบก จากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงสถานการณ์เริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ได้ยุติรายการปกติและเปิดเพลงที่มีเนื้อหาสรรเสริญพระบารมี มีข่าวลืออีกว่าทหารเข้าควบคุมตัว พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการ รมว.กลาโหม อีกกระแสข่าวบอกว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน[2]

ช่วงนั้น น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลด้านหลังตึกไทย ไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ที่เดินทางตามเข้ามาแต่ไม่ได้ลงจากรถ ก่อนที่ น.พ.พรหมินทร์ จะหอบเอกสารปึกใหญ่เดินขึ้นรถ พล.ต.อ.ชิดชัย และเคลื่อนออกไปจากทำเนียบด้วยกัน กำลังคอมมานโดตำรวจกองปราบปรามได้เดินทางไปรักษาความปลอดภัยที่บ้านจันทร์ส่องหล้า[2]

เวลา 22.00 น. ขบวนรถถังเคลื่อนเข้าคุมเชิงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และ ถ.ราชดำเนิน สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นรายงานข่าวด่วน สถานการณ์ในประเทศไทย หลังมีผู้เห็นกองกำลังทหารตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ รักษาการนายกฯ ได้โทรศัพท์สั่งการไปยังสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เตรียมการถ่ายทอดเสียงผ่านทางโทรศัพท์ แต่ขณะที่กำลังรอสาย ทหารได้เข้าควบคุมสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ได้ก่อน[2]


Posted Image

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ ทีวี แพร่สัญญาณเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อเวลา 22.13 น. ออกประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมพื้นที่กรุงเทพฯ ระบุอยู่ในขั้นรุนแรง และให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้รายงานตัวต่อ พล.ต.อ.ชิดชัย และตั้ง พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.สส. คุมอำนาจแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน [2]

ไม่กี่นาทีต่อมา ทหารจำนวนมาก ออกมาตรึงกำลังตามถนนต่าง ๆ ตั้งแต่แยกเกียกกาย ผ่านมาถึง ถ.ราชสีมา บริเวณสวนรื่นฤดี สี่แยกราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) โดยมีทหารแต่งกายลายพรางเต็มยศเป็นผู้ควบคุมกำลัง จากนั้นสัญญาณ โมเดิร์นไนน์ ทีวี ถูกตัดลง มีรายงานว่าเพราะทหารตัดไฟ โมเดิร์นไนน์ ทีวี ขณะ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนจะตัดเข้าโฆษณาและเข้าสู่รายการปกติ โดยมีรายงานข่าวว่ากำลังทหารบุกเข้าควบคุมที่ห้องส่งสัญญาณออกอากาศ พร้อมควบคุมตัวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.อสมท (ภายหลังนายมิ่งขวัญชี้แจงว่าตนไม่ได้อยู่ที่สถานีในขณะนั้น และไม่ได้ถูกจับกุม [3])

เวลาประมาณ 22.25 น. สถานีโทรทัศน์เกือบทุกช่องตัดเข้ารายการเพลง เปิดเพลงที่มีเนื้อหาสรรเสริญพระบารมี ยกเว้นช่อง 9 และช่อง 3 ที่นำเสนอรายการปกติ โดยมีรายงานข่าวว่ามีกำลังทหารเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง โดยเฉพาะ โมเดิร์นไนน์ ทีวี และไอทีวี หลังจากนั้นสถานีโทรทัศน์ทุกช่องเริ่มเชื่อมสัญญาณกับ ททบ.5 และเปิดเพลงที่มีเนื้อหาสรรเสริญพระบารมี ยกเว้นสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอย่างเอเอสทีวี และ เนชั่นแชนนัล ทางสถานีโทรทัศน์ไททีวี ช่อง 1 ที่ยังคงรายงานสถานการณ์ได้ตามปกติ กำลังทหารส่วนหนึ่งได้เข้าควบคุมตัว พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผบก.กองปราบปรามและ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต (เสธ.ไอซ์) ที่ปรึกษากองทัพบก[2]


Posted Image

ข้อความชี้แจงที่ปรากฏบนหน้าจอโทรทัศน์

เวลา 22.54 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยออกอากาศทางสถานีทุกช่อง ขึ้นคำประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมขออภัยในความไม่สะดวก และเปิดเพลง "ความฝันอันสูงสุด" ประกอบ ด้านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นและบีบีซีเผยแพร่ข่าวรถถังและกำลังทหารควบคุมสถานการณ์ภายใน กทม. ช่วงหนึ่งได้แพร่ภาพกลุ่มชาวบ้านใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปทหารเหล่านั้น โดยไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด มีกำลังทหารจำนวนหนึ่งพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้ายึดอาคารชินวัตร เนื่องจากเป็นจุดสำคัญในการส่งสัญญาณสื่อสาร รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ไอทีวีและบ้านจันทร์ส่องหล้า[2]

นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศทางเอเอสทีวี ยกเลิกการชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 กันยายน เวลา 17.00 น ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น และเนื่องจากอยู่ในช่วงประกาศกฎอัยการศึก เวลา 23.15 น. พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค อดีตโฆษก ททบ.5 อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่แสดงไว้ในหน้าจอก่อนหน้านี้ซ้ำถึงสองครั้ง จากนั้นทหารจาก ป.พัน 21 สังกัด ร.21 ประมาณ 30 นาย พร้อมอาวุธครบมือเดินทางไปยังอาคารเนชั่นทาวเวอร์ ที่สถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนนัล โดยยืนยันว่า มาดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วไป[2]

เวลาประมาณ 23.30 น. คณะปฏิรูปการปกครองฯ ได้ควบคุมตัว พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งนายดุสิต ศิริวรรณ อดีตผู้ดำเนินรายการผู้สนับสนุนคนสำคัญ มากักตัวไว้ที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กองบัญชาการทหารสูงสุด [4] เกือบเที่ยงคืน ผู้บัญชาทหารทุกเหล่าทัพเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต


วันที่ 20 กันยายน
พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค อ่านประกาศคณะปฏิรูปฯ
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 1/2549 เรื่อง มูลเหตุของการยึดอำนาจ
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 2/2549 เรื่อง ห้ามการเคลื่อนย้ายกำลังทหาร
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 3/2549 เรื่อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 สิ้นสุดลง ให้วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี และศาลรัฐธรรมนูญ สิ้นสุดลงพร้อมกับรัฐธรรมนูญ ให้คณะองคมนตรีดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ให้ศาลคงอำนาจหน้าที่ต่อไป
เวลา 1.13 น. ทหารได้กันพื้นที่ไม่ให้ประชาชนผ่านโดยมีรถถังคุมบริเวณสี่จุดรอบเขตพระนครดังนี้
จุดที่ 1 บริเวณสนามม้านางเลิ้ง 1 คัน
จุดที่ 2 บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า 2 คัน ซึ่งมีขนาดใหญ่ติดอาวุธครบถ้วน
จุดที่ 3 บริเวณสวนจิตรลดา 1 คัน
จุดที่ 4 บริเวณเชิงสะพานปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี 1 คัน ซึ่งเป็นรถยานเกราะ ไม่มีอาวุธ
เวลา 1.24 น. พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค อ่านประกาศคณะปฏิรูปฯ
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 4/2549 เรื่อง อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ให้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินแก่หัวหน้าคณะปฏิรูปฯ
เวลา 5.30 น. น.ส.ทวินันท์ คงคราญ หัวหน้า ปชส. ททบ.5 อ่านคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 3/2549 แต่งตั้งให้แม่ทัพภาค 1 แม่ทัพภาค 2 แม่ทัพภาค 3 และแม่ทัพภาค 4 เป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่แต่ละกองทัพภาค
เวลา 8.00 น. พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค แถลงว่า พล อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จะออกแถลงการณ์ในเวลา 9.00 น. และให้สถานีโทรทัศน์ออกรายการตามปกติของแต่ละสถานี
เวลา 8.12 น. โทรทัศน์เริ่มออกอากาศรายการตามปกติ
เวลา 9.20 น. พล อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อ่านประกาศแถลงการณ์ คณะปฏิรูปฯ พร้อมด้วยผู้นำเหล่าทัพ
เวลา 10.45 น. น.ส.ทวินันท์ คงคราญ อ่านประกาศคณะปฏิรูปฯ
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 5/2549 เรื่อง การมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษา
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 6/2549 เรื่อง ความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงาน ชาวนา ชาวไร่
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 7/2549 เรื่อง ห้ามการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 8/2549 เรื่อง ห้ามการกักตุนสินค้าและขึ้นราคาสินค้า
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 9/2549 เรื่อง เรื่องนโยบายต่างประเทศ
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 10/2549 เรื่อง การขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวสาร
เวลา 11.00 น. พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค อ่านประกาศและคำสั่งคณะปฏิรูปฯ
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 11/2549 เรื่อง แต่งตั้งผู้มีอำนาจในคณะปฏิรูปฯ
คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 4/2549 เชิญเอกอัครราชทูต มาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เวลา 13.00 น. และจะเปิดแถลงข่าวต่อสื่อไทยและต่างประเทศ และให้โอกาสซักถามข้อสงสัย เวลา 14.00 น.
คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 5/2549 เรื่อง ให้กระทรวง ICT ควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
เวลา 14.00 น. กลุ่มนักศึกษาล้อการเมืองธรรมศาสตร์ ขึ้นป้าย CUT OUT ไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร ของพลเอก สนธิฯ
เวลา 18.00 น. ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 12/2549 เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 มีผลใช้บังคับต่อไป โดยให้ คตง. พ้นจากตำแหน่ง และ ผู้ว่า สตง. (คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา) คงอยู่ในตำแหน่งต่อไป และให้มีอำนาจของ คตง.
เวลา 19.00 น. ประกาศคณะปฏิรูปฯ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกาศ ณ วันที่ 20 กันยายน 2549 เป็นปีที่ 61 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก
เวลา 21.30 น. คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 9/2549 ให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช และนายเนวิน ชิดชอบ ไปรายงานตัวที่กองทัพบก ภายในวันที่ 21 กันยายน
เวลา 21.30 น. ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 13/2549 ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กรรมการการเลือกตั้ง มีผลใช้บังคับต่อไป ให้ กกต.ทั้ง 5 คน เป็นผู้มีอำนาจควบคุมและจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น

วันที่ 21 กันยายน
เวลา 16.20 น. ประกาศคณะปฏิรูปฯ
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 14/2549 ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา มีผลใช้บังคับต่อไป
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 15/2549 ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มีผลใช้บังคับต่อไป และห้ามพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วดำเนินการประชุม หรือ ดำเนินการใด ๆ ในทางการเมือง

วันที่ 22 กันยายน
เวลา 12.00 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถ่ายทอดเทปบันทึกภาพ พิธีรับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน เป็น หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข?

วันที่ 1 ตุลาคม


Posted Image

พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เวลา 9.30 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถ่ายทอดการประกาศใช้ ธรรมนูญการปกครองฉบับชั่วคราว
เวลา 16.45 น.โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ มีกำหนดถ่ายทอด พิธีรับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ห้องสีงาช้าง ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
[แก้] วันที่ 2 ตุลาคม
กองทัพเริ่มถอนกำลังทหารออกจากสถานที่สำคัญในใจกลางกรุงเทพมหานคร ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และลานพระบรมรูปทรงม้า และกลับเข้าสู่กรมกอง

อ้างอิง
^ 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 โฟกัส : ย้อนรอย 11 วันก่อนจะเป็น'นายกฯเร่ร่อน', 20 กันยายน 2549
^ 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 2.6 2.7 2.8 ลำดับนาทีต่อนาที รัฐประหารทักษิณ, 20 กันยายน 2549
^ มติชน, "มิ่งขวัญ"ปัดไม่ได้อยู่ใน"อสมท" ช่วง"ทักษิณ"ออกประกาศฉุกเฉิน, 21 กันยายน 2549
^ คมชัดลึก, คุมตัวชิดชัย-มิ้ง-ตท.10เนวินบินสมทบทักษิณ, 20 กันยายน 2549

ดูเพิ่ม
วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2549
รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549
วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2553 ด ? พ ? ก


ลำดับเหตุการณ์ กลุ่มบุคคล กระบวนการ และรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวเนื่อง
จุดเริ่มต้น

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
กรณีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
ระบอบทักษิณ
ข้อกล่าวหาการทุจริตในโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
กรณีตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ป


เหตุการณ์หลัก

การชุมนุมขับไล่ทักษิณ ชินวัตร จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549
คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 (บ้านเลขที่ 111)
เหตุการณ์ชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551
เหตุการณ์ นปช. ปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ 2 กันยายน พ.ศ. 2551
การชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาไทย 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551
การบุกยึดท่าอากาศยานในประเทศไทย
คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551 (บ้านเลขที่ 109)
เหตุการณ์ความไม่สงบ เมษายน พ.ศ. 2552
การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553
การสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ พฤษภาคม พ.ศ. 2553
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย: พ.ศ. 2540 ? ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2549 ? พ.ศ. 2550 (การลงประชามติรับ; การแก้ไข)


การเลือกตั้ง: พ.ศ. 2548 ? เมษายน พ.ศ. 2549 (โมฆะ) ? ตุลาคม พ.ศ. 2549 (ถูกยกเลิก) ? พ.ศ. 2550

การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี: พ.ศ. 2548 ? มกราคม พ.ศ. 2551 ? กันยายน พ.ศ. 2551 ? ธันวาคม พ.ศ. 2551


การอภิปรายไม่ไว้วางใจ: พ.ศ. 2551 ? พ.ศ. 2552 ? พ.ศ. 2553


คณะรัฐมนตรี: 55 (ทักษิณ) ? 56 (สุรยุทธ์) ? 57 (สมัคร) ? 58 (สมชาย) ? 59 (อภิสิทธิ์)

คณะรัฐประหารและองค์กรที่เกี่ยวเนื่อง

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ? คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ? คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ? สมัชชาแห่งชาติ พ.ศ. 2549 (สมช.) ? สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 (สนช.) ? สภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 (สสร.50)

พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่มีชื่อเสียง

พรรคการเมืองใหม่ ? พรรคชาติไทยพัฒนา (พรรคชาติไทย) ? พรรคประชาธิปัตย์ ? พรรคประชาราช (กลุ่มวังน้ำเย็น) ? พรรคเพื่อแผ่นดิน ? พรรคเพื่อไทย (พรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน) ? พรรคภูมิใจไทย (พรรคมัชฌิมาธิปไตย, กลุ่มเพื่อนเนวิน) ? พรรคมาตุภูมิ ? พรรครวมชาติพัฒนา (พรรครวมใจไทย, พรรคชาติพัฒนา)

กลุ่มผู้ชุมนุม

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ? แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน ? กลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน ? เครือข่ายพลังประชาธิปไตยแดงสยาม ? กลุ่มประชาชนเพื่อพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

หน่วยงานอื่น

ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน


ดึงข้อมูลจาก " http://th.wikipedia....%E0%B8%A8._2549 ".

หน้านี้แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2553 เวลา 17:22 น.


#8 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 23 November 2010 - 09:01 AM


เผด็จการทหารไทย
http://leeds01-02.blogspot.com/

http://www.innnews.c...c.php?nid=71367
ผบ.ทบ.เมินพปช.ไล่ลั่นไม่กลัวทักษิณล้างแค้น

โดยทีมข่าว INN News 06 พฤศจิกายน 2550 16:00:01 น.
ผบ.ทบ. เมินเสียงเรียกร้องให้ คมช. ลาออก ของ พรรคพลังประชาชน ลั่น ทำเพื่อชาติไม่กลัวคำขู่กลับมาล้างแค้น ของ " พ.ต.ท.ทักษิณ "


พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ยืนยัน คมช. จะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่าทางพรรคพลังประชาชนจะยื่นหนังสือเรียกร้องให้ คมช. ลาออกจากตำแหน่งก็ตาม พร้อมระบุสามเหตุที่ คมช. ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ถือเป็นการทำตามหน้าที่ เพื่อหยุดการใช้อำนาจที่มีปัญหาในขณะนั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกว่า คมช.ควรทำหน้าที่อย่างไร

ส่วนกรณีเว็บไซต์ที่ต่างประเทศเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ นายจักรภพ เพ็ญแข ที่ระบุหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมามีอำนาจก็จะดำเนินการกับนายทหารที่ยึดอำนาจนั้น ผบ.ทบ.กล่าวว่าไม่มีความกังวล เพราะทำงานเพื่อชาติ

นอกจากนี้ ผบ.ทบ. กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนไม่ต้องกังวลว่าทหารจะเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้ง พร้อมขอให้ทางพรรคดำเนินการอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบเอกสารลับนั้น แม้จะมีการหารือในที่ประชุม คมช.เมื่อช่วงเช้าแต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยได้แต่หากหน่วยใดที่มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอมาก็ยินดีให้ความร่วมมือ


http://www.innnews.c...c.php?nid=71338
กก.สอบเอกสารลับประชุมนัดแรกวางกรอบทำงาน3ส่วน

โดยทีมข่าว INN News 06 พฤศจิกายน 2550 15:06:42 น.
คณะกรรมการตรวจสอบสอบเอกสารลับ คมช. ประชุมครั้งแรก วางหลักการตรวจสอบ 3 ส่วน
เชิญสมาพันธ์ประชาธิปไตยให้ปากคำรายแรก


นายสุพล ยุติธาดา ประธานคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารลับของ คมช.เปิดเผยภายหลังการประชุม ครั้งแรกว่า ที่ประชุมได้วางกรอบการทำงานไว้ 3 ส่วน คือการสอบสวนไปยังสมาพันธ์ประชาธิปไตย และพรรคพลังประชาชน จากนั้นจะสอบสวนบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตีพิมพ์เอกสารดังกล่าว และสอบสวนไปยังฝ่ายทหาร ว่าเอกสารลับเป็นของจริงหรือไม่ โดยในวันอังคารหน้าจะเตรียมเชิญสมาพันธ์ประชาธิปไตย มาสอบสวนเป็นรายแรก ในฐานะผู้ร้องเรียน ซึ่ง กกต.ได้ให้อำนาจในการเชิญผู้มาให้ปากคำอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการเข้าไปแทรกแซงใด ๆ ส่วนจะมีการใช้กฎหมายการเลือกตั้งดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยุติ หรือไม่นั้น นายสุพล กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ กกต. เนื่องจากทางคณะกรรมการของตนทำเพียงการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเสนอผลต่อ กกต.เท่านั้น

พร้อมกันนี้ นายสุพล ยังเปิดเผยด้วยว่า ได้มีสำเนาเอกสารดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการประมวลรายละเอียด ของเนื้อหา


http://www.innnews.c...c.php?nid=70866

เลขาพปช.แฉทหารควงปืนM16จี้หัวผู้สมัคร

โดยทีมข่าว INN News 03 พฤศจิกายน 2550 12:01:55 น.

เลขาธิการพรรคพลังประชาชน แสดงตัว เลขาธิการ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ ที่อ้าง ถูกทหารข่มขู่ เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องอย่าใช้ความรุนแรง โดยตั้ง "พล.อ.เรืองโรจน์" รับข้อร้องเรียน


นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน นำ นายสมบัติ ตันทอง เลขาธิการของนายชัยศรี กีฬา ว่าที่ผู้สมัครของพรรค จ.อำนาจเจริญ ที่อ้างว่า ถูกทหารตรวจค้นรถยนต์ ขณะเดินทางกลับจากการปราศรัย และได้มีการนำปืนขนาด เอ็ม 16 จี้บริเวณท้ายทอย เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา แถลงข่าวขอความเป็นธรรมกับผู้ที่มีอำนาจของบ้านเมืองให้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกหน่วย อย่าได้ใช้ความรุนแรงต่อผู้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง เพราะไม่เช่นแล้วจะกระทบต่อการเลือกตั้งได้ พร้อมกันนี้ ทางพรรค ได้มอบหมายให้ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองห้วหน้าพรรค เป็นประธานในการดูแลรับเรื่องต่างๆ จากผู้สมัคร ที่เกี่ยวกับการสกัดกั้นการหาเสียง

พร้อมกันนี้ เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ยังเรียกร้องให้ รัฐบาล ยกเลิกกฎอัยการศึกในทุกพื้นที่ เพราะเกรงว่าจะก่อให้เกิดปัญหาต่อการเลือกตั้งได้

ทั้งนี้เลขาธิการพรรคพลังประชาชน คาด ภายในวันที่ 5 - 6 พ.ย.นี้ ทางคณะกรรมการบริหารพรรคจะมีการอนุมัติเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน ไม่ขอยืนยันชัดเจนว่า ตระกูลอยู่บำรุง จะมีรายชื่ออยู่ใน ว่าที่ผู้สมัครของพรรคฯหรือไม่ ซึ่งต้องรอติดตามในวันดังกล่าว รวมถึง ความชัดเจนของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีด้วยแต่ยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกันจริง พร้อมเผยรายชื่อ ผู้ที่จะเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคฯ อาทิ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณอดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท. และนายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้าไทย ขณะที่มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคฯจะได้รับคะแนนเสียงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เห็นว่า เป็นเรื่องที่ยินดีทีทาง กกต. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบเอกสารลับของ คมช.ที่ทางพรรค นำออกมาเปิดเผย แต่จะเป็นรูปธรรมมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการดังกล่าว
เขียนโดย Leeds01-02 ที่ 13:36 0 ความคิดเห็น
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
เผด็จการทหารไทย ตุลาคม 2550 และ บันทึกจากเรื่องจริง เหตุการณ์ 14-15 ตุลา วันมหาวิปโยค 2516

http://www.prachatai...n_Language=Thai


#9 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 30 November 2010 - 06:45 PM


Posted Image

วันจันทร์, พฤศจิกายน 29, 2010
ดาวโหลดฟรี หนังสือโฉมหน้าศักดินาไทย

?ประวัติศาสตร์แทนที่จะเป็น ประวัติศาสตร์แห่งการเคลื่อนไหวก้าวหน้าของประชาชน ตรงข้ามกลับเป็นประวัติการสืบสันตติวงศ์ของกษัตริย์? ?

โดย เถกิงศักดิ์

ดาวโหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้ http://www.fwdder.co...file.com/ER1eBa
ดาวโหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้ (4shared) http://www.4shared.c...kdina_thai.html

โฉมหน้าศักดินาไทย เขียนโดย สมสมัย ศรีศูทรพรรณ เป็นหนังสือบทวิเคราะห์สังคมไทยอันท้าทายยุคสมัย ก่อนกลายเป็น "หนังสือต้องห้าม" แต่ปัจจุบันเป็นหนังสือ 1 ใน 100 ที่ควรไทยควรอ่าน

หากจะเข้าใจศักดินา อำมาตย์ในปัจจุบัน เสียเวลาดาวโหลดอ่านซักนิด แล้วจะติดใจ เผลอๆอ่านรวดเดียวจบ

สมสมัย ศรีศูทรพรรณ หรือชื่อที่คุ้นหูกว่านั้นก็คือ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้นำเสนอผลงานทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ ปีพ.ศ. ๒๕๐๐ ในวารสาร นิติศาสตร์ฉบับศตวรรษใหม่ ซึ่งได้ตีพิมพ์ โฉมหน้าศักดินาไทย ออกมาเป็นครั้งแรก

ผู้เขียนได้อาศัยหลักวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ (Historical Meterialism) ของลัทธิมาร์กซิสต์ (Marxism) เป็นกรอบในการชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ซึ่งมีการอธิบายถึงความสัมพันธ์ของคนในสังคมขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร (ซึ่งกระแสหลักมิได้บอกไว้), คลี่คลายตัวออกไปในทิศทางไหน และมีเหตุปัจจัยอะไรถึงเป็นเช่นนั้น รวมทั้งยังชี้ถึงความจงใจผิดพลาดของประวัติศาสตร์กระแสหลักอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน แต่แหลมคมยากต่อการโต้แย้ง

ผู้เขียนได้อธิบายว่า- ทุกสังคมที่มีพัฒนาการต้องมีการคลี่คลายของแต่ละยุคสมัยภายใต้กฎตายตัวของประวัติศาสตร์วัตถุนิยม ซึ่งแบ่งยุคสมัยของสังคมไว้ ๕ ยุคคือ สังคมบรรพกาล, สังคมทาส, สังคมศักดินา, สังคมทุนนิยม และสุดท้าย สังคมคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการคลี่คลายตามกฎดังกล่าวของสังคมมนุษย์

นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้เปิดเผยให้เห็นสภาพการกดขี่ขูดรีดของแต่ละยุคสมัย (ถ้าเปรียบดังงานจิตรกรเอกแล้วละก็ จิตร ได้หยิบผ้าเช็ดพู่กันซึ่งเปื้อนเปรอะเลอะสีมาให้เราดูมากกว่าแสดงผลงานที่เป็นตัวงาน), ปฏิกิริยาตอบโต้ของชนชั้นผู้ถูกปกครอง (กดขี่) รวมทั้งสภาพจำนนต่อพลังอำนาจแห่งการกดขี่ขูดรีด จนถึงขั้นกลายมาเป็นลักษณะนิสัยของคนส่วนมากในสังคมไทยตราบจนปัจจุบัน

โฉมหน้าศักดินาไทย นั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการอ่านความจริง? ความจริงไม่ใช่เพียงแต่ว่า ใครทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อไหร่ และอย่างไรเท่านั้น แต่ความจริงของ จิตร นั้นคือ การบอกเหตุผลว่าทำไมเขาจึงทำ?

จริงอยู่ที่การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชความเป็นไท และผู้ที่เอาเลือดเนื้อเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นไทยจนกระทั่งเป็นอยู่ทุกวันนี้นั้นล้วนสำคัญ แต่การมองข้ามการต่อสู้ทางสังคมของมนุษย์, การปิดบังอำพรางบางมุมมอง และนำเสนอแต่สิ่งสวยงามทำให้ชวนเคลิบเคลิ้มนั้นจะเป็นการสร้างหนทางแห่งอวิชชา เพื่อปูทางไปสู่ความงมงายอันไร้ซึ่งเหตุผล การเสาะแสวงหาความจริงนั้น ต้องมองมาจากทุกด้าน และนำเอาเหตุผลในแต่ละด้านเข้าห้ำหั่นกันอย่างมีสติ พยายามเอาอัตวิสัยของตนเองเข้าไปข้องเกี่ยวให้น้อยที่สุด

ความสว่างไสวทางปัญญาคงจะมีขึ้นบ้างดอกกระมัง

Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า at 11/29/2010 08:20:00 หลังเที่ยง


#10 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 01 December 2010 - 05:06 AM


Posted Image

เกาหลีเหนือขนขีปนาวุธประชิดซ้อมรบเกาหลีใต้- สหรัฐฯ

28 พ.ย. 53 13.50 น. เกาหลีเหนือขนขีปนาวุธมายังชายฝั่งทะเลเหลืองที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้เริ่มการซ้อมรบ

ทะเลเหลืองบริเวณเกาะยอนเปียงที่ถูกเกาหลียิงถล่มด้วยปืนใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่จะมีการซ้อมรบครั้งใหญ่ระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ จะเริ่มขึ้น อยู่ในความเงียบสงบ

สหรัฐฯ อ้างว่า การซ้อมรบ 4 วันครั้งนี้กำหนดไว้ก่อนที่เกาหลีจะโจมตีเกาหลีใต้ครั้งล่าสุด แต่เมื่อเกาหลีเหนือก่อเหตุ จึงถือเป็นโอกาสป้องปรามเกาหลีเหนือ

การซ้อมรบที่มีเรือบรรทุกเครื่องบิน "จอร์จ วอชิงตัน" ของสหรัฐฯ เข้าร่วมครั้งนี้สร้างความกังวลกับจีนเป็นอย่างมากว่า ความเคลื่อนไหวทางทหารใกล้ดินแดนของจีนเข้ามาทุกที

เกาหลีเหนือประกาศเมื่อวันศุกร์ (26 พ.ย.) ว่า การซ้อมรบครั้งนี้เป็นการยั่วยุและสงครามใกล้ระเบิดขึ้นในคาบสมุทรเกาหลีเต็มที ขณะที่ล่าสุดเกาหลีเหนือได้ขนขีปนาวุธแบบพื้นสู่อากาศมายังชายฝั่งทะเลเหลืองที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้เริ่มการซ้อมรบ


ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2553 11:31:09 น.

กองทัพเรือเกาหลีใต้และสหรัฐได้ซ้อมรบร่วมกันต่อในบริเวณทะเลเหลืองต่อเป็นวันที่ 3 แล้วในวันนี้ โดยเป้าหมายของการซ้อมรบครั้งล่าสุด คือ การสกัดการลำเลียงอาวุธต้องห้าม

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เจ้าหน้าที่ในสังกัดของเสนาธิการทหารเกาหลีใต้ (JCS) กล่าวว่า เรากำลังจัดการซ้อมรบร่วมทางทะเลและทางอากาศ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการซ้อมรบในวันที่ 3 โดยเฉพาะปฏิบัติการตรวจสอบและยึดอาวุธ เพื่อยกระดับความสามารถในการตรวจสอบเรือต้องสงสัยขนอาวุธที่มีอำนาจในการทำลายล้างสูง

นอกจากนี้ จะมีการจำลองสถานการณ์เพื่อสกัดกั้นทางอากาศเครื่องบินของศัตรู ด้วยการใช้ระบบเรดาร์จากเรือพิฆาตติดตั้งระบบ Aegis

กองทัพเรือเกาหลีใต้และสหรัฐได้เริ่มการซ้อมรบร่วมกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ในบริเวณน่านน้ำทางทิศใต้ห่างจากเกาะยอนเปียงไปประมาณ 100 กิโลเมตร

--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย สุนิตา พรรณรักษา/รัตนา โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--


USA,ญี่ปุ่น,เกาหลีใต้เล็งถกปมเกาหลีเหนือ

30 พ.ย. 53 07.58 น. สำนักข่าว นิคเคอิ อ้างแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับ กรณีความตึงเครียด บนคาบสมุทรเกาหลี ที่ระบุว่า ทั้ง3 ประเทศ หวังว่า จะสามารถกดดันจีน ให้ทำการเจรจากับเกาหลีเหนือ ถึงพฤติกรรมการยิงปืนใหญ่ โจมตีเกาหลีใต้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทั้ง 3 ประเทศ ยังจะหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของจีน เพื่อจัดการ
เจรจา 6 ฝ่าย เพื่อพยายามควบคุม โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ อีกด้วย

ขณะที่ ทำเนียบขาว ปฏิเสธที่จะยืนยันว่า จะมีการประชุมเกิดขึ้น เพียงแต่กล่าวว่า สหรัฐอเมริกา ได้ให้คำปรึกษากับเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและประเทศพันธมิตรอื่น ๆ ในสถานการณ์ของเกาหลีเหนือ พร้อมระบุว่า หากการประชุมได้รับการยืนยันแล้ว จะประกาศให้ทราบโดยเร็ว


Posted Image

ทั่วโลกตำหนิการปล่อยข้อมูลของ วิคกีลีคส์

30 พ.ย. 53 21.37 น. นานาชาติไม่พอใจการเปิดเผยข้อมูลลับของเว็บไซต์วิคกี้ลีคส์ที่ระบุว่าได้มาจากรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากอาจทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับอันตราย ขณะที่จีนเรียกร้องให้สหรัฐหาทางจัดการปัญหานี้อย่างเหมาะสม

นายสตีเฟ่น สมิท รัฐมนตรีกลาโหมของออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซีแสดงความกังวลว่า นักการทูตของออสเตรเลียและพลเรือนที่ทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาลออสเตรเลียและสหรัฐ อาจตกอยู่ในอันตรายเนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลโดยพลการของเว็บไซต์วิคกี้ลีคส์ (WikiLeaks) รัฐมนตรียุติธรรมของออสเตรเลียระบุว่า ตำรวจกำลังตรวจดูว่ามีกฏหมายข้อใดที่จะยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลลับนี้

ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเรียกร้องให้สหรัฐหาวิธีที่เหมาะสมจัดการกับเครือข่ายข้อมูลของตัวเอง ที่ถูกเว็บไซต์วิคกี้ลีคส์ดึงข้อมูลลับด้านการทูตออกมาเผยแพร่ ทั้งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่ากำลังสอบสวนเพื่อเอาผิดนายจูเลี่ยน แอสแซน อดีตผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลีย ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิคกี้ลีคส์ โดยจะหาทางดำเนินคดีในข้อหาอาชญากรรม คาดว่าตอนนี้เขาพักอยู่ในยุโรป การเผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมามีมากกว่า 250,000 ฉบับ ในจำนวนนี้มากกว่า 15,000 ฉบับถูกระบุว่าเป็นข้อมูลลับ

แม้ว่ารัฐบาลนานาชาติจะออกมาตำหนิว่าการเผยแพร่ข้อมูลลับถือเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ แต่นายฮูโก้ ชาเวซ ผู้นำของเวเนซูเอล่ากลับชื่นชมผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิคกี้ลีคส์ว่า เป็นผู้กล้าหาญ ซึ่งข้อมูลที่ถูกเผยแพร่แสดงให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาเป็นรัฐที่ล้มเหลว, ละทิ้งจริยธรรมทุกข้อ และให้ความเคารพกับพรรคพวกของตัวเองเท่านั้น


#11 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 01 December 2010 - 11:27 AM


Posted Image

วันอังคาร, พฤศจิกายน 30, 2010
จาตุรนต์แฉ2มาตรฐานโจ่งครึ่มไม่ยุบปชป. ยกกรณี2พรรคแบบเดียวกันเป๊ะแต่กลับไม่ขาดอายุความ
http://thaienews.blo...010/11/2-2.html

ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยมาแล้ว อย่างน้อยใน 2 กรณีของ 2 พรรคการเมือง ทำนองเดียวกัน โดยถือว่า วันที่ความปรากฎต่อผู้ร้องหรือนายทะเบียนคือวันที่ผู้ร้องพิจารณาและเห็นชอบให้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่กรณีคดีพรรคประชาธิปัตย์นั้น กลับแตกต่างจากการพิจารณาคดีอื่น ปัญหาสองมาตรฐานอย่างน้อยๆที่สุดก็เห็นอยู่ตรงเรื่องนี้


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 พฤศจิกายน 2553


เมื่อว้นที่ 30 พฤศจิกายน 2553 ที่โรงแรมเรดิสัน พระราม 9 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงข่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องคดียุบพรรค - คดีไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์

โดยรายละเอียดมีดังนี้

คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมานี้ ในการสู้คดีโดยตลอดก็ปรากฏว่า ทีมทนายของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ต่อสู้ในข้อเท็จจริงเท่าไร ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ได้กระทำผิดกฎหมายและสมควรแก่การยุบพรรค แต่ว่าได้สู้ด้วยวิธีการพยายามดิสเครดิต หรือพยายามลดความน่าเชื่อถือของผู้ร้อง หรือพยานฝ่ายผู้ร้อง พยานฝ่ายตรงข้าม

ในตอนท้ายๆปรากฏว่า ทีมทนายของพรรคประชาธิปัตย์ได้พยายามล็อบบี้คนของศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งยังได้ปรากฏหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ ทั้งภาพของการล็อบบี้ดังกล่าว และการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน ได้พูดจาหารือกัน เพื่อที่จะช่วยพรรคประชาธิปัตย์ให้พ้นจากการถูกยุบพรรค

คลิปวีดีโอนี้ทำให้เชื่อได้ว่า มีความพยายามที่จะล็อบบี้ศาลรัฐธรรมนูญ และมีความพยายามของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะช่วยพรรคประชาธิปัตย์ให้พ้นจากการถูกยุบพรรค

มีเสียงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบพิสูจน์ว่าคลิปวีดีโอนั้นจริงหรือไม่จริงอย่างไร ใครทำอะไร ใครพูดอะไร ปรากฎว่า จนบัดนี้ก็ยังไม่มีการตรวจสอบพิสูจน์และสอบสวนว่า มีความพยายามล็อบบี้ศาลรัฐธรรมนูญหรือมีความพยายามของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนที่จะช่วยพรรคประชาธิปัตย์จริงหรือไม่

เรื่องดังกล่าว ผมเคยให้ความเห็นไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า หากศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีการตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน ศาลรัฐธรรมนูญย่อมขาดความชอบธรรมที่จะทำหน้าที่พิจารณาคดีใดๆ รวมถึงที่จะทำหน้าที่ตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์

จนถึงบัดนี้ จนถึงวันตัดสิน และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการตรวจสอบ ยังไม่มีการพิสูจน์ใดๆทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้นในความเห็นของผมซึ่งได้พูดมาก่อนหน้านี้แล้ว ก็ยังมีความเห็นอย่างเดิมว่า ในขณะที่ตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคณะนี้ ก็ไม่มีความชอบธรรมอยู่แล้ว

ต่อมาเมื่อมีคำวินิจฉัย ก็ต้องบอกว่าการที่วินิจฉัยไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดคาด ผมเองก็เคยเขียนบทความไว้ก่อนหน้านี้ เสนอว่าประชาชนควรทำอะไร ถ้าไม่มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือ คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ถูกยุบ

ยุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ยุบ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญอยู่ที่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีความเสื่อมเสียและไม่น่าเชื่อถือมาก่อนแล้ว

ที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าจากคำวินิจฉัยนั้นเกรงว่าจะเกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญหนักยิ่งขึ้นไปอีก

ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งขึ้นเพื่อที่จะวินิจฉัยนี้มีทั้ง 5 ข้อ แต่สุดท้าย 4 ข้อไม่ได้วินิจฉัย วินิจฉัยไปข้อเดียว คือกระบวนการร้องของผู้ร้อง

จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่คนทั่วไป ทั้งคนที่เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ผิดหรือเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ผิด ทั้งสองฝ่ายนี้ก็เลยไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงๆแล้วผิดหรือถูก ต้องเป็นไปตามความเชื่อของแต่ละคนแต่ละฝ่าย คงผิดหวังไปตามๆกัน เพราะอุตส่าห์ติดตามการพิจารณาคดีมาตั้งนานเป็นหลายๆเดือน และสุดท้ายไม่มีการวินิจฉัยเลย ใน 4 ประเด็นนั้น

ก็คงจะมีแต่แฟนพันธุ์แท้ของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่ดีใจ ที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องถูกยุบ ด้วยเหตุของการที่บางคนใช้คำว่าคนร้องแพ้ฟาวล์ไปทำนองนั้น

ซึ่งก็เป็นคำถามตามมาอีกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ เหตุใดจึงไม่วินิจฉัยไปก่อนเลยว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจร้องแล้วเพราะเกินเวลาไปแล้ว

แต่ว่าที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาสำคัญที่จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ทำให้คนเคลือบแคลงสงสัยต่อไปก็คือ ในคำวินิจฉัยนั้นมีปัญหา มีคำถามซึ่งก็ต้องถามต่อสังคมไทยด้วย ถามต่อนักกฎหมาย ถามต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเอง เป็นคำถามและปัญหาในเชิงข้อกฎหมาย ตรรกะ เหตุผลและสามัญสำนึก

คือ คำวินิจฉัยนี้บอกว่ากระบวนการยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะยื่นคำร้องหลังพ้นระยะเวลา 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด ระยะเวลา 15วัน ก็คือ 15 วันนับจากความปรากฏต่อนายทะเบียน

ปัญหามีว่า ความปรากฏต่อผู้ร้องในฐานะนายทะเบียนนี้นับอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเรื่องนี้ไว้อย่างไรหรือไม่ วินิจฉัยเรื่องทำนองเดียวกันนี้ไว้อย่างไร แล้วกรณีนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ความจริงก็มีกรณีตัวอย่างหลายกรณี การยุบพรรคหลายพรรคที่เข้าข่ายทำนองเดียวกัน ขอยกตัวอย่าง 2 พรรคก็คือ กรณีพรรคไท ในคำวินิจฉัยซึ่งเขามีประเด็นทำนองเดียวกันว่า มีการสู้ว่าเรื่องมีมาตั้งนานแล้วผู้ร้องเพิ่งมาร้อง เลยเวลามาแล้วเพิ่งมาร้อง

ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ คดีพรรคไทบอกว่า วันที่ผู้ร้องได้พิจารณาและเห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 27กันยายน 2545 ตามที่เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งมีบันทึกรายงานผู้ร้องจ่ายเงิน ก็คือ ถือเอาวันที่ผู้ร้องได้พิจารณาและเห็นชอบให้ยื่นคำร้อง

พอมาในกรณีของพรรคพลังธรรม พรรคพลังธรรมก็สู้ว่าเลยเวลามาแล้ว ผู้ร้องถึงจะมาร้อง ไม่มีอำนาจแล้ว ฝ่ายกกต. ฝ่ายนายทะเบียนพรรคการเมือง สู้ความว่า ได้มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 28 ตุลา 2546 เรื่องนายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคไทว่า วันที่ปรากฎต่อนายทะเบียนนั้น คือวันที่ผู้ร้องได้พิจารณาและเห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หมายความว่าเขาอ้างกรณีพรรคไท แล้วเขาก็มาสู้ในกรณีพรรคพลังธรรม คนที่สู้ความนี้ ในนามประธานกกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองคือนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ นายทะเบียนพรรคการเมืองปัจจุบันเคยสู้ความมาแล้ว

และศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในคราวนั้นว่า เห็นว่าวันที่ความปรากฎต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองนั้นคือวันที่ผู้ร้องได้พิจารณาและเห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และก็มีความต่อไป ก็คือข้ออ้างของผู้ถูกร้องข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น

หมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยมาแล้ว อย่างน้อยในสองกรณีของ2 พรรคการเมือง ทำนองเดียวกัน โดยถือว่า วันที่ความปรากฎต่อผู้ร้องหรือนายทะเบียนคือวันที่ผู้ร้องพิจารณาและเห็นชอบให้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ทีนี้มาในกรณีนี้ กรณีของพรรคประชาธิปัตย์นี้ ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าในวันที่ความปรากฎต่อนายทะเบียนคือวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งกกต.มีมติเสียงข้างมากให้ไปดำเนินการ เพราะฉะนั้นพอมายื่น ในวันที่ 26 เมษาก็เลยเกิน 15 วัน

ข้อเท็จจริงก็ปรากฎว่า วันที่ 17 ธันวาคม ที่มีมติกัน ไม่ใช่เป็นมติให้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ นายทะเบียนไม่ได้ทำความเห็นก็หมายความว่านายทะเบียนยังไม่ได้พิจารณาเห็นชอบให้ร้อง ส่วนนายทะเบียนพอไปเป็นประธานกกต.ก็ลงมติว่าไม่เห็นชอบให้ไปยุบพรรค กกต. 3 คนเป็นเสียงข้างมาก บอกให้ส่งนายทะเบียนไปทำความเห็น

คนที่มีความเห็นให้ยุบพรรคมีคนเดียวคือ คุณวิสุทธิ์ โพธิแท่น

เมื่อเป็นอย่างนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองก็ไม่มีอำนาจและไม่มีหน้าที่ที่จะไปร้อง ส่วนตัวเข้าก็ไม่เห็นชอบให้ร้องอยู่แล้ว จะนับจากวันที่ 17 ธันวา มันก็ไม่น่าจะถูก จะนับต้องมานับวันที่ 21 เมษา เมื่อทั้งนายทะเบียนพรรคก็เสนอให้ยุบ ในฐานะประธานกกต.และกกต.ทั้งคณะก็เห็นร่วมกันให้ไปส่งศาลรัฐธรรมนูญ ดำเนินการตามมาตรา 93 ในตอนวันที่ 17 ธันวาที่พิจารณาก็พูดมาตรา 95 ซึ่งไม่ใช่มาตราที่ว่าด้วยการไปส่งศาลรัฐธรรมนูญ

เพราะฉะนั้นการที่วินิจฉัยว่า วันที่เริ่มมีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญนั้นคือวันที่ 17 ธันวา จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

และอีกอย่างหนึ่ง ที่สำคัญคือไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยในกรณียุบพรรคอื่นๆมาแล้ว ปัญหาสองมาตรฐานอย่างน้อยๆที่สุดก็เห็นอยู่ตรงเรื่องนี้ ที่เป็นความแตกต่างในการพิจารณาคดีนี้กับการพิจารณาคดีอื่น

เวลานี้ก็มีเสียงเรียกร้องว่า ถ้าอย่างนี้แสดงว่าเป็นความบกพร่องของกกต. เป็นความบกพร่องของนายทะเบียน หรืออย่างไร ซึ่งผมคิดว่านายทะเบียนพรรคการเมืองและกกต. ทั้งคณะก็คงจะต้องชี้แจง

แต่ว่าถ้าคิดแทนนายทะเบียนพรรคการเมืองและกกต. นายทะเบียนพรรคการเมืองคือคุณอภิชาติ เคยสู้ความมาแล้ว และเคยสู้ด้วยประเด็นว่า ความปรากฎต่อนายทะเบียนต้องนับจากวันที่นายทะเบียนพิจารณาและเห็นชอบให้ร้อง ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยตามนั้น คุณอภิชาติในฐานะนายทะเบียนก็ย่อมจะต้องเห็นว่านี่เป็นบรรทัดฐานที่กกต. จะต้องปฏิบัติตาม

มาถึงเวลาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิชาติพิจารณาแล้วยังไม่เห็นชอบให้ร้อง กกต.ก็ไม่ได้มีมติให้ร้อง เขาก็ยังไม่ไปดำเนินการร้อง รอต่อมาจนกระทั่งในฐานะนายทะเบียนและกกต. ทั้งคณะเห็นตรงกัน ให้ร้อง เขาจึงไปดำเนินการในเวลาต่อมา

เพราะฉะนั้นจะไปโทษกกต. ผมก็ดูแล้วไม่น่าจะถูก แต่ว่าถ้ามีเสียงเรียกร้องกกต.ก็ควรจะชี้แจงว่าเห็นด้วย แต่ผมยังคิดว่าประเด็นอยู่ที่การวินิจฉัย ประเด็นที่เป็นปัญหาน่าจะอยู่ที่การวินิจฉัย

ที่นี้ก็อยากจะวิเคราะห์ต่อไปถึงผลที่ตามมา ผลที่ตามมาจากกรณีอย่างนี้จะโดยเจตนาอย่างไรก็ตาม มันมีคำถามตามมามากมายทั้งในแง่ อย่างที่ว่าคือ ตรรกะ เหตุผล สามัญสำนึก ข้อกฎหมาย

ผลที่ตามมาก็คือ ถ้าไม่มีการชี้แจงให้ดี เรื่องนี้จะมีปัญหากระทบต่อความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญเองมากยิ่งขึ้น เพราะว่าอย่าลืมว่าศาลรัฐธรรมนูญเดินเข้าสู่การตัดสินในขณะที่ผู้คนสงสัยว่า ที่คุยกันในคลิปวีดิโอนั้นจริงหรือไม่จริงอยู่แล้ว พอตัดสินออกมาเป็นประเด็นที่คนไม่คาดคิดด้วย

กรณีที่วินิจฉัยไปว่า มาร้องเมื่อเลยกำหนดมาแล้ว แม้แต่ทนายความของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด ก็ไม่ได้สู้ประเด็นนี้ ไม่ได้สู้เพื่อประเด็นนี้เลย

ประเด็นนี้เมื่อมาไล่ข้อเท็จจริงเทียบกับของเดิมจะกระทบความน่าเชื่อถือ ผลที่ตามมาก็จะกลายเป็นว่า ทั้งหมดนี้จะเป็นความพยายามเจตนาดีที่จะรักษาพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของระบบปัจจุบันเอาไว้ แต่ขณะเดียวกันก็กลับจะกระทบต่อระบบในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น กระทบยิ่งกว่าถ้าจะยุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยซ้ำ

นอกจากนั้นจะทำให้ยังทิ้งปัญหาค้างไว้คือความไว้วางใจต่อกกต. ซึ่งเกิดปัญหานี้ขึ้นในขณะที่จะมีการเลือกตั้งขึ้นในปีหน้าแล้ว
เพราะฉะนั้นผลที่ตามมาก็จะเกิดเป็นความวิกฤตต่อความน่าเชื่อถือ ผู้คนจำนวนไม่น้อยอาจจะไม่หวังขึ้นระบบ จะนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมและวิกฤตในสังคมหนักหน่วงยิ่งขึ้น


Posted Image

การวิเคราะห์อย่างนี้ก็จะเห็นว่า ตรงกันข้ามกับสิ่งที่นักธุรกิจและวิชาการบางส่วนได้ออกมาให้ความเห็นว่าไม่ยุบน่ะดีแล้ว รัฐบาลจะได้มีเสถียรภาพ การเมืองจะได้มีเสถียรภาพ แต่ว่าผมยังเห็นว่าเรื่องมันจะเป็นตรงกันข้าม รัฐบาลอาจจะอยู่ต่อไปได้เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ แต่เมื่อมีวิกฤตความน่าเชื่อถือ คนไม่เชื่อถือระบบ คนไม่หวังพึ่งระบบ วิกฤตการเมืองของประเทศจะยิ่งหนักหน่วงรุนแรงยิ่งขึ้น และก็ยากต่อการแก้ปัญหามากยิ่งขึ้น

ในอนาคตก็จะเป็นปัญหาต่อธุรกิจเอง

เพราะฉะนั้นก็ยังอยากจะเสนอเป็นข้อเสนอต่อประชาชน ต่อผู้ไม่เห็นด้วย และผู้ที่ต้องการให้เกิดความยุติธรรมทั้งหลายว่า ถึงอย่างไรก็ตามก็ควรจะมีการศึกษาคำวินิจฉัย วิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและเห็นปัญหาความไม่ถูกต้อง

เพื่อจะไปหาทางสร้างความยุติธรรมโดยสันติวิธีต่อไป ไม่ควรจะไปหันหน้าเข้าหาวิถีทางอื่นใด แต่ว่าพยายามที่จะสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้น

ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ในระยะยาวถ้าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญก็คงจะต้องไปแก้ศาลรัฐธรรมนูญให้มีที่ไปที่มาที่ถูกต้องกว่านี้ และสามารถจะตรวจสอบได้มากกว่าปัจจุบัน

อยากให้มุ่งไปในทิศทางนี้ มากกว่าที่จะหมดหวังกับการหาทางออกให้กับสังคม

0000
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

- ปากกาอยู่ที่มัน http://thaienews.blo...-post_9996.html

-อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง:สู้ทุกวิถีทาง http://thaienews.blo...og-post_30.html

Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า at 11/30/2010 06:04:00 หลังเที่ยง


#12 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 05 December 2010 - 11:48 PM



Thailand in Crisis - 1- Andrew Walker (แปลเป็นภาษาไทย)ANUchannel | May 28, 2010

Andrew Walker and Nicholas Farrelly analyse the latest news from Thailand including the red shirt protests and Thaksin Shinawatra being charged with terrorism, as well as the inequality in Thai society, in the first Thailand in Crisis vodcast from The Australian National University.

Over the next six weeks, the ANU College of Asia and the Pacific will bring you Thailand in Crisis -- a series of six vod and podcasts released each Friday and beginning on 28 May. The vodcast will be available for viewing on ANUchannel at YouTube, while the podcast will be available for download from iTunesU.

The show is presented by Nicholas Farrelly, a researcher in the Australian Research Council Centre of Excellence in Policing and Security at ANU, and a co-editor of New Mandala -- the popular blog on south Asia politics and culture. Over the six weeks, Farrelly will be joined by a number of other commentators who will provide their thoughts on the evolving situation in Thailand.

For a podcast version of this show: http://asiapacific.a...u.au/podcast...

New Mandala: http://asiapacific.a...u.au/newmandala


Uploader Comments (ANUchannel)

llothar68
5 months ago Can you please redo the subtitles. They? are only visible for a second and so completely unreadable.

llothar68 5 months ago ANUchannel
5 months ago Thanks for the comment @llothar68. We've adjusted the subtitles, so hopefully? they should be better now.

ANUchannel 5 months ago


Highest Rated Comments

chott63
5 months ago 5 For this eplisode, why does nobody mention about accusations? of Takin on violations of human rights and serveral corruptions?

chott63 5 months ago 5


All Comments (15)

yoyojemojo
1 month ago By Dr Walker's logic, the US should not 'provoke' Al-Qaeda. He argues here that charging criminals with crimes is 'provocation'. Would he not 'vilify' Al-Qaeda? purely as a result of their 'hardliners'?

Here's the thing: When your hardliners dictate your actions, and you become violent - you don't get a free pass from justice. YouTube "Arisaman red shirts" and make up your own mind.

This is not the kind of academia befitting a national university. Academics should not be defending terrorism.

yoyojemojo 1 month ago pinkliveable
2 months ago WAKE UP THAI PEOPLE !!!!

NO JUSTICE - NO PEACE ? IN THAILAND

LESE MAJESTEC LAW SHOULD WIPE OUT FROM THE EARTH.

THAKESIN IS WORLD CLASS PRIMINISTER .

pinkliveable 2 months ago mttath
4 months ago First watching? the 3rd episodes and back tracking.

Good insight of what is going on.

mttath 4 months ago nanaohz
5 months ago @chott63

true but interesting video with facts for foreigners?


nanaohz 5 months ago tothotspursfan
5 months ago This great! Unbiased, clear, and truly informed. Refreshing in the fact that these people really know what they are talking about with hard data to support it. Unlike CNN and the economist, which are very sensational and very? one-sided.

tothotspursfan 5 months ago dominicchanwenshun
5 months ago Thai's who live in the cities have to come to terms that they have a brotherhood in the villages. The current government will not stay in power for long and Thaksin has that popularity the majority of the Thais to unite. There is one other thing Nicholas left out...from my travels and comments from common? Thais around the country, they indicated that the Red Shirts are disrespectful to the Thai monarch which is one of the very important tenets in the Thai culture.

dominicchanwenshun 5 months ago papayaconnection
6 months ago There is unfortunately no data source for the table on Gini coefficients. The data does not correlate with other sources those from UN, Worldbank and CIA stats - it seems also really wrong - looking for example at the curve for Indonesia - looks more like the data of Sweden!? - and the data labelled for Thailand like the curve of the? US!

papayaconnection 6 months ago

Surfsailwaves
6 months ago Excellent. BUT could you somehow allow more time for the overhead slides please?

My slow connection made reviewing these slow and painful. Thanks? again.

Surfsailwaves 6 months ago chiangmaitutor
6 months ago Thank you! Trust me, no views of Thailand similar to yours can be broadcast on our mainstream media. Too liberal? for Thai ears. Some scholars who tried to speak up have already been expelled from this country.

chiangmaitutor 6 months ago thaienews
6 months ago very? good, indeed

thaienews 6 months ago psprom2538
6 months ago This? is a good start of yours. Episode I is impressive and I'm waiting for more to come.

psprom2538 6 months ago egorka2201
6 months ago interesting stuff )) ?

egorka2201 6 months ago


#13 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 08 January 2011 - 06:56 AM



7 Jan 11, 01:02 AM
เเดงคั่กๆ: ซึ่งข้อหาดังกล่าวมีโทษสูงสุด คือ จำคุก 18 เดือน สื่อเขมรเผยพนิชให้การในศาล ขัดกับหลักฐานในคลิป http://www.internetf...hread-8445.html



#14 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 11 January 2011 - 11:53 AM


วันจันทร์, มกราคม 10, 2011

ไม้ขีดก้านเดียวที่เปลี่ยนสังคมเกาหลี: เกาหลีเปลี่ยนแล้ว ไทยทราบแล้วเปลี่ยน?

ไม้ขีดก้านเดียวที่เปลี่ยนสังคมเกาหลี

Posted on January 10, 2011 by Time Up Thailand


Posted Image

ดาวน์โหลดหนังสือ ไม้ขีดก้านเดียวที่เปลี่ยนสังคมเกาหลี http://www.scribd.co...%B8%A5%E0%B8%B5


ขบวนการสหภาพแรงงานประชาธิปไตยเกาหลี

นับจากชุน เสียชีวิตเพื่อขบวนการแรงงาน การจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ดำเนินต่อเนื่อง และเข้มข้นมากขึ้น แม้จะประสบกับความยากลำบากมากมายจากปัก จุง-ฮี และชุน ดู-วาน

เมื่อขบวนการแรงงานประชาธิปไตยเกาหลีสไตรค์ครั้งใหญ่ ในปี 2530 มันก็ได้ทำให้ประชาชนเกาหลี และขบวนการแรงงานทั่วโลกตื่นตลึงไปกับคลื่นขบวนคนงานและขบวนการสหภาพแรงงาน ของเกาหลีใต้ ที่มีกว่า 1,060 สหภาพแล้วในยามนั้น ที่สไตรค์ร่วมกัน ช่วยเหลือกัน และสมานฉันท์ระหว่างกัน เป็นการสไตรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของขบวนการแรงงานทั่วโลก การประท้วงและสไตรค์กระจายทั่วทุกย่านอุตสาหกรรมทั้งประเทศ ต่อเนื่องทั้งปี จนทำสถิติสไตรคื 3,458 ครั้งในปีนั้น

ขบวนการแรงงานทั่วโลกพากันกล่าวขานถึงการประท้วงของคนงานเกาหลีใด้ ที่ทั้งสง่างาม สนุกสนาน เข้มแข็ง มีวินัย กล้าหาญ และเปี่ยมพลัง ทั่วโลกรู้จักสหภาพแรงงานเกาหลีมากขึ้น ก็เพราะการประท้วงใหญ่ในปี 2530 นี่เอง

หลังจากนั้น เกาหลีใต้เป็นประเทศที่นักสหภาพแรงงานจากทั่วโลกเดินทางไปเยี่ยมและศึกษา เรียนรู้จากสหภาพแรงงานและขบวนการประชาชน (ประเทศไทยนำร่องโดยคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งได้เป็นหัวหน้าทีมพาตัวแทนคนงานหญิงสองคน และข้าพเจ้าเดินทางไปศึกษาดูงานขบวนการแรงงานเกาหลีสองอาทิตย์ในเดือน สิงหาคม ปี 2535 พวกเราได้เยี่ยมคารวะสุสานของวีรชนเกาหลีตลอดเส้นทางดูงานจากกรุงโซล จนไปถึงเมืองท่าปูซาน)

หนึ่งในหัวใจที่ทำให้มีการเติบโตของสหภาพแรงงานที่เกาหลีใต้อย่างเข้ม แข็งและทรงพลัง คือการเสียสละของแกนนำ ที่จะอยู่แถวหน้าของขบวนและเป็นคนแรกๆ ที่ถูกจับ และจากการสร้างความเข้มแข็งจากฐานมวลชน เป็นการทำงานจัดตั้งอย่างเข้มข้น ที่ใส่ใจในเรื่องการศึกษาหาความรู้ มีการประสานกำลัง (กรรมาชีพ) และองค์ความรู้ (นักศึกษา) เข้าด้วยกันอย่างเหมาะเจาะและให้ความเคารพซึ่งกัน อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญที่เราสัมผัสได้คือการไม่ทอดทิ้งกัน คนที่อยู่นอกคุก ดูแลครอบครัวคนที่ติดคุก คนที่อยู่ ดูแลครอบครัววีรชนที่เสียสละชีวิต

สาส์นชุน เต-อิล ที่บอกว่า ?ถ้าเขามีเพื่อนเป็นนักศึกษาก็คงจะดี มาก เพราะจะได้ช่วยอธิบายกฎหมายแรงงานที่คลุมเคลือให้เขาเข้าใจ และสอนเรื่องเคนิคการเดินขบวนต่างๆ ให้กับคนงาน? ิ สะเทือนใจนักศึกษายิ่งนัก ทำให้นักศึกษาซึ่งเข้มแข็งอยู่แล้วในยามนั้น เพื่อขับไล่เผด็จการและเรียกร้องประชาธิปไตย พากันไหล่หล่ังมาย่านอุตสาหกรรม เพื่อช่วยขบวนการแรงงานด้วย ทั้งช่วยสอนหนังสือ ร่วมในกิจกรรมของสหภาพและคนงาน รวมทั้งเข้าไปสมัครงานเป็นกรรมกรในโรงงานต่างๆ เป็นปี เพื่อช่วยคนงานจัดตั้งสหภาพ ขบวนการสหภาพแรงงานจึงเติบโตขึ้น และในปี 2530 คนงานในอุตสาหกรรมการผลิตที่เกาหลีใต้กว่า 20 % เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน (สมาชิกสหภาพแรงงานในประเทศไทยเมื่อเทียบกับกำลังแรงงานทั้งประเทศมีเพียง 1.3% และมีเพียงประมาณ 3% ของคนงานเอกชนทั้งในภาคอุตสาหกรรม และบริการ)


การประท้วงทั่วประเทศ

ด้วยความยืนหยัดและการต่อสู้อย่างเข้มแข็งทั้งกรรมกร นักศึกษาและองค์กรภาคประชาชน การประท้วงทั้งประเทศในเดือนมิถุนายน 2531 ของประชากรทั้งประเทศร่วมสองล้านคน ใน 34 เมือง และแม้จะมีผู้ถูกจับกุมร่วมสี่พันคน ก็ไม่หยุดประท้วง ทำให้ประธานาธิบดีชุนดู-วาน ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันได้ ต้องประกาศลาออกในเดือนกรกฎาคม 2531


สหภาพแรงงานประชาธิปไตยรวมตัวก่อตั้ง สภาแรงงานประชาธิปไตยเกาหลี (KCTU)

ขบวนการแรงงานก็ร่วมขับเคลื่อนกับขบวนการนักศึกษาและประชาชนจนจัดการกับเผด็จการทหารได้ในที่สุดในปี 2531

หลังจากปี 2530 เป็นต้นมาขบวนการสหภาพแรงงานประชาธิปไตยเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อประสบความสำเร็จในการจัดตั้งสหภาพในทุกกิจการของเครือฮุนได และอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเกหลีใต้

ส่งผลให้ทศวรรษ 2530 เข้มข้นไปด้วยการสไตรค์เพื่อเรียกร้องให้นายจ้างที่กดค่าแรง และสวัสดิการมาอย่างยาวนานภายใต้การคุ้มครองของรัฐบาลทหาร ต้องยอมเจรจากับสหภาพแรงงาน และทำข้อตกลงสภาพการจ้าง ส่งผลให้เกิดการก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัดของค่าแรง คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของชนชั้นกรรมาชีพในเกาหลีใต้

ขณะเดียวกันทุนเกาหลี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น และราคาถูก โดยเฉพาะตัดเย็บเสื้อผ้า สิ่งทอ และรองเท้า ได้เริ่มย้ายและขยายการผลิตของทุนเกาหลีลงมาทางใต้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าก็ย้ายไปไกลที่ลาตินอเมริกา (ไปทะเลาะกับคนงานที่นั่นต่อ)

สหภาพแรงงานประชาธิปไตยหลายร้อยแห่งได้ตัดสินใจรวมตัวกันตั้งสภาแรงงานประชาธิปไตยเกาหลี (Korean Confederation of Trade Unions ? KCTU) ในปี 2538 เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับทุนและรัฐบาลได้อย่างเข้มแข็งขึ้น และภายในไม่กี่ปี KCTU ก็สามารถเบียดสภาแรงงานแห่งชาติเกาหลีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและเป็น ที่ยอมรับของทุนมากกว่า ให้ตกไปอยู่ขอบเวที

แม้ว่าจะมีบางกระแสวิจารณ์ว่า KCTU มุ่งใช้แนวนโยบายการสไตรค์หยุดงาน มากกว่าแนว ?แรงงานสัมพันธ์ดีเด่นเช่นที่สหภาพส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่นและยุโรปก็ตาม แต่เป็นที่ประจักษ์ชัดในทศวรรษ 2540 ว่าได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่ามีพลังและเข้มแข็งมากที่สุดประเทศหนึ่งใน โลก ขบวนการแรงงานเกาหลีใต้ครองใจมหาชนโลก แม้ว่าไม่ใช่จากขบวนการแรงงานญี่ปุ่น และยุโรป แต่จากขบวนการแรงงานแนวสังคมนิยมประชาธิปไตย และมาร์กซิส และขบวนการประชาชนในขั้วโลกใต้ โดยเฉพาะลาตินอเมริกา อาฟริกา และเอเชีย

http://thaienews.blo...-post_9712.html


#15 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 29 January 2011 - 05:54 PM


วันจันทร์, มกราคม 10, 2011

เมื่อไหร่ที่เรามั่นใจว่าเราถูกและคิดว่าผู้อื่นผิดก็เท่ากับว่าเราได้ตัดสินขังความคิดตัวเองไว้ไม่ให้ไปไหน/ /หากไม่มี"เหตุและผล" มาลบล้างได้ว่าความคิดหรือการกระทำเราผิด" ..เราย่อมยึดถือว่าศีลห้านั้นเป็นคุณธรรมที่ต้องยึดถือประกอบกับพรหมวิหารสี่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา......มิใช่ต้องการจะเป็น"หัวหน้าคน" โดยไม่มีคุณธรรมใดใดประกอบ...อย่างนี้ แม้นปฎิวัติประชาชนไป..ก็เป็นเพียงแค่"การเปลี่ยนอำนาจ" เท่านั้น..ผมต่อต้าน"เผด็จการในทุกรูปแบบ" และไม่ยอมให้ผู้ไม่มีความรู้ความสามารถปกครองประเทศ แน่นอน

29 Jan 11, 03:54 AM
อังสุมาริน: น้องนักศึกษาพูดว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับศัตรู แต่หน้าหันไปทางรุป กูไม่รุ้กูป่วย
29 Jan 11, 03:55 AM
woodside_ny: ช่วยสนับสนุนน้องนักศึกษาหน่อยครับ (*) http://www.youtube.c...h?v=WLoydAp-AWk ฝากกระจายข่าวงานเวทีนักศึกษา ที่ลานคนเมืองกทม วันที่28-1-54 เวลา16.00 นเป็นต้นไป ฝาก ด้วยครับ////////// พวกเราต้องช่วยกันขยายแนวร่วมไปยังกลุ่มนักเรียนนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพฯ พวกเขาก็คือลูกหลานของมวลชนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ เราจะต้องเริ่มจากจุดเล็กๆไปหาจุดใหญ่ๆ เช่นการตกงานหลังจากเรียนจบแล้ว (We MUST help recrute students in Bangkok as our allies; they are the sons and daughters of the core population in Bangkok and provinces.) พวกเราต้องช่วยกันพัฒนาผู้นำที่มีอายุน้อยรุ่นใหม่ๆขึ้นมา (We must help develop the new generation of younger leaders.) ทุกอย่างต้องช่วยกันทํากันต่อต้านดีกว่าไม่ทําอะไรเลยครับต้านเผด็จการทกรุปแบบครับวัยหนุ่มสาวคือกําลังสําคัญของมวลชนที่พวกเราจะต้องฝากประเทศไว้ให้กับเขาต้องประสานงานต่อจากพวกเราไป

http://norporchorusa.../cbox/2cbox.htm


#16 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 30 January 2011 - 06:53 AM


วันอาทิตย์, มกราคม 30, 2011

Re: องค์การจัดระเบียบประเทศไทยใหม่ ฟ้าผ่า ให้ความยุติธรรมแก่ปชช.

by Leeds01 on 29 Aug 2010, 01:43

Hong Hans robertamsterdam

ติดตามอ่านบทความของผมที่เคยตีพิมพ์ใน Moscow Times " 3 พันธมาร" ที่ http://bit.ly/bOrl2a

การปกครองประเทศในระบบ ?กงสี? ในประเทศไทย เวเนซูเอล่า อิหร่าน และรัสเซีย ซึ่งกลุ่มอำมาตย์ที่โกงกินเหล่านี้ ได้ปกป้องเครือข่ายกลุ่มตนโดยการแทรกแซงอำนาจรัฐ


Posted Image

ลักษณะอากา...รที่บ่งบอกถึงระบบดังกล่าวได้เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกเช่นกัน สิ่งที่แตกต่างคือลัทธิ ?ต่อต้านอเมริกา? ถึงแทนที่ด้วยลัทธิที่เรียบง่ายกว่านั้น คือการที่ประชาชนไทยถูกครอบงำด้วยลัทธิ ?ต่อต้านความเป็นต่างชาติ?ความเป็นจริง แรงจูงใจในการร่างนโยบายต่างประเทศของประเทศเหล่านี้ คือผลประโยชน์ของกลุ่มตระกูลของตน โดยคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ควบคุมองค์กรระดับสูงในรัฐบาลนอกจากจะมีแนวความคิดในเรื่องผู้นำตลอดกาลร่วมกันแล้ว กลุ่มผู้นำเหล่านี้ยังใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มธุรกิจของตระกูลตนเองโดยเฉพาะธุรกิจด้านการค้าอาวุธและพลังงาน

เปรม ติณสูลานนท์ - มีชัย ฤชุพันธุ์ - ประสงค์ สุ่นศิริ หน้าแหลมฟันดำ กับพวก สรรค์สร้างรัฐธรรมนูญ2550

รัฐธรรมนูญ'50 ประกอบกับ หมาม้าก-เมือก พรรคหมาปชป. รัฐบาลหมาโจร ทหารหมาโจร กระบวนการอยุติธรรมหมา ล้วนเป็นเครื่องมือทรราชย์ ใจดำอำมหิต เหมือนเจ้าของหมา ซึ่งต้องกำจัด

ทรราชย์กลัวประชาธิปไตยกับทักษิณ ของคู่กัน 2 อย่าง

รัฐธรรมนูญ'50 มาตรา 3,8,10,112 เป็นเครื่องมือกดขี่ และทำร้ายประชาชน

ทันทีที่เปรมเป็นผู้สำเร็จราชการ ตามรัฐธรรมนูญ เขาก็สามารถเปลี่ยนผู้สืบทอดอำนาจ จากชายเป็นหญิง ก็ได้

http://rajdumnern.ow...t&sd=a&start=60


#17 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 03 February 2011 - 03:34 PM


2 Feb 11, 07:05 PM
wish: "ธิดา"แจกคู่มือปลุกเสื้อแดงลุกต้านรัฐประหาร "จตุพร"แฉ3จุดทหารซุ่มคุยปฏิวัติ เปิดช่องลี้ภัยเข้ายุโรปได้ http://www.matichon....atid=&subcatid=

"ธิดา"แจกคู่มือปลุกเสื้อแดงลุกต้านรัฐประหาร "จตุพร"แฉ3จุดทหารซุ่มค..ยปฏิวัติ เปิดช่องลี้ภัยเข้ายุโรปได้วันที่ 02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เวลา 20:50:44 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงว่า มีกระแสข่าวจะเกิดการทำรัฐประหาร จึงขอเรียกร้องให้แกนนำในระดับต่างๆ ที่มีอยู่ในกลุ่มนั้นๆ ปฏิบัติการแทนแกนนำเดิมที่ถูกคุมคามจนไม่อาจทำงานได้ โดยจะใช้รูปธรรมในการต่อสู้ให้สอดคล้องความเป็นจริงของแต่ละพื้นที่ บนพื้นฐานไม่ยอมจำนน ใช้สันติวิธีให้มากที่สุดมาต่อต้านรัฐประหาร ไม่เลือกวิธีเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่จะต้องระดมประชาชนออกมาต่อต้านรัฐประหารให้มากที่สุด โดยให้คนเสื้อแดงทุกกลุ่มปฏิบัติตามคู่มือต่อต้านรัฐประหารจากสถาบัน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่แกนนำคนเสื้อแดงมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ คือ 1.ออกมายืนตามถนน ถ้ามีการปราบให้สลายตัวแล้วออกมาใหม่ไม่เป็นเป้านิ่ง เคลื่อนไหวเร็วไม่ต้องมีเวที 2.จอดรถ นำสิ่งของมาทิ้งไว้กลางถนน เพื่อขวางการเคลื่อนกำลัง 3.ปฏิเสธคำสั่งหรือประกาศใดๆ ไม่ให้ความร่วมมือกับทางการและคณะรัฐประหาร 4.แสดงท่าทีเป็นมิตรกับทหาร และชวนทหารมาเป็นพวกให้ได้มากที่สุด 5.ยึดมั่นสันติวิธีทุกอย่าง ยกเว้นการใช้อาวุธ

นางธิดากล่าวต่อว่า 6.สร้างสัญลักษณ์การต่อต้านที่เสื้อหรืออาจผูกผ้าสีดำที่แขนเสื้อหรือสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารเป็นสติ๊กเกอร์หรือธง มีข้อความต่อต้านรัฐประหารทุกที่ ถ้าถูกเอาออกก็มาติดใหม่ 7.บันทึกภาพการปราบปรามประชาชนหรือการเคลื่อนย้ายกำลัง บันทึกภาพ เสียง รักษาต้นฉบับเอาไว้ และแจกจ่ายโดยวิธีการต่างๆ ให้กว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายสังคม เช่น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก 8.ทำจดหมายจากประชาชนเรียกร้องให้ศาลไม่ให้รับรองคณะรัฐประหาร 9.ต่อต้านกลุ่มที่สนับสนุนการทำรัฐประหารทางเศรษฐกิจ โดยจะประจานและประท้วงธุรกิจนั้นๆ และ 10.หยุดงานและมีการชุมนุมประท้วง เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมให้มากที่สุด เพราะเราไม่สามารถเชื่อใจแม่ทัพนายกองที่มีอยู่ในกองทัพปัจจุบันได้

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า สำหรับเซฟเฮาส์ที่นายทหารไปแอบหารือกันเพื่อเตรียมการปฏิวัตินั้น จุดที่ 1 คือเซฟเฮาส์ย่านลาดพร้าว ซึ่งใกล้กับศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว จุดที่ 2 ที่ค่ายทหารม้า จ.เพชรบูรณ์ และล่าสุด จุดที่ 3 เป็นการหารือกันในโรงแรมย่านรัชดาฯ มีชื่อเหมือนแม่น้ำ โดยในวงพูดคุยนั้นระบุว่ากำลังรอเพียงสัญญาณการเคลื่อนกำลังพลเพียงอย่างเดียว ซึ่งการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ออกมาปฏิเสธว่าจะไม่ทำการปฏิวัตินั้น ยกเว้นเอาไว้เพียงแต่ว่ามีคนสั่งให้ปฏิวัติ เพราะกำลัง อาวุธ และน้ำมันนั้นถูกเตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว

"คณะรัฐประหารชุดนี้จะกระโดดข้ามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และรัฐบาลเพื่อมากระทืบคนเสื้อแดงโดยเฉพาะ ฉะนั้น ขอนัดหมายกับคนเสื้อแดงว่า ทันทีที่มีการยึดอำนาจ ขอให้ทุกคนจากทุกที่ไปรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยทันที และเริ่มต้นแตกหัก ซึ่งผมและแกนนำคนอื่นๆ จะเดินทางไปทันที หากไม่ตายหรือถูกจับไปก่อน ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภาบางประเทศในกลุ่มยุโรปที่ได้ติดต่อประสานงานและแนะนำมาว่า หากเกิดการทำรัฐประหารให้ผมและครอบครัวไปลี้ภัยทางการเมืองได้ แต่ผมจะไม่ไป จะขอสู้ตายในประเทศไทย" นายจตุพรกล่าว


#18 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 10 February 2011 - 11:40 AM


9 Feb 11, 07:05 PM
Schei?e บอด: ลือหึ่ง!! "สนธิลิ้ม" เฉดหัวไล่ส่ง "อีดอกปองตองแปด" เป็น ที่ฮือฮาหน้าเวทีมากเมื่อมีคนเอ่ยถามถึง "อัญชะลี ไพรีรักษ์" พิธีกรเหล็กแห่งพันธมิตร ว่าทำไมไม่เห็นขึ้นเวทีเลยตั้งแต่เริ่มชุมนุมใหญ่ผ่านมา และต้อง "ตะลึง" ซ้ำสอง เมือ่ "สนธิ ลิ้มทองกุล" เจ้าของสื่อผุ้จัดการพูดนิ่มๆทิ้งความไว้ถึงเธอว่า "ผมไม่อยากพูดถึงคนๆนี้" แฟนคลับพันธมิตรทั้งงง ทั้งตกใจถามไถ่กันทั้ง้ม็อบว่า เกิดอะไรขึ้น แต่ พอมองย้อนจับไปที่เวปไซด์ เมเนเจอร์ จะเห็นร่องรอยและสัณนิษฐาน "ฟางเส้นสุดท้าย" ของสนธิ กับอัญชะลีคือ "อัญชะลี ไปรับตำแหน่งเลขารัฐมนตรีกระทรวงไอซีที และมีความรักชอบส่วนตัวกับพรรคประชาธิปัตย์" หลัง ข่าวแพร่สะพัดออกไปว่า "เจ๊ปอง" ปันใจไปให้มาร์ครับตำแหน่งการเมืองไม่กล้ามาด่าอภิสิทธิ์ ปรากฏว่า ที่เวปไซด์เมเนเจอร์ สาวกพันธมิตรเข้ามาด่า "อัญชะลี" อย่างสาดเสียเทเสียถึงขั้นชี้หน้าด่าเธอว่า "ทรยศ" ต่อคนเสื้อเหลือง ลำเลิกว่าอัญชะลีเรียกคนไปช่วยรบสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เธอไม่ยอมไปสู้เพราะรับเงินบาปจากอภิสิทธิ์ หลังข่าวนี้แพร่ออกไปยังไม่มีการแถลงข่าวหรือชี้แจงใดๆจากผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้เลย


#19 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 16 June 2011 - 05:15 AM


วันอาทิตย์, มกราคม 30, 2011

Re: องค์การจัดระเบียบประเทศไทยใหม่ ฟ้าผ่า ให้ความยุติธรรมแก่ปชช.

by Leeds01 on 29 Aug 2010, 01:43

Hong Hans robertamsterdam

ติดตามอ่านบทความของผมที่เคยตีพิมพ์ใน Moscow Times " 3 พันธมาร" ที่ http://bit.ly/bOrl2a

การปกครองประเทศในระบบ ?กงสี? ในประเทศไทย เวเนซูเอล่า อิหร่าน และรัสเซีย ซึ่งกลุ่มอำมาตย์ที่โกงกินเหล่านี้ ได้ปกป้องเครือข่ายกลุ่มตนโดยการแทรกแซงอำนาจรัฐ


Posted Image

ลักษณะอากา...รที่บ่งบอกถึงระบบดังกล่าวได้เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกเช่นกัน สิ่งที่แตกต่างคือลัทธิ ?ต่อต้านอเมริกา? ถึงแทนที่ด้วยลัทธิที่เรียบง่ายกว่านั้น คือการที่ประชาชนไทยถูกครอบงำด้วยลัทธิ ?ต่อต้านความเป็นต่างชาติ?ความเป็นจริง แรงจูงใจในการร่างนโยบายต่างประเทศของประเทศเหล่านี้ คือผลประโยชน์ของกลุ่มตระกูลของตน โดยคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ควบคุมองค์กรระดับสูงในรัฐบาลนอกจากจะมีแนวความคิดในเรื่องผู้นำตลอดกาลร่วมกันแล้ว กลุ่มผู้นำเหล่านี้ยังใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มธุรกิจของตระกูลตนเองโดยเฉพาะธุรกิจด้านการค้าอาวุธและพลังงาน

เปรม ติณสูลานนท์ - มีชัย ฤชุพันธุ์ - ประสงค์ สุ่นศิริ หน้าแหลมฟันดำ กับพวก สรรค์สร้างรัฐธรรมนูญ2550

รัฐธรรมนูญ'50 ประกอบกับ หมาม้าก-เมือก พรรคหมาปชป. รัฐบาลหมาโจร ทหารหมาโจร กระบวนการอยุติธรรมหมา ล้วนเป็นเครื่องมือทรราชย์ ใจดำอำมหิต เหมือนเจ้าของหมา ซึ่งต้องกำจัด

ทรราชย์กลัวประชาธิปไตยกับทักษิณ ของคู่กัน 2 อย่าง

รัฐธรรมนูญ'50 มาตรา 3,8,10,112 เป็นเครื่องมือกดขี่ และทำร้ายประชาชน

ทันทีที่เปรมเป็นผู้สำเร็จราชการ ตามรัฐธรรมนูญ เขาก็สามารถเปลี่ยนผู้สืบทอดอำนาจ จากชายเป็นหญิง ก็ได้

http://rajdumnern.ow...t&sd=a&start=60

15 Jun 11, 05:01 PM
สะใภ้: http://www.dailynews...ontentID=145404 ศาลไทยออกหมายจับเพิ่มอีก 1 สายลับเขมร คาดเป็นนายทหารระดับสูงยศพันเอก


#20 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 18 June 2011 - 05:23 AM


วันศุกร์, มิถุนายน 17, 2011
รอยเตอร์:เส้นทางกลับบ้านทักษิณไม่หมูแค่ปูชนะเลือกตั้ง ต้องต่อรองกับศัตรูที่ทรงอำนาจให้จบก่อน


Posted Image

รอยเตอร์แพร่ภาพทักษิณหวดกอล์ฟรอกลับบ้าน


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา REUTERS


สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่บทสัมภาษณ์ และภาพถ่ายล่าสุดของพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในคฤหาสถ์ และสนามกอล์ฟเอมิเรสต์ ฮิลล์ กอล์ฟ คอร์ส ในดูไบ โดยเป็นภาพที่บันทึกไว้เมื่อ 28 พฤษภาคม 2554

ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกโค่นล้มด้วยการรัฐประหารเมื่อปี 2549 สนับสนุนน้องสาวของเขา,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในประเทศไทย 3 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ และคาดการณ์เชิงบวก และเขามีความเป็นไปได้ที่จะได้กลับสู่มาตุภูมิบ้านเกิด

อภิมหาเศรษฐีด้านการสื่อสารโทรคม ซึ่งลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศ เพื่อเลี่ยงการถูกลงโทษจำคุกจากกรณีเซ็นชื่อให้ภริยาซื้อที่ดินจากการประมูลของหน่วยงานรัฐ ขณะเขาดำรงตำแหน่งนายกฯ กล่าวว่า เขาหวังจะได้กลับไทยในเดือนธันาวคม เพื่อร่วมงานแต่งงานลูกสาว

แต่จากการที่รอยเตอร์รับรู้ได้ในขณะสัมภาษณ์นั้น เขาคงต้องเจรจาต่อรองกับบรรดาศัตรูที่ทรงพลังอำนาจ(powerful enemies)ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก(อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม)



Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

*****
เรื่องเกี่ยวเนื่อง


Posted Image

The Economist:Thailand's election Too hot for the generals

Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า at 6/17/2011 03:13:00 หลังเที่ยง

http://thaienews.blo...-post_5838.html


#21 User is offline   ติดขบวน 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 161
  • Joined: 22-May 11

Posted 18 June 2011 - 09:17 AM

ขอบคุณ คุณ ลีดส์ 01 นะครับ ข้อมูลเยอะมาก..แล้วจะรอข่าวสารชิ้นต่อไปนะครับ. ....

#22 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 19 June 2011 - 01:52 AM

ขอบคุณ คุณ ลีดส์ 01 นะครับ ข้อมูลเยอะมาก..แล้วจะรอข่าวสารชิ้นต่อไปนะครับ. ....


ยินดีต้อนรับครับ คุณติดขบวน ขอบคุณที่มาหาอ่านข่าวสารที่นี่ ขอสนองศรัทธาอีกชิ้นหนึ่ง ดังต่อไปนี้ครับ

Quote

18 Jun 11, 12:11 PM
Maverick: วีดีโอ ทหารฆ่าประชาชนและใครสั่ง? สุดยอดทั้งภาพและเสียง



http://norporchorusa.../prohibited.htm

ดูวีดีโอได้เลย ลิ้งเพื่อโหลดวีดีโอก็อยู่ข้างล่างวีดีโอ ด้านล่างโหลดลงแผ่นแจกได้เลยครับโปรแกรมทะลวง HotSpot Shield http://www.4shared.c...ebroot-225.html Interesting report http://norporchorusa.../prohibited.htm ดูวีดีโอได้เลย ลิ้งเพื่อโหลดวีดีโอก็อยู่ข้างล่างวีดีโอ :http://www.4shared.com/video/qMHPq8pa/Apr10_2010.html
18 Jun 11, 12:26 PM
Maverick: ตอนนี้ข่าวได้แพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว ถ้าไม่เชื่อ ความเสื่อมจะมาถึงพวกท่านและครอบครัว! http://www.stoplesem...df0d094b4cfb35b
18 Jun 11, 01:31 PM
Maverick: การเลือกตั้งเป็นแค่เกมสลับฉาก ที่เขามัดมือชก เขาปล่อยให้เลือกตั้ง เพราะเขาเชื่อว่า ยังไงเขาก็ต้องชนะ เพราะการชนะเลือกตั้งมันมีหลายวิธี เขาจะเลือกใช้วิธีไหนก็ได้ทั้งนั้น... ตราบใดที่เรายังยอมรับกฎกติกาของเขา เราก็ต้องเตรียม เอาความผิดหวังจากการเลือกตั้ง มาเป็นแรงผลักดันไปสู่การแก้ปัญหาที่แท้จริง อย่ามัวแต่มุ่งหวังอยู่แค่ในเกมของระบอบราชาธิปไตย ...ต้องเ�



#23 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 06 August 2011 - 07:57 PM


โปรดเกล้าฯ ประธานสภาฯ เข้าเฝ้าแต่งตั้ง"ยิ่งลักษณ์"เป็นนายกฯ 8 สิงหาคมนี้ 17.30 น. ที่ รพ.ศิริราชวันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เวลา 11:27:41 น.

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้รับแจ้งจากสำนักราชเลขาธิการว่า ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประธานสภาฯ เข้าเฝ้า เพื่อรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกฯ ในวันที่ 8 ส.ค. เวลา 17.30 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช

http://www.matichon....1&subcatid=0100


#24 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 04 November 2011 - 11:41 AM


3 Nov 11, 07:29 PM
Marverick: \\..สัญญาณอันตราย...Civil War...หลังน้ำลด..// http://www.internetf...4d5f23e89db4e98
3 Nov 11, 08:28 PM
Marverick: http://chiangraitv.c...DM5/Asia-update ทีวีทันข่าวสารดูกันเลยครับ
3 Nov 11, 09:25 PM
Marverick: 'Smith & Westson': ใครๆก็รักคุณปู ตั้งเเต่ยังไม่เป็นนายกฯ เเล้ว ผมยืนยันว่า คุณปู เป็นคนธรรมดา ที่ทำงานจริงจัง ตลอดเวลา ครับ


3 Nov 11, 09:59 PM
Marverick: กษัตริย์ชั่วทรราชภูมิพลได้สั่งให้ขี้ข้าของมันล้มรัฐบาลเพื่อไทยและพรรคเพื่อไทยให้ได้ภายใน 6 เดือน ด้วยวิธีการสกปรกต่างๆนาๆ รวมถึงการปล่อยน้ำมาทำลายเศรษฐกิจของประเทศและฆ่าประชาชน กษัตริย์ชั่วทรราชภูมิพลกำลังทำสงครามกับประชาชน มันปล่อยน้ำให้มาท่วมประเทศ ทำความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้ประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ พรรคประชาธิปัตย์คือแหล่งซ่องสุมโจรที่โกงบ้ายโกงเมืองขี้ข้าของกษัตริย์ชั่วภูมิพล. ..พรรคประชาธิปัตย์คือศัตรูของประชาชน


#25 User is offline   Leeds01 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,544
  • Joined: 13-January 08

Posted 18 May 2012 - 05:03 PM


17 May 12, 12:07 PM
VictoryHunter: http://www.mediafire...4bc2w5pp6e6csh6 http://www.4shared.c...2012-05-17.html ตอน ความสลับซับซ้อนของสถานะการณ์

Thai E-News ข่าว-บทความ ล่าสุด

ประชาสัมพันธ์กิจกรรม พฤษภาคม 2555 http://thaienews.blo...05/2555_18.html


Posted Image

ปากคำจตุพรก่อนตลก.รธน.มติ7:1'เชื่อได้ว่า' ทำผิดคดีพิลึกกึกกือ ให้พ้นจากการเป็นส.ส. http://thaienews.blo...og-post_18.html

http://www.youtube.c...d&v=1nvmcPOU_pc http://www.youtube.c...d&v=A1JaGpGNk70 http://www.youtube.c...d&v=dVZZpjxv-tk http://www.youtube.c...d&v=4fL6UlO1cjo

คลิปหลักฐาน19พฤษภา53:ทหารเผาชาวบ้านเห็น http://thaienews.blo...12/05/1953.html http://www.youtube.c...d&v=LAT3ibU-pqA http://www.youtube.c...d&v=kmY0nj2Idnc

องค์กร ARTICLE 19 ให้ความคิดเห็นกับศาลไทยในคดีสมยศ พฤกษาเกษมสุข http://thaienews.blo...article-19.html


Posted Image

ผ่านไปสองปี อย่าให้คำนี้เลือนหาย http://thaienews.blo...-post_7455.html

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 17, 2012
ผ่านไปสองปี อย่าให้คำนี้เลือนหาย

17 พฤษภาคม 2555
แชร์มาจากเพจ มั่นใจว่าเสื้อแดงจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับทักษิณเรื่องการปรองดอง


Posted Image

สองปีหลังจากการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนในช่วงเมษายน- พฤษภาคม 2553 วันนี้ผู้สูญเสียและผู้เรียกร้องความเป็นธรรมยังรอคอย "ความยุติธรรม" จากผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะอยู่ในกระบวนการยุติธรรม, รัฐบาล และรัฐสภา

ในฐานะเพื่อนร่วมอุดมการณ์ผู้รักความเป็นธรรม เราต้องไม่ปล่อยให้คำว่า "ความยุติธรรม" ค่อยๆจางลางเลือนหายไปในนามของ "ความปรองดอง"


* * * * * * * * *

Posted by TTT at 5/17/2012 10:21:00 หลังเที่ยง




  • (2 Pages)
  • +
  • 1
  • 2
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic