ชุมชนคนเหมือนกัน : วงการสงฆ์ไทย มีสมองแค่นี้หรือ? - ชุมชนคนเหมือนกัน

Jump to content

Page 1 of 1
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic

วงการสงฆ์ไทย มีสมองแค่นี้หรือ? พระแพลงกิ้ง บอกว่า อาบัติปาราชิก.... Rate Topic: -----

#1 User is offline   TheRapist 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 598
  • Joined: 19-May 11

Posted 19 June 2011 - 07:02 PM

จากข่าวนี้

Posted Image

พบเบาะแส?พระแพลงกิ้งแล้ว ?มือ?กฎหมาย ม?มร.เผยเป็นพระ?จริง ทำแพลง?กิ้งที่กุฏิ?วัด?ในกรุงเทพฯ ชี้โทษ?ถึง?อาบัติ?ปาราชิก เตรียมร้องกองปราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก?เกิด?กระแส?ฮิต?ทำแพลงกิ้ง planking หรือท่า?แกล้ง?ตาย ?ใน?อินเตอร์เน็ต แม้แต่?พระสงฆ์?ก็ยังทำแพลงกิ้ง ท่า?แกล้ง?ตาย?บน?ราว?บันได จน?เป็น?ที่?วิจารณ์?กัน?กระหึ่ม?ถึง?ความ?ไม่? เหมาะสม?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวัน?ที่ 18 มิ.ย. นา?ยส?ง?กานต์ อัจฉริยะ?ทรัพย์ ผู้?ช่วย?อธิการบดี?ฝ่าย?กฎหมาย มหาวิทยาลัย?มหา?ม?กุ?ฏ?ราช?วิทยาลัย (ม?มร.) ประกาศ?ให้?รางวัล 5 พัน?บาท?แก่?ผู้?แจ้ง?เบาะแส?ชาย?แต่ง?กาย?คล้าย? สงฆ์ กำลัง?ทำแพลงกิ้ง ท่าแกล้ง?ตาย?บน?ราว?บันได? นา?ยส?ง?กานต์ กล่าวว่า ได้?มี?ผู้?ที่?อ้าง?ว่า?เป็น?พระสงฆ์ พร้อม?ทั้ง?ให้?ชื่อ?ที่?อยู่?กับ?ตน?ไว้ โทรศัพท์?เข้า?มา?แจ้ง?ว่า?รู้จัก?กับ?คนใน?รูป? ดัง?กล่าว?และ?ยืนยัน?ว่า?คนใน?รูป?เป็น?พระสงฆ์? จริง และ?สถาน?ที่?ที่?ถ่ายรูป?นี้?ก็?คือ?กุฏิ?ภายใน? วัด?แห่ง?หนึ่ง?ใน?กรุงเทพฯ ทั้งนี้?จาก?การ?ตรวจสอบ?ข้อมูล?ใน?เบื้องต้น? พบ?ว่า?มี?ความ?น่า?เชื่อถือ?ได้ ดังนั้น?ใน?วัน?ที่ 22 มิ.ย. ตน?จะ?นำ?เบาะแส?ที่?ได้?รับ?แจ้ง?มา?เข้า?ร้องทุกข์? ต่อ?พนักงาน?สอบสวน?ที่?กอง?ปราบปราม เพื่อ?ขอ?อำนาจ?พนักงาน?สอบสวน?เข้าไป?ดำเนิน? การ?ตรวจสอบ?ใน?วัด?ตาม?ที่?ได้?รับ?แจ้ง?เบาะแส? มา

"ผมจะ?นำ?ข้อมูล?ทั้งหมด?ไป?มอบ?ให้?นาย?นพรัตน์ เบญจ?วัฒนา?นันท์ ผอ.?สำนักงาน?พระ?พุทธศาสนา?แห่งชาติ (พศ.) ด้วย ส่วน?จะ?มี?การ?เข้าไป?ตรวจสอบ?วัด?ตาม?ที่?ได้? รับ?แจ้ง?มา?ใน?วัน?ใด?นั้น?ขึ้น?อยู่?กับ?ทาง? สำนักงาน?พระ?พุทธศาสนาฯ และ?ทาง?เจ้าหน้าที่?ตำรวจ การ?ที่?ผม?เข้า?มา?เป็น?เจ้าภาพ?รับ?แจ้ง?เบาะแส? ใน?เรื่อง?นี้?นั้น เพราะ?เห็น?ว่า?เป็น?การ?กระทำ?ที่?ทำลาย?พระ? พุทธศาสนา จึง?อาสา?เข้า?มา?ทำ?หน้าที่?ประสาน?งาน?ให้" นา?ยส?ง?กานต์

นา?ยส?ง?กานต์ ยังกล่าว?อีกว่า การ?ที่?ต้อง?เข้า?ร้อง?ทุก?ข์ต่อ?กอง?ปราบฯ นั้น เพราะ?การ?กระทำ?ของ?พระรูป?นี้?ถือว่า?เข้า? ข่าย?อวด?อุตริ อ้าง?คุณวิเศษ?ที่?ไม่?มี?ใน?ตัว?ตน เพราะ?จาก?รูป?แสดง?ให้?เห็น?ว่า?ตัว?ลอย?ได้? โดย?เอา?ตัว?ไว้?บน?ราว?บันได ซึ่ง?หาก?เป็น?คน?ธรรมดา?ก็?สามารถ?ทำได้ แต่?ใน?เมื่อ?เป็น?พระสงฆ์ไป?ทำ?ใน?ลักษณะ?ดัง? กล่าว?จึง?ถือว่า?เข้า?ข่าย?อวด?อุตริ และ?ตาม?ที่?ระบุ?ไว้?ใน?หนังสือ?พระวินัยปิฎก ฉบับ?มหา?วิภังค์ พบ?ว่า?มี?โทษ?ถึง?อาบัติ?ปาราชิก ดังนั้น?พระรูป?นี้?จึง?ถือว่า?ขาด?จาก?ความ? เป็น?สงฆ์?นับ?ตั้งแต่?วัน?ที่?โพสต์?รูป?ลง?ใน? อินเตอร์เน็ต ส่ง?ผล?ให้?มี?ความ?ผิด?ฐาน?แต่ง?กาย?เลียนแบบ? พระสงฆ์?ซึ่ง?มี?ความ?ผิด?ทาง?อาญา

"ผมจึง?ต้อง?นำ?เข้า?ร้อง?ทุก?ข์ต่อ?พนักงาน? สอบสวน?กอง?ปราบปราม เพื่อ?ดำเนิน?การ?ตาม?ประมวล?กฎหมาย?อาญา มาตรา 208 ที่?ระบุ?ว่า ผู้?ใด?แต่ง?กาย?ที่?แสดง?ว่า?เป็น?ภิกษุ?ไม่? ว่า?ใน?ศาสนา?ใด?โดย?มิ?ชอบ?เพื่อ?ให้?เชื่อ?ว่า? ตน?เป็น?บุคคล?นั้น จะ?มี?โทษ?จำ?คุก?ไม่?เกิน 1 ปี ปรับ?ไม่?เกิน 2,000 บาท หรือ?ทั้ง?จำ?ทั้ง?ปรับ โดย?เป็น?การ?ปรับ?ข้อเท็จจริง?เข้า?กับ?ข้อ? กฎหมาย เพื่อ?เป็น?การ?ป้อง?ปราม?เพศ?บรรพชิต?ที่?เจตนา? ละเมิด?พระธรรม?วินัย เพื่อ?ไม่?ให้?เป็น?เยี่ยง?อย่าง?ต่อ?ไป" นา?ยส?ง?กานต์ กล่าว





.............................................................................






แล้วไอ้พวกพระที่ขายวัตถุมงคล ขายพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง อวดอ้างสรรพคุณต่างๆนานา เนี่ยมันไม่ผิดเลยเนอะ :bn46:

ตีความอย่างกากแบบไอ้หอกในข่าวนี้ เอาสมองหรือหัวแม่ตีนคิดวะ 555

#2 User is offline   Leverage 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 2,781
  • Joined: 05-January 10

Posted 19 June 2011 - 07:30 PM

เคสนี้เป็น เคสที่ไร้สาระสิ้นดี
ใช่เป็นพระมาทำแบบนี้มันไม่เหมาะสม
แต่มันไม่ถึงขนาดปาราชิก หรือว่าต้องตั้งค่าหัว

แค่ออกข่าวว่าเป็นเรื่องไม่สมควรทำ มันก็พอแล้ว
มหาวิทยาลัยมหามกุฏ นี่หาคนมีปัญญาไม่ได้แล้วหรือ

#3 User is offline   อินทรีย์ 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,858
  • Joined: 02-February 09

Posted 20 June 2011 - 10:54 AM

View PostTheRapist, on 19 June 2011 - 07:02 PM, said:

จากข่าวนี้

Posted Imageพบเบาะแส?พระแพลงกิ้งแล้ว ?มือ?กฎหมาย ม?มร.เผยเป็นพระ?จริง ทำแพลง?กิ้งที่กุฏิ?วัด?ในกรุงเทพฯ ชี้โทษ?ถึง?อาบัติ?ปาราชิก เตรียมร้องกองปราบ

นา?ยส?ง?กานต์ ยังกล่าว?อีกว่า การ?ที่?ต้อง?เข้า?ร้อง?ทุก?ข์ต่อ?กอง?ปราบฯ นั้น เพราะ?การ?กระทำ?ของ?พระรูป?นี้?ถือว่า?เข้า? ข่าย?อวด?อุตริ อ้าง?คุณวิเศษ?ที่?ไม่?มี?ใน?ตัว?ตน เพราะ?จาก?รูป?แสดง?ให้?เห็น?ว่า?ตัว?ลอย?ได้? โดย?เอา?ตัว?ไว้?บน?ราว?บันได ซึ่ง?หาก?เป็น?คน?ธรรมดา?ก็?สามารถ?ทำได้ แต่?ใน?เมื่อ?เป็น?พระสงฆ์ไป?ทำ?ใน?ลักษณะ?ดัง? กล่าว?จึง?ถือว่า?เข้า?ข่าย?อวด?อุตริ และ?ตาม?ที่?ระบุ?ไว้?ใน?หนังสือ?พระวินัยปิฎก ฉบับ?มหา?วิภังค์ พบ?ว่า?มี?โทษ?ถึง?อาบัติ?ปาราชิก ดังนั้น?พระรูป?นี้?จึง?ถือว่า?ขาด?จาก?ความ? เป็น?สงฆ์?นับ?ตั้งแต่?วัน?ที่?โพสต์?รูป?ลง?ใน? อินเตอร์เน็ต ส่ง?ผล?ให้?มี?ความ?ผิด?ฐาน?แต่ง?กาย?เลียนแบบ? พระสงฆ์?ซึ่ง?มี?ความ?ผิด?ทาง?อาญา

จะบ้าไปกันใหญ่ พระแกอวดอุตริให้พ่องดูเรอะ มันไปทำลายศาสนาตรงไหน มันต่างกันตรงไหนกับท่าออกกำลังกาย หรือแม้แต่ท่านั่งขี้ ยืนเยี่ยว

#4 User is offline   คนเหมือนฝุ่น 

  • ศุขเล็กๆ ที่โดนเย็บปาก
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 868
  • Joined: 05-March 10

Posted 20 June 2011 - 11:29 AM

อวดอุตริ ให้เหมือนลอยได้

แก่นแท้คือศึกษาศาสนาให้เกิดปัญญาไ่ม่ใช่รึ
แล้วนี่อะไร

#5 User is offline   อินทรีย์ 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,858
  • Joined: 02-February 09

Posted 20 June 2011 - 02:19 PM

View Postคนเหมือนฝุ่น, on 20 June 2011 - 11:29 AM, said:

อวดอุตริ ให้เหมือนลอยได้

แก่นแท้คือศึกษาศาสนาให้เกิดปัญญาไ่ม่ใช่รึ
แล้วนี่อะไร

ต้องตีความคำว่าอวดอุตรินะครับน้าฝุ่น ไอ้อวดอุตรินะมีความหมายว่าทำอะไรที่ดูอัศจรรย์ที่คนธรรมดาทำไม่ได้ แต่ไอ้ท่านี้ ใครๆก็ทำได้ฮะ

#6 User is offline   Robespierre 

  • Newbie
  • Pip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 14
  • Joined: 29-May 11

Posted 20 June 2011 - 04:08 PM

อย่าคิดมาก แค่นี้เรื่องเล็กครับ ยัยซูซี่ ออก To be number one ทำร้ายสายตาประชาชนยังไม่โดนไล่ออกไปเป็นคนธรรมดาเลยครับ

#7 User is offline   Rechts 

  • ทุเรียนเนื่อแดง
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 7,864
  • Joined: 21-November 08

Posted 20 June 2011 - 05:19 PM

บวชคนให้เป็นพระมันง่ายฉันใด ปลุกเสกพระเครื่องก็ไม่เกินไปกว่าการบวชพระฉันนั้น
แต่ถ้าจะถามเอาสรรพคุณล่ะก็ จะจากพรรษา รึว่าจะจากกรุ บอกอะไรไม่ได้เลย

#8 User is offline   คนเหมือนฝุ่น 

  • ศุขเล็กๆ ที่โดนเย็บปาก
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 868
  • Joined: 05-March 10

Posted 20 June 2011 - 05:54 PM

View Post%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C, on 20 June 2011 - 02:19 PM, said:

ต้องตีความคำว่าอวดอุตรินะครับน้าฝุ่น ไอ้อวดอุตรินะมีความหมายว่าทำอะไรที่ดูอัศจรรย์ที่คนธรรมดาทำไม่ได้ แต่ไอ้ท่านี้ ใครๆก็ทำได้ฮะ


ขออภัย พิมพ์สั้นๆอีกแระ
ผมไมได้ว่าพระแพลงกิ้วอวดอุตริเน้อ

ผมว่าคนตีความว่าแพลงกิ้งอุตรินั่นแหละ อย่างมาก็โลกติเตียนเหมือนซื้อน้ำหอมอาบน้ำหมา
เอาอะไรวินิจฉัยว่าพระแพลงกิ้ง ขาดจากความเป็นพระ

#9 User is offline   อินทรีย์ 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,858
  • Joined: 02-February 09

Posted 20 June 2011 - 06:25 PM

ขอโทษครับ เข้าใจผิด

#10 User is offline   TheRapist 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 598
  • Joined: 19-May 11

Posted 23 June 2011 - 09:41 PM

Quote

น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มองว่า เป็นเรื่องดีที่คนไทยเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส โดยตั้งกลุ่ม พับเพียบไทยแลนด์ ในเฟซบุ๊ค แหวกกระแสแพลงกิ้ง เป็นการรณรงค์ให้เยาวชนรู้จักวัฒนธรรมไทยการนั่งพับเพียบ พร้อมแนะควรทำให้เหมาะสมกับกาลเทศะ และสถานที่ที่ไม่เสี่ยงอันตราย



แต่พอเจอเณรนั่งพับเพียบเข้าไป ไปไม่เป็นเลย :bn22:

Posted Image


Quote

รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงวัฒนธรรมเร่งตรวจสอบเณรรูปหนึ่ง ซึ่งถ่ายภาพของตนเองในท่านั่งพับเพียบ ห่มสบงเหมือนกระโปรง และห่มจีวรเป็นผ้าแถบเกาะอก ทั้งยังแต่งหน้า แล้วถ่ายภาพลงหน้าเพจ พับเพียบไทยแลนด์ ของเว็บไซต์เฟซบุ๊ก

โดย น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นสามเณรจากวัดใด ยังบวชอยู่หรือไม่ แต่จะเร่งตรวจสอบและประสานไปยังเจ้าอาวาสและเจ้าคณะปกครองให้ช่วยกันตักเตือน พร้อมทั้งได้เร่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าไปตรวจสอบแล้ว

นอกจากนี้ น.ส.ลัดดายังกล่าวอีกว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก เช่นเดียวกับกรณีพระสงฆ์ทำท่าแพลงกิ้ง ซึ่งอาจกระทบต่อความศรัทธาของประชาชน และผิดต่อวินัยของสามเณรด้วย

ขณะเดียวกันผู้ที่เข้ามาชมภาพผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊กก็ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมดังกล่าว



ทำไมเมิงไม่บอกว่า เป็นการรณรงค์ให้เยาวชนรู้จักวัฒนธรรมไทยการนั่งพับเพียบ ล่ะฟระ :bn46:



ก็มาสู่ข้อสรุปที่ว่า เจงๆแล้วมันก็แค่เป็นเรื่องรสนิยมที่ขัดหูขัดตาเมิงเท่านั้นอ่ะแหละ มีข้อห้ามพระเณรนั่งพับเพียบหรือวะ ถ้าจะมีกูก็มั่นใจว่าเป็นอาบัติทุกกฎ (คือน่าจะเป็นข้ออาบัติเล็กน้อยเท่านั้น คือสามารถปลงอาบัติได้โดยแค่บอกความผิดตนกับภิกษุรูปอื่นอ่ะนะ)

เมื่อเป็นเช่นนั้น เมิงจะเอากฎหมายไปตรวจสอบเขาทำมาย ไอ้ฟาย

#11 User is offline   TheRapist 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 598
  • Joined: 19-May 11

Posted 23 June 2011 - 10:01 PM

อัพเดทข่าวอีกหน่อยละกัน

Quote

ตามหา! เณรแต๋วพับเพียบ ชาวบ้านแจ้งอยู่ที่แพร่

(23 มิ.ย.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) เปิดเผยความคืบหน้า เกี่ยวกับกรณีรูปภาพสามเณรตุ้งติ้งโพสต์ภาพร่วมรณรงค์ในพับเพียบไทยแลนด์ ล่าสุดทราบเบาะแสแล้วว่าเณรแต๋วดังกล่าวอยู่ที่ไหน

โดย นายสงกานต์ กล่าวว่า ขณะนี้มีพุทธศาสนิกชนทางภาคเหนือบางราย ได้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับ สามเณรที่แต่งหน้า ห่มจีวรแบบเกาะอก สไบเฉียง นั่งพับเพียบ ที่มีภาพนำไปเผยแพร่อย่างแพร่หลายในอินเตอร์เน็ตและเฟชบุ๊ค เบื้องต้นทราบว่าเป็นสามเณรอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ใน จ.แพร่ อายุราว 15-16 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม

นอกจากนี้ตามรายงานยังระบุว่า สามเณรรูปดังกล่าว มาจากครอบครัวที่มีฐานะ ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูอย่างเอาใจ มีพฤติกรรมตุ้งติ้ง ชอบแต่งหน้าแต่งตาไปเรียนหนังสืออยู่เป็นประจำ จนชาวบ้านบริเวณดังกล่าวต่างกันพาเอื้อมระอา ด้านเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ก็ทราบถึงพฤติกรรมนั้นทั้งหมด แต่มีทีท่านิ่งเฉย ไม่สนใจแก้ไข จนกระทั่งมีรูปภาพนั่งพับเพียบดังกล่าว ถูกนำมาเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สั่งการลงพื้นที่ตามเบาะสม เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่แจ้งมา หากเป็นเรื่องจริงคงต้องดำเนินการอย่างไม่มีข้อละเว้น แต่เนื่องจากสามเณรรูปดังกล่าวยังเป็นเยาวชน อาจจะแจ้งให้เจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะผู้ปกครองรับทราบ พร้อมทั้งให้ว่ากล่าวตักเตือนและลงโทษ แต่หากว่ายังเพิกเฉย ผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะพิจารณาตัวเอง ว่าสมควรดำรงอยู่ในตำแหน่งนั้นๆ อยู่หรือไม่





นับว่าเป็นความรื่นเริงบันเทิงใจของเมืองไทยเจงๆ คอยนั่งจับผิดเสื้อผ้าหน้าผมเนื้อตัวกิริยาท่าทางกันอยู่แค่นี้แหละ ไม่คิดว่าจะส่งเสริมอะไรให้ผ่านกะโหลกเข้าเนื้อสมองกันมั่งหรือไงฮัฟ

หรือกลัวว่าคนรุ่นหลังๆจะฉลาดเกิน แล้วจะรู้ว่าห่าเหวอะไรบางอย่างที่พวกเอ็งๆทั้งหลายมุ่งปกป้องรักษาไว้น่ะ กะโหลกกะลาหาสาระไม่ได้ทั้งน้านนนนนนนนนนนนน

ไปแระซ์:bn22:

#12 User is offline   ติดขบวน 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 161
  • Joined: 22-May 11

Posted 23 June 2011 - 10:13 PM

ไอ้เวร 2 ตัวนี้เลียนแบบ..มหา วอแว ฟันธง!!

-ไอ้อ้วนแพลงกลิ้ง - นับถือมหาวอแวมากเลยพยายามเดินตามแนวทาง" คนสมัยก่อนไม่มีเครื่องบินไปมาหาสู่กันได้ไง" พร้อมกับ กระพริบตาซ้ายให้วูดดี้1ที....(ฮา)

-อีเณรตุ๊ดนี้ ชัดเลย....เลียนให้เหมือนที่สุด "ฆ่าเรยาเท่ากับฆ่าคนนะ..ฮะ" ....ตัวเธอว์ 5555+

#13 User is offline   Rechts 

  • ทุเรียนเนื่อแดง
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 7,864
  • Joined: 21-November 08

Posted 23 June 2011 - 10:59 PM

View PostTheRapist, on 23 June 2011 - 10:41 PM, said:

แต่พอเจอเณรนั่งพับเพียบเข้าไป ไปไม่เป็นเลย :bn22:

Posted Image

:bn18: :bn18: :bn18:

:bn45: เปิดมาเห็นรูปนี้เข้า ผมฮาขี้ตาเล็ดเลยฮัฟ (ขอแต๊ปไปละกัน)
ปล.ติ้ต่างว่าชุดที่ใส่อยู่นี้สีแดง รึไม่ก็บานเย็น ผมยังนึกว่าระพีเป็นสปอนเซอร์นะฮ๊าาาว์ฟ :bn46:

#14 User is offline   คนเหมือนฝุ่น 

  • ศุขเล็กๆ ที่โดนเย็บปาก
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 868
  • Joined: 05-March 10

Posted 24 June 2011 - 12:16 PM

จำได้ ห่มจีวรโอบิ แนบเนื้อ แบบนี้ตอนเป็นกระแส
เค้าบอกว่าไม่ผิด ไม่มีการตักเตือนห้ามห่มแบบนี้ด้วย

มีปัญหาที่ "คน" ตีความแ้ล้วล่ะมั้ง

#15 User is offline   อินทรีย์ 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 1,858
  • Joined: 02-February 09

Posted 24 June 2011 - 09:20 PM

สำหรับผมขอแอนตี้่ท่านั่งพับเพียบครับ ไม่ใช่แต่ท่านั่งพับเพียบเท่านั้น ท่านั่งขัดสมาธิหรือขัดตะหมาด ท่านั่งยองๆถ่ายอุจจาระแบบไทยๆก็ด้วย เนื่องจากท่านั่งที่อวดอ้างกันว่าเป็นวัฒนธรรมไทยๆนี้ มันไม่ถูกต้องตามหลักสุขลักษณะที่ดี มันทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหา เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายได้ ทำให้เกิดอาการปวด ชา บริเวณขา เส้นประสาทถูกกดทับทำให้เกิดเหน็บตะคริว นอกจากนี้บริเวณข้อพับเกิดเอ็นอักเสบ ข้อเข่าเสื่อมเร็ว ตัวอย่างพระสงฆ์ไทยจะมีโรคหัวเข่าเสื่อมมากกว่าคนธรรมดา ดังนั้นคนไทยจึงควรเลิกประเพณีหมอบคลาน พับเพียบ ขัดตะหมาด นั่งยองๆถ่ายได้แล้ว

#16 User is offline   TheRapist 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 598
  • Joined: 19-May 11

Posted 25 June 2011 - 10:25 PM

....ดังนั้นคนไทยจึงควรเลิกประเพณีหมอบคลาน. ....ได้แล้ว


เค้าก็อุตส่าห์ประกาศให้เลิกมาตั้งกะร.5แล้ว แต่บางพวกมันก็สมัครใจใส่แอกอยู่นี่ฮัฟ :bn46:



Quote

ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่





ศุภมัศดุ จุลศักราช ๑๒๓๕ กุกุฏสังวัจฉระกะติกะมาศ กฤษณปักษพาระสีดิถี รวิวารปริเฉทกาลกำหนด พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาจุฬาลงกรณ์บดินทรเทพยมหามงกุฎ บุรุศยรัตนราชรวิวงษ วรุตมพงษบริพัต วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิ ราชสังกาศ บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มหัยสวริยพิมาน โดยสฐานอุตราภิมุข พระบรมวงษานุวงษ แลท่านเสนาบดีข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้น้อย ฝ่ายทหาร พลเรือนเฝ้าพร้อมกันโดยลำดับ จึ่งมีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ทรงประกาศ แก่พระบรมวงษานุวงษ แลข้าทูลลอองธุลีพระบาท ผู้ใหญ่ ผู้น้อยให้ทราบทั่วกันว่า ตั้งแต่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติมา ก็ตั้งพระราชหฤไทย ที่จะทำนุบำรุงพระราชอาณาจักร ให้มีความสุขความเจริญแก่พระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งสมณชีพราหมณ์ ประชาราษฎรทั้งปวงทั่วไป การสิ่งไรที่เปนการกดขี่แก่กันให้ได้ความยากลำบากนั้น ทรงพระดำริห์จะไม่ให้มีแก่ชนทั้งหลายในพระราชอาณาจักรต่อไป ด้วยได้ทรงพระราชดำริห์เห็นว่าในมหาประเทศต่าง ๆ ซึ่งเปนมหานครอันใหญ่ ในทิศตวันออกตวันตก ในประเทศอาเซียนี้ ฝ่ายตวันออก คือประเทศจีน ประเทศญวน ประเทศยี่ปุ่น แลฝ่ายตวันตก คือ อินเดีย แลประเทศที่ใช้การกดขี่ให้ผู้น้อยหมอบคลานกราบไว้ต่อเจ้านายแลผู้มีบันดาศักดิที่เหมือนกับธรรมเนียม ในประเทศสยามนั้น บัดนี้ประเทศเหล่านั้นก็ได้เลิก เปลี่ยนธรรมเนียมนั้นหมดทุกประเทศด้วยกันแล้ว การที่เขาได้พร้อมกัน เลิกเปลี่ยนธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้นั้น ก็เพราะเพื่อจะให้เห็นความดีที่จะไม่มีการกดขี่แก่กันในบ้านเมืองนั้นอีกต่อไป ประเทศใด เมืองใด ที่ได้ยกธรรมเนียมที่เปนการกดขี่ซึ่งกันแลกัน ประเทศนั้นเมืองนั้น ก็เห็นว่ามีแต่ความเจริญมาทุก ๆ เมืองโดยมาก ก็ในประเทศสยามนี้ ธรรมเนียมบ้านเมือง ที่เปนการกดขี่แก่กัน อันไม่ต้องด้วยยุติธรรมนั้น ก็ยังมีอยู่อีกหลายอย่าง หลายประการ จะต้องคิดลดหย่อนผ่อนเปลี่ยนเสียบ้าง แต่การที่จะจัดผลัดเปลี่ยนธรรมเนียม จะให้แล้วไปในครั้งเดียวคราวเดียวนั้นไม่ได้ จะต้องค่อยคิดเปลี่ยนแปลงไป ตามเวลาที่ควรแก่กาล ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ บ้านเมืองจึ่งจะได้มีความเจริญสมบูรณยิ่งขึ้นไป แลธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้ในประเทศสยามนี้ เห็นว่าเปนการกดขี่แก่กันแข็งแรงนัก ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่ก็การทำยศ ที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้ ไม่ทรงเห็นว่ามีประโยชน์แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้ให้ยศต่อท่านผู้ที่เปนใหญ่นั้น ก็ต้องทนลำบากอยู่ จนสิ้นวาระของตนแล้วจึ่งจะได้ออกมา พ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่ธรรมเนียมอันนี้แลเห็นว่าเปนต้น แห่งการที่เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง เพราะฉนั้นจึ่งจะต้องละพระราชประเพณีเดิม ที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย ด้วยทรงพระมหากรุณา ที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความสุข ไม่ต้องทนยากลำบากหมอบคลาน เหมือนอย่างแต่ก่อน แลธรรมเนียมที่หมอบคลานนั้น ให้เปลี่ยนอิริยาบถเปนยืนเปนเดิน ธรรมเนียมที่ถวายบังคมแลกราบไหว้นั้น ให้เปลี่ยนอิริยาบถเปนก้มสีสะ ธรรมเนียมที่ยืนที่เดินแลก้มสีสะนี้ใช้ได้เหมือนกับธรรมเนียม ที่หมอบคลานถวายบังคมแลกราบไหว้ บางทีท่านผู้ที่มีบันดาศักดิ์ ซึ่งชอบธรรมเนียมที่หมอบคลานไว้ตามเดิม เห็นว่าดีนั้นจะมีความสงไสยสนเท่ห์ว่า การที่เปลี่ยนธรรมเนียม หมอบคลาน ให้ยืนให้เดินจะเปนการเจริญแก่บ้านเมือง ด้วยเหตุไรก็ให้พึงรู้ว่าการที่เปลี่ยนธรรมเนียมใหม่ เลิกหมอบคลานให้ยืนให้เดินนั้น เพราะจะให้เห็นเปนแน่ว่า จะไม่มีการกดขี่แก่กัน ในการที่ไม่เปนยุติธรรมอีกต่อไป เมืองใดประเทศใดผู้ที่เปนใหญ่ มิได้ทำการกดขี่แก่ผู้น้อย เมืองนั้นประเทศนั้นก็คงมีความเจริญเปนแน่ ตั้งแต่นี้สืบไป พระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งจะเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทในพระที่นั่ง และที่เสด็จออกแห่งหนึ่งแห่งใด จงประพฤติ ตามพระราชบัญญัติที่ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดไว้เปนข้อบัญญัติสำหรับข้าราชการต่อไป จงทุกข้อทุกประการ จึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ท่านเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ สมันตพงษพิสุทธมหาบุรุศย์รัตโนดม ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ตั้งเปนข้อพระราชบัญญัติไว้ สำรับแผ่นดินต่อไปดังนี้



พระราชบัญญัติ์





ข้อ ๑ ว่าพระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือน ผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง เมื่อจะเข้าเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทในพระที่นั่งฤๅที่เสด็จออกแห่งใด ๆ ก็ดี เมื่อเดินเข้าไปถึงน่าพระที่นั่งแล้ว ให้ก้มสีสะถวายคำนับครั้งหนึ่ง แล้วจึ่งเดินไปยืนที่ตำแหน่งของตนเฝ้า เมื่อไปถึงที่ยืนเฝ้าแล้ว ให้ก้มสีสะถวายคำนับอีกครั้งหนึ่ง แล้วยืนให้เรียบร้อยเปนปรกติ ห้ามมิให้เดินไปเดินมา แลยืนหันหน้าหันหลังในเวลาที่เสด็จออก แลมิให้ยืนเอามือไพล่หลังแลท้าวเอว แลเอามือไปท้าวผนังแลเสาฤๅที่ต่าง ๆ แลสูบบุหรี่ หัวเราะ พูดกันเสียงดัง ต่อน่าพระที่นั่ง ให้ยืนให้เรียบร้อยเปนลำดับตามบันดาศักดิ์ผู้ใหญ่ผู้น้อย ถ้ามีกิจราชการที่จะต้องกราบบังคมทูลพระกรุณา แล้วให้เดินออกมาจากที่เฝ้า ยืนตรงน่าพระที่นั่ง ก้มสีสะถวายคำนับแล้วจึ่งกราบบังคมทูลพระกรุณา เมื่อสิ้นข้อความ ที่กราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว ให้ก้มสีสะลงถวายคำนับ จึ่งให้เดินถอยหลังมาที่ยืนเฝ้าอยู่ตามเดิม ถ้าจะถวายหนังสือฤๅสิ่งของ สิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อพระหัถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วให้ถือสองมือ เดินตรงเข้าไป ถึงหน้าพระที่นั่งภอสมควร ก้มสีสะลงถวายคำนับก่อน จึ่งถวายของนั้นต่อพระหัต ถ้าถวายของนั้นเสร็จแล้ว ให้เดินถอยหลัง ถ้าเปนที่ใกล้ให้ถอยหลัง ๓ เก้า ฤๅ ๕ เก้าภอสมควร ถ้าเปนที่ไกล ให้ถอยหลังออกมา ๗ เก้า จึ่งกลับหน้าเดินไปยืนตามที่ ถ้าจะมีพระบรมราชโองการดำรัสด้วยผู้หนึ่งผู้ใดที่ยืนอยู่ในที่เฝ้านั้น ก็ให้ผู้นั้นยืนคงอยู่ตามที่ ก้มสีสะถวายคำนับแล้ว จึ่งรับพระบรมราชโองการ เมื่อรับพระบรมราชโองการ กราบบังคมทูลสิ้นข้อความแล้วก็ให้ก้มสีสะลงถวายคำนับ อนึ่งพระบรมวงษานุวงษแลข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง ที่ได้เข้ามายืนเฝ้า ในเวลาที่เสด็จออกอยู่นั้น ถ้ามีพระบรมราชโองการ โปรดพระราชทานเก้าอี้ให้นั่งจึ่งนั่งได้ ห้ามมิให้นั่งลงกับพื้น แลนั่งบนเก้าอี้ ฤๅนั่งที่แห่งใด ๆ ตามชอบใจ ในเวลาที่เสด็จออกต่อน่าพระที่นั่ง แลผู้ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดให้นั่งเก้าอี้เฝ้าอยู่นั้น นั่งให้เปนปรกติ ห้ามมิให้ยกเท้าขึ้นภับบนเก้าอี้ แลไขว่ห้างเหยียดเท้าตะแคงตัว ทำกิริยาหาความสบายให้เกินกิริยา ที่นั่งเปนปรกติเปนอันขาด เมื่อเวลาเสด็จขึ้นก็ให้ ยืนขึ้นถวายคำนับ ให้พร้อมกัน แต่แขกเมืองประเทศราช เมื่อจะเข้าเฝ้าทูละอองธุลีพระบาท ให้ทำกิริยาคาระวะ ตามเพศบ้านเมืองของตนก่อน เมื่อทรงพระกรุณาโปรดให้ยืน จึ่งยืนได้



ข้อ ๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินออก ประทับอยู่ที่แห่งใด ๆ ก็ดี ข้าราชการแลมหาดเล็กซึ่งเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่ในที่นั้น ถึงเสด็จออกประทับอยู่ช้าหลายชั่วโมง ก็ห้ามมิให้ข้าราชการ แลมหาดเล็กที่ยืนเฝ้าอยู่นั้นนั่งลงในที่แห่งใด ๆ เปนอันขาด เว้นไว้แต่เปนที่กำบัง ลับพระเนตรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึ่งนั่งได้ แลในเวลาที่เสด็จออก ทรงประทับอยู่ ณ ที่แห่งใด ๆ นั้น ข้าราชการแลมหาดเล็ก ยืนเฝ้าอยู่ในที่โดยลำดับแล้ว ผู้ซึ่งจะเข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทภายหลังที่มิได้มีราชการที่จะกราบบังคมทูลพระกรุณา ห้ามมิให้เดินผ่านน่าพระที่นั่ง แลเดินผ่านหน้าข้าราชการที่ยืนเฝ้าอยู่ก่อนนั้น ให้เดินหลีกเลี่ยง เข้ายืนตามตำแหน่งของตนที่ควรจะยืน เว้นไว้แต่ผู้ที่รับพระบรมราชโองการ จึ่งเดินผ่านหน้าเพื่อนข้าราชการไปมาได้



ข้อ ๓ สมเด็จพระจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน ไปทางสถลมารค์ ข้าราชการแลราษฎร ชาย หญิง ที่จะมาคอยดูกระบวน เสด็จพระราชดำเนินก็ดี จะทรงช้าง ทรงม้า ทรงรถ ฤๅจะทรงพระที่นั่ง อย่างหนึ่ง อย่างใดก็ดี เมื่อเวลาเสด็จพระราชดำเนิน มาถึงน่าผู้ที่ยืนคอยดูกระบวนเสด็จพระราชดำเนินอยู่นั้น ให้คนเหล่านั้น ก้มสีสะถวายคำนับจงทุกคน ห้ามมิให้นั่ง มิให้ยืน ดูกระบวนเสด็จพระราชดำเนินบนชานเรือน บนน่าต่างเรือน แลบนที่สูง ที่ไม่ควรจะนั่ง จะยืน ถ้าทรงม้า ทรงรถ ไม่มีกระบวนนำกระบวนตามเสด็จพระราชดำเนิน ผู้ซึ่งอยู่บนเรือนแลบนที่สูงไม่ทันรู้ว่าเสด็จพระราชดำเนิน แต่พอแลเห็นว่าเปนรถพระที่นั่ง ฤๅม้าพระที่นั่งก็ให้ยืนขึ้น ถวายคำนับ ห้ามมิให้นั่ง มิให้หมอบเปนอันขาด แลในเวลาที่เสด็จพระราชดำเนินทรงช้าง ทรงม้า ทรงรถ ฤๅทรงพระที่นั่งอย่างหนึ่งอย่างใด มาในทางสถลมารค์ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดไปบนหลังม้าฤๅไปบนรถ พบปะกระบวนนำเสด็จพระราชดำเนิน ก็ให้หยุดม้า หยุดรถริมทาง ถ้าเสด็จพระราชดำเนินมาถึงตรงหน้าแล้วให้ถอดหมวกก้มสีสะ ถวายคำนับอยู่บนรถบนหลังม้า ไม่ต้องลงจากรถ จากหลังม้า ต่อเสด็จพระราชดำเนินไปสิ้นกระบวนแล้ว จึ่งให้ออกเดินรถ เดินม้าต่อไป ถ้าเสด็จพระราชดำเนิน ทางชลมารค์ข้าราชการแลราษฎร ชาย หญิง ที่อยู่แพ อยู่เรือนริมน้ำ ให้ยืนขึ้นก้มสีสะถวายคำนับจงทุกคน ถ้ามาด้วยเรือพบกระบวน เสด็จพระราชดำเนิน ถ้าเรือเล็กยืนไม่ได้ ก็ให้ถอดหมวกก้มสีสะ ถวายคำนับในเรือไม่ต้องยืน ถ้าเปนเรือใหญ่ควรจะยืนได้ ก็ให้ยืนขึ้นถวายคำนับตามธรรมเนียม



ข้อ ๔ ข้าราชการเมื่อจะเข้าไป ในพระบรมมหาราชวัง แลจะออกจากพระบรมมหาราชวัง ฤๅจะไปกิจธุระแห่งหนึ่งแห่งใดก็ดี ถ้าภบท่านผู้มีบันดาศักดิ์ที่ได้เคยทำคำนับยำเกรงตามธรรมเนียมเก่าฉันใด ก็ให้ทำคำนับยำเกรง อย่างธรรมเนียมใหม่ให้เหมือนกัน ธรรมเนียมที่ยืนเหมือนกับนั่ง เหมือนกับหมอบ ธรรมเนียมที่เปิดหมวกก้มสีสะ เหมือนกับกราบไหว้อย่างแต่ก่อนนั้น ถ้าผู้หญิงจะไปในที่เฝ้าแลภบท่านผู้ใหญ่ไม่ต้องเปิดหมวก เปนแต่ก้มสีสะลงคำนับ เมื่อกระทำคำนับแล้ว หมวกนั้นจะเปิดก็ได้ ไม่เปิดก็ได้ แลผู้คนข้าทาษที่ใช้ การงานอยู่ในบ้านเรือนนั้น ก็อย่าให้ท่านผู้ที่เปนเจ้าเปนนาย บังคับให้ข้าทาษหมอบคลาน ให้บังคับให้ข้าทาษใช้ยืน ใช้เดินตามพระราชบัญญัติ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดให้ตั้งไว้นี้ ให้พระบรมวงษานุวงษข้าราชการฝ่ายทหาร พลเรือนฝ่ายน่าฝ่ายในพระบรมมหาราชวังพระราชวังบวร ให้กระทำตามพระราชบัญญัติ์ ประกาศนี้จงทุกประการ ประกาศมา ณ วันอาทิตย เดือน ๑๒ แรม ๑๒ ค่ำ ปีรกาเบญจศก



ปัจจุบันนี้ เมื่อยังไม่มีกฎหมายมายกเลิกพระบรมราชโองการ ประกาศดังกล่าว การที่คนยังหมอบคลานกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็เท่ากับขัดต่อกฎหมายโดยแท้เลยนะฮัฟ

เรียกว่า ละครสองทุ่มที่หมอบคลานกันอย่างกะหมาที่ฝึกแล้วเนี่ย กำลังทำผิดกฎหมายออกทีวีโดยแท้ :bn22:

Page 1 of 1
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic