ชุมชนคนเหมือนกัน : ความอยุติธรรม - ชุมชนคนเหมือนกัน

Jump to content

Page 1 of 1
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic

ความอยุติธรรม Rate Topic: -----

#1 User is offline   Iamnotslave 

  • Advanced Member
  • PipPipPip
  • Group: เสรีชน
  • Posts: 486
  • Joined: 18-October 08

Posted 24 April 2013 - 08:24 PM

บ้านเลขที่ XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX โทร XXXXXXXXX
๒๕ เมษายน ๒๕๕๖
เรื่อง ขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง และให้ดำเนินการทางกฎหมาย และทางวินัยกับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
กรณีกรมทางหลวงชนบทบุรุกที่ดิน
เรียน พณ ท่าน นายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
คณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.)
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
อ้างถึง ๑.หนังสือXXXXXXXXXXXXX ร้องต่ออธิบดีกรมทางหลวงชลบท ลง ๑๒ ส.ค.๕๒
๒.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องต่อผู้อำนวยการทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี ลง ๑๕ ต.ค.๕๒
๓.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องต่อหัวหน้าจเรตำรวจ ลง ๓๐ พ.ย.๕๒
๔.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึงผู้อำนวยการทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี ลง ๑ ธ.ค.๕๒
๕.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกรมทางหลวงชนบท กับพวก ในความผิดฐานบุกรุก ฯ ลง ๘ ธ.ค.๕๒
๖.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องต่ออธิบดีกรมทางหลวงชลบท ลง ๑๘ ม.ค. ๒๕๕๓
๗.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องต่ออธิบดีกรมทางหลวงชลบท ลง ๒๓ ก.พ.๕๓
๘.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ลง ๑๑ มี.ค.๕๓
๙.หนังสือ XXXXXXXXXXXX ร้องต่ออธิบดีกรมทางหลวงชลบท ลง ๑๓ มี.ค.๕๓
๑๐.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ลง ๒๒ เม.ย.๕๓
๑๑.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลง ๑๑ พ.ค.๕๓
๑๒.หนังสือสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ สฎ ๐๐๑๙.๓/๕๕๙ ถึงผู้กำกับการสถานี ตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี เรื่องขอตรวจสอบรังวัดที่ดินและชี้ยืนยันแนวเขตที่ดิน ลง ๑๓ ม.ค.๕๔
๑๓.หนังสือสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี ที่ สฎ ๐๑๒๙/(ส)๔๘๘ ถึงXXXXXXXXXXXX ลง ๑๔ ม.ค.๕๓ (ข้อเท็จจริง พ.ศ.๒๕๕๔ แต่พิมพ์ผิดเป็น พ.ศ.๒๕๕๓)
๑๔.คำร้องXXXXXXXXXXXX ต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอตรวจสอบรังวัดที่ดิน ๑ ก.พ.๕๔
๑๕.หนังสือสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ด่วนที่สุด ที่ ผผ ๑๑/๓๘๕ ลงวันที่ ๒๙ เม.ย.๕๔
๑๖.หนังสือสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ สฎ ๐๐๑๙.๓/๑๑๕๕๒ ลง ๒๓ ส.ค.๕๔
๑๗.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ขอให้สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีทางกฎหมาย กับ ๑.อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ๒.พนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดกรมทางหลวงชนบททุกคนที่เกี่ยวข้อง ๓.นายทะเบียนที่ดินอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ๔.พนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานที่ดินอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี กรณีทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี บุกรุกที่ดินของXXXXXXXXXXXX ทำและใช้เอกสารราชการปลอม เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ลง ๑๙ ก.ย.๕๔
๑๘.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องต่อ พณ ท่าน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลง ๑ มิ.ย.๕๕
๑๙.หนังสือสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินด่วนที่สุด ที่ ผผ ๑๑/๕๖๘ ลงวันที่ ๑๑ ก.ค.๕๕
๒๐.XXXXXXXXXXXX ฟ้องกรมทางหลวงชนบท ต่อศาลปกครองกลาง ลง ๑๖ ก.ค.๕๕
๒๑.หนังสือXXXXXXXXXXXX ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ลง ๑๖ ก.ค.๕๕
๒๒.หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๐๑.๓/๑๓๒๒ ลงวันที่ ๑๗ ส.ค.๕๕ ลงนามโดยนายXXXXXXXXXXXX รองอธิบดีกรมที่ดิน ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมที่ดิน
๒๓.หนังสือสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ สฎ ๐๐๓๓/๐๖/๑๙๖๙๐ ลง ๑๐ ต.ค.๕๕
๒๔.หนังสือสำนักงานตำรวจภูธรภาค ๘ ที่ ตช ๐๐๒๓.๑๗๓/๕๐๒๔ ลงวันที่ ๑๒ ต.ค.๕๕ ลงนามโดย XXXXXXXXXXXX รองผู้บัญชาการปฏิบัติราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๘
๒๕.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึง ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลง ๑๕ ต.ค.๕๕
๒๖.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึงตุลาการศาลปกครองกลาง (XXXXXXXXXXXX) ชี้แจงข้อเท็จจริง ลง ๒๙ ต.ค.๕๕
๒๗.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึงตุลาการศาลปกครองกลาง (XXXXXXXXXXXX) แจ้งข้อมูลให้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ XXXXXXXXXXXX รอง อธิบดี ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท , XXXXXXXXXXXX กับพวกที่เกี่ยวข้อง ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ลง ๒๙ ต.ค.๕๕
๒๘.หนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ นร ๐๑๐๕.๐๑/๙๑๔๔๗ ลงวันที่ ๓๑ ต.ค.๕๕
ลงนามโดยลายมือชื่ออ่านไม่ออก ระบุ XXXXXXXXXXXX ผู้กระสานงาน
๒๙.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึง ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ แจ้งข้อมูลให้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๘ โดย XXXXXXXXXXXX รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๘ กับพวกเจ้าพนักงานผู้รายงานเท็จ และ กรมที่ดินโดย XXXXXXXXXXXX รองอธิบดีกรมที่ดิน กับพวกเจ้าพนักงานผู้รายงานเท็จ ลง ๕ พ.ย.๕๕
๓๐.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แจ้งข้อมูลให้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๘ โดย XXXXXXXXXXXX รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๘ กับพวกเจ้าพนักงานผู้รายงานเท็จ และ กรมที่ดินโดย XXXXXXXXXXXX รองอธิบดีกรมที่ดิน กับพวกเจ้าพนักงานผู้รายงานเท็จ ลง ๕ พ.ย.๕๕
๓๑.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึงตุลาการศาลปกครองกลาง (XXXXXXXXXXXX) คัดค้านกรมทางหลวงชนบทขอขยายเวลา ลง ๒๖ ธ.ค.๕๕
๓๒.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึงตุลาการศาลปกครองกลาง (XXXXXXXXXXXX) คัดค้านกรมทางหลวงชนบทขอขยายเวลา ลง ๑๑ ม.ค.๕๖
๓๓.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๑๔ มี.ค.๕๖
๓๔.คำให้การ XXXXXXXXXXXX พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปกครองผู้รับมอบอำนาจจากผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองกลาง ลง ๒๐ ก.พ.๕๖
๓๕.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึงตุลาการศาลปกครองกลาง (XXXXXXXXXXXX) คัดค้านการคำให้การ XXXXXXXXXXXX พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปกครองผู้รับมอบอำนาจจากผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองกลาง ลง ๑๔ มี.ค.๕๖
๓๖.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึง เจ้าพนักงาน ที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลง ๑๔ มี.ค.๕๖
๓๗.หนังสือสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ สฎ ๐๐๒๐.๒/๔๗๖๙ ลง ๒๒ มี.ค.๕๖
๓๘.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึง เจ้าพนักงาน ที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลง ๒๗ มี.ค.๕๖
๓๙.หนังสือสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ สฎ ๐๐๒๐.๒/๕๕๙๒ ลง ๑๐ เม.ย.๕๖
๔๐.หนังสือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ สฎ ๐๐๑๗.๓/๑๐๔๘ (ไม่ลงวันที่) เม.ย.๕๖
๔๑.หนังสือXXXXXXXXXXXX ถึง เจ้าพนักงาน ที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลง ๒๕ เม.ย.๕๖

ก่อนอื่น ข้าฯขอสาบานตนต่อพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลายในสากลโลกไม่ว่าศาสนาใด ตลอดจนบรรดาบุคคล หรือ สิ่งใดที่ ข้าฯและผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เคารพนับถือ ไม่ว่าผู้นั้นจะมีหรือไม่มีศาสนาก็ตาม ได้โปรดดลบันดาลให้ผู้ที่กล่าวความจริง และได้กระทำการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยความสุจริต รอบคอบ เป็นธรรม จงประสบแต่ความสุข ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน มีสุขภาพที่ดี คิดอะไรสมปรารถนา ครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญ แต่หากมันผู้ใดกล่าวความเท็จ กระทำการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยความทุจริต ประพฤติมิชอบ ขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ เมื่อรู้แล้วไม่แก้ไขให้ถูกต้อง สร้างความเสียหายให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ขอให้มันผู้นั้นและครอบครัวประสบแต่ความวิบัติ ฉิบหาย ลูกหลานสายโลหิตเกิดมาขอให้พิกลพิการ มีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน ตายแล้วตกนรกหมกไหม้อย่าได้ผุดได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีก เพื่อสนองเวรกรรมของมันผู้นั้นตลอดไป

ตามหนังสือที่อ้างถึง ข้างต้นข้าฯได้ร้องขอความเป็นธรรม และขอให้ดำเนินคดีอาญาและทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องที่ได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย และกระทำผิดทางวินัยที่ได้บัญญัติไว้ตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอนมาโดยตลอด แต่ไม่มีผู้เกี่ยวข้องผู้ใดสนใจดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และระเบียบวินัยข้าราชการพลเรือน กระทั่งตามอ้างถึง ๑๖ สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี แจ้งให้ข้าฯไปดำเนินการเรื่องสอบเขตที่ดิน ซึ่งข้าฯได้ยื่นคำขอเรื่องสอบเขตที่ดินฉบับลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รังวัดตามคำขอเสร็จแล้ว ต่อมาข้าฯได้มีหนังสือขอเอกสาร และร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินการทางวินัยกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามอ้างถึง ๒,๓ ต่อมาสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีหนังสือตอบตามอ้างถึง ๓๗.
ตามหนังสือที่อ้างถึง ๓๗.
๑.วรรคแรก เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งมีพยานหลักฐานยืนยันว่า ผลการรังวัดสอบเขตตามที่ข้าฯได้ยื่นคำขอเรื่องสอบเขตที่ดินฉบับลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยืนยันว่าเนื้อที่ดินเท่าเดิม คือ ๐-๐-๑๕.๗ ไร่ ตรงตามโฉนดที่ดินของข้าฯดังกล่าว ซึ่งวิญญูชนผู้มีสติสัมปชัญญะ โดยเฉพาะข้าราชการสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ย่อมต้องทราบและเข้าใจได้ชัดเจนว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของข้าฯโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ปรากฏว่า XXXXXXXXXXXX (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกต้องหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่พยายามปกปิดข้อเท็จจริง) เจ้าของเรื่อง กลับไม่เข้าใจ จัดทำเอกสารโดยไม่ระบุว่าข้าฯเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดินดังกล่าวตามโฉนด บ่ายเบี่ยงว่าข้าฯต้องสอบถามให้ชัดเจนว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวเป็นของข้าฯหรือไม่
ข้าฯจึงขอสอบถามให้ชัดเจนว่า เนื้อที่ดินจำนวน ๐-๐-๑๕.๗ ไร่ ตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นกรรมสิทธิ์โดยถูกต้องตามกฎหมายของข้าฯหรือไม่ อย่างไร โดยขอท่านโปรดแจ้งข้อกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆที่เกี่ยวข้อง กับที่ดินดังกล่าว ตามอำนาจหน้าที่ของท่าน และขอท่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีผู้เกี่ยวข้อง อย่าได้แสดงความคิดเห็น และกระทำการใดๆอันนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของท่าน ซึ่งหวังว่าท่านกับพวก คงทราบดีว่า ท่านกับพวกมีอำนาจหน้าที่เพียงใด ปรากฏตามอ้างถึง ๓๘.
ซึ่งสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตอบเป็นหนังสือตามอ้างถึง ๓๙. ยืนยันว่า
?สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตรวจสอบหลักฐานทางทะเบียนที่ดินแล้ว พบว่า ปัจจุบันโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื้อที่ ๐-๐-๑๕.๗ ไร่ มีชื่อนางรัชนีกร สุขเกษม เป็นผู้ถือสิทธิ์ในที่ดิน ปรากฏรายละเอียดตามสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ ที่ส่งมาพร้อมนี้ ซึ่งตามมาตรา ๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า
?สิทธิ์ในที่ดิน? หมายความว่า กรรมสิทธิ์และให้หมายความรวมถึงสิทธิครอบครองด้วย
?โฉนดที่ดิน? หมายความว่า หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และให้หมายความรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจาอง และตราจองที่ตราว่า ?ได้ทำประโยชน์แล้ว?
ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชื่อXXXXXXXXXXXX อยู่ในโฉนดที่ดิน จึงถือได้ว่าXXXXXXXXXXXX เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามประมวลกฎหมายที่ดิน
อนึ่ง ที่ดินแปลงนี้มีXXXXXXXXXXXX เคยยื่นคำขอแบ่งขายเพื่อทางหลวงชนบทและสอบเขตโฉนดที่ดิน เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๐ และวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ตามลำดับ ปัจจุบันโฉนด ที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เนื้อที่ ๐-๐-๑๕.๗ ไร่ ยังคงมีชื่อXXXXXXXXXXXX เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยที่ยังไม่มีการแก้ไขชื่อเป็นXXXXXXXXXXXX แต่อย่างใด?

อันเป็นการยืนยันจากเจ้าพนักงานที่ดินว่าจนกระทั่งปัจจุบันนี้ (๑๐ เม.ย.๔๖ ระยะเวลายาวนานจากเหตุเกิดประมาณ ๖ ปี) กรรมสิทธิ์ในที่ดินตาม โฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื้อที่ ๐-๐-๑๕.๗ ไร่ เป็นของ XXXXXXXXXXXX (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น XXXXXXXXXXXX อันจะต้องปรากฏหลักฐานอยู่ที่สำนักงานที่ดินในการยื่นคำขอแบ่งขายเพื่อทางหลวงชนบท) เป็นคนเดียวกับXXXXXXXXXXXXหรือตัวข้าฯ เอง เป็นบุคคลอื่นไปไม่ได้

๒.วรรคสอง ข้อความว่า ?สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามประเด็นที่ได้มีการร้องเรียนพร้อมได้ชี้แจ้งไปยังหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนทราบแล้ว?
ข้าฯจึงประสงค์จะขอทราบว่า
๒.๑ หนังสือที่ข้าฯร้องทุกข์กล่าวโทษปรากฏข้อเท็จจริงว่า
?ประมาณเดือนกันยายน 2554 ข้าฯต้องเดินทาง ไปกลับกว่า 1,300 กิโลเมตร เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย ค่าเสียโอกาส และความเสี่ยงภัย ไปรับทราบผลการรังวัด ซึ่งข้าฯได้รับ หนังสือจากทางหลวงชนบทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ คค ๐๗๑๖/สฏ/๒๖๐๒ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยXXXXXXXXXXXX ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุราษฏร์ธานี แจ้งว่าที่ดินข้าฯอยู่ในแนวเวนคืน โดยแนบเอกสาร ร.ว.๙ จากสำนักงานที่ดินอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี โดยแผนที่ดังกล่าวระบุว่าที่ดินของข้าฯเข้าไปอยู่ในถนนทางหลวงชนบท จำนวนเนื้อที่ ๑๒ ตารางวาเศษ คงเหลืออีก ๒ ตารางวา เศษ ลงชื่อโดยXXXXXXXXXXXX และ XXXXXXXXXXXX เจ้าหน้าทีรังวัดฯ เป็นเอกสารแนบเพียงฉบับเดียว ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงข้าฯจึงได้ติดต่อกับXXXXXXXXXXXX ปรากฏว่า XXXXXXXXXXXX ได้แจ้งให้ข้าฯไปลงลายมือชื่อยอมรับแผนที่เพื่อออกโฉนดใหม่ ข้าฯ จึงได้เดินทางไปที่ สำนักงานที่ดินอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบหลักฐานต่างๆ เมื่อไปถึงได้พบกับXXXXXXXXXXXX ซึ่งพยายามหลอกลวงให้ข้าฯไปลงลายมือชื่อรับรองแผนที่เพื่อออกโฉนดใหม่ ข้าฯขอตรวจสอบหลักฐานก่อน XXXXXXXXXXXX ได้บ่ายเบี่ยง เมื่อข้าฯไปพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน จำชื่อไม่ได้ ก็พยายามโน้มน้าวให้ข้าฯลงลายมือชื่อเพื่อรับรองแผนที่ โดยไม่ให้ข้าฯดูเอกสารที่เกี่ยวข้อง ข้าฯจึงได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และได้กลับไปพบXXXXXXXXXXXX หัวหน้าฝ่ายรังวัด แจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบ เพื่อขอดูเอกสารที่เกี่ยวข้องและร้องเรียนให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้กระทำผิด XXXXXXXXXXXXให้ข้าฯดูเอกสาร ซึ่งผู้เกี่ยวข้อง และXXXXXXXXXXXXในฐานะหัวหน้าฝ่ายรังได้ลงลายมือชื่อรับรองไว้ว่า ผลการรังวัดที่ดินตามโฉนดที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของข้าฯนั้น ถูกต้องตามแผนที่ที่ปรากฏในโฉนดที่ดิน และตรงกับแผนที่ระวางที่ดินรวมที่อยู่ที่สำนักงานที่ดินอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ยืนยันว่ามีเนื้อที่ดินครบจำนวน ๑๕ ตารางวาเศษ ขณะที่ข้าฯและสามีกำลังให้ข้อมูลอยู่กับXXXXXXXXXXXX XXXXXXXXXXXX ได้ใช้กล้องบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของข้าฯไว้ พร้อมกับข่มขู่ข้าฯและสามีว่า จะเล่นงานข้าฯและสามีต่อหน้าXXXXXXXXXXXX อันเป็นพฤติการณ์ที่ผิดกฎหมายและวินัยของข้าราชการอย่างร้ายแรง โดยที่XXXXXXXXXXXX มิได้ห้ามปรามแต่อย่างใด และXXXXXXXXXXXX ได้ออกจากสำนักงานไปโดยไม่ได้กลับมาอีกในวันดังกล่าว ข้าฯได้รออยู่จนกระทั่งXXXXXXXXXXXX เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี กลับมาและข้าฯได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้XXXXXXXXXXXXทราบ แต่ก็มิได้มีการดำเนินการใดๆ เพียงแต่ให้ข้าฯไปเขียนคำร้องให้ทบทวนการรังวัดดังกล่าว ข้าฯจึงไม่อาจไว้วางใจXXXXXXXXXXXX ให้ดำเนินการใดๆ ได้อีกต่อไป?
เป็นคำร้องทุกข์กล่าวโทษตามระเบียบและกฎหมายว่าด้วยระเบียบวินัยข้าราชการพลเรือน และ ระเบียบกฎหมายว่าด้วยระเบียบวินัยเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่
๒.๒ ระเบียบและกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยบัญญัติให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน กรณีที่เจ้าพนักงานที่ดินอันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐได้กระทำผิดวินัย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการแล้วหรือไม่
๒.๒.๑ หากดำเนินการแล้ว ขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง
๒.๒.๒ หากยังไม่ดำเนินการ ขอทราบว่าเหตุใดจึงไม่ดำเนินการ
๒.๓ ตามข้อ ๒.๒.๑ หากดำเนินการแล้ว พฤติการณ์ของ XXXXXXXXXXXX , XXXXXXXXXXXX , XXXXXXXXXXXX และ XXXXXXXXXXXX ดังกล่าวเป็นความผิดทางวินัยหรือไม่
๒.๓.๑ หากเป็นความผิดทางวินัย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการลงโทษอย่างไร
๒.๓.๒ หากพฤติการณ์ดังกล่าวไม่เป็นความผิดวินัย ขอเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีโปรดยืนยันเป็นหนังสือ เพื่อจะได้เป็นมาตรฐานสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการต่อไป
๒.๔ ขอเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีโปรดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามข้อ ๒.๒,๒.๓ และ ๒.๔ ทุกฉบับให้ข้าฯเพื่อพิจารณาว่าผู้ใดกระทำความผิดอาญา และ/หรือ ความผิดทางวินัย ข้าราชการพลเรือน หรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
๓.วรรคสอง ข้อความว่า ?ผลจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่าที่ดินของท่านถูกเวนคืนคลาดเคลื่อน โดยในขั้นตอนรังวัดแบ่งขายกรมทางหลวง เจ้าหน้าที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำชี้เขตน้อยกว่าเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน และพื้นที่ที่ต้องใช้ในการก่อสร้างจริง กรมทางหลวงชนบทจึงได้หาวิธีเยียวยาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของที่ดินโดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเป็น ๒ วิธีคือ วิธีแรก ประสานสำนักงานที่ดินดำเนินการรังวัดเพื่อเวนคืนที่ดินใหม่ ส่วนวิธีที่สอง แจ้งให้เจ้าของที่ดินยื่นคำร้องขอให้เจ้าหน้าที่จัดซื้อที่ดินส่วนที่เหลือทั้งหมด ตามหลักเกณฑ์แห่งประราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๐ มาตรา ๒๐ สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากการขี้แนวเขตเวนคืนคลาดเคลื่อน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่มีพฤติกรรมไปในทางทุจริตแต่อย่างใด?
๓.๑ ขอทราบว่า เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีอาศัยอำนาจตามระเบียบและกฎหมายใดในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนเป็นที่ยุติว่าที่ดินของข้าฯถูกเวนคืนคลาดเคลื่อน โดยในขั้นตอนรังวัดแบ่งขายกรมทางหลวง เจ้าหน้าที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำชี้เขตน้อยกว่าเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน และพื้นที่ที่ต้องใช้ในการก่อสร้างจริง
อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวก มีเพียงดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน อันปรากฏตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเจ้าพนักงานที่ดิน ออกให้ข้าฯ ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิ์อันเป็นเอกสารราชการ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกจึงมีอำนาจหน้าที่เพียงพิสูจน์ว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ ในชั้นนี้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกตรวจสอบแล้วว่า หลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเจ้าพนักงานที่ดิน ออกให้ข้าฯจริง อีกทั้งผลการรังวัดสอบเขตตามที่ข้าฯได้ยื่นคำขอเรื่องสอบเขตที่ดินฉบับลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยืนยันว่าเนื้อที่ดินเท่าเดิม คือ ๐-๐-๑๕.๗ ไร่ ตรงตามโฉนดที่ดินของข้าฯดังกล่าว เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกจึงมีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องยืนยันกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของข้าฯโดยชอบด้วยกฎหมาย เท่านั้น แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกได้บังอาจแสดงความคิดเห็น และดำเนินการก้าวล่วงไปยังหน่วยงานอื่นนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยปราศจากจรรยาบรรณ และหลักเกณฑ์ตามที่ระเบียบ กฎหมายได้บัญญัติไว้ ด้วยการระบุข้อความว่า
๓.๒ ?โดยในขั้นตอนรังวัดแบ่งขายกรมทางหลวง เจ้าหน้าที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำชี้เขตน้อยกว่าเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน และพื้นที่ที่ต้องใช้ในการก่อสร้างจริงโดยในขั้นตอนรังวัดแบ่งขายกรมทางหลวง เจ้าหน้าที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำชี้เขตน้อยกว่าเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน และพื้นที่ที่ต้องใช้ในการก่อสร้างจริงโดยในขั้นตอนรังวัดแบ่งขายกรมทางหลวง เจ้าหน้าที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำชี้เขตน้อยกว่าเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน และพื้นที่ที่ต้องใช้ในการก่อสร้างจริง?
ข้าฯขอทราบว่าเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีอาศัยอำนาจตามระเบียบ กฎหมาย และพยานหลักฐานใดในการยืนยันว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าว เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น มิใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอยู่ต่างหน่วยงานราชการระดับกรม ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกขาดจากกัน การเวนคืนที่ดินของกรมทางหลวงชนบทนั้น มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกแต่อย่างใด พฤติการณ์ของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายหลายบท ต่างกรรมต่างวาระ
๓.๓ ข้อความว่า ?กรมทางหลวงชนบทจึงได้หาวิธีเยียวยาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของที่ดินโดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเป็น ๒ วิธีคือ วิธีแรก ประสานสำนักงานที่ดินดำเนินการรังวัดเพื่อเวนคืนที่ดินใหม่ ส่วนวิธีที่สอง แจ้งให้เจ้าของที่ดินยื่นคำร้องขอให้เจ้าหน้าที่จัดซื้อที่ดินส่วนที่เหลือทั้งหมด ตามหลักเกณฑ์แห่งประราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๐ มาตรา ๒๐?
ข้าฯมีทั้งข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่า หนังสือสำนักงานทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี ที่ คค 0716/สฎ/3217 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 และหนังสือที่ คค 0716/สฎ/3218 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 ลงนามโดยXXXXXXXXXXXX ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี ถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี แจ้งว่าตรวจสอบพบที่ดินของข้าฯ รังวัดและชี้แนวเขตคลาดเคลื่อนฯ ขอให้สำนักงานที่ดินฯ ทำการรังวัดใหม่ โดยมอบหมายให้XXXXXXXXXXXX เป็นผู้ติดต่อประสานและจ่ายค่าธรรมเนียม แต่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ปฏิเสธหนังสือดังกล่าว ยืนยันว่ากรมทางหลวงชนบทไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี อันเป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินของข้าฯ จะต้องให้ข้าฯไปยื่นรังวัดสอบเขต ซึ่งข้าฯก็ได้ดำเนินการแล้วผลปรากฏตามข้อ ๑.วรรคแรก เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งมีพยานหลักฐานยืนยันว่า ผลการรังวัดสอบเขตตามที่ข้าฯได้ยื่นคำขอเรื่องสอบเขตที่ดินฉบับลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๔๐ หน้าสำรวจ ๑๒๐๔๗ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยืนยันว่าเนื้อที่ดินเท่าเดิม คือ ๐-๐-๑๕.๗ ไร่ ตรงตามโฉนดที่ดินของข้าฯดังกล่าว ทั้งนี้ สำนักงานทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี รวมถึงกรมทางหลวงชนบทได้ปกปิดข้อเท็จจริงไม่ส่งหนังสือจากสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีในประเด็นดังกล่าวให้กับข้าฯ
อย่างไรก็ตามเอกสารหนังสือสำนักงานทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี ที่ คค 0716/สฎ/3217 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 และหนังสือที่ คค 0716/สฎ/3218 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2552 ลงนามโดยXXXXXXXXXXXX ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี และหนังสือตอบจากสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี อันเป็นเอกสารราชการ ก็อยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี อันเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกสามารถตรวจสอบได้ แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกหาได้ดำเนินการไม่
ข้าฯขอทราบว่าเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีอาศัยอำนาจตามระเบียบ กฎหมาย และพยานหลักฐานใดในการยืนยันว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าว เนื่องจากกรมทางหลวงชนบทนั้น มิใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอยู่ต่างหน่วยงานราชการระดับกรม ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกขาดจากกัน การที่กรมทางหลวงชนบทจะดำเนินการอย่างไรในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของกรมทางหลวงชนบท มิใช่เรื่องของกรมที่ดิน และสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกไปเกี่ยวข้องอะไร
โดยเฉพาะข้อความว่า ?สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พิจารราจากข้อเท็จจริงและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากการขี้แนวเขตเวนคืนคลาดเคลื่อน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่มีพฤติกรรมไปในทางทุจริตแต่อย่างใด?
ข้าฯขอทราบว่าเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีอาศัยอำนาจตามระเบียบ กฎหมาย และพยานหลักฐานใดในการยืนยันว่า ?เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากการขี้แนวเขตเวนคืนคลาดเคลื่อน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่มีพฤติกรรมไปในทางทุจริตแต่อย่างใด? ทั้งที่กรมทางหลวงชนบท และสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น มิใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอยู่ต่างหน่วยงานราชการระดับกรม การกระทำของเจ้าหน้าที่(กรมทางหลวงชนบท)ที่เกี่ยวข้องจะทุจริตหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีต้องวินิจฉัย อีกทั้ง ตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบวินัยข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุจนกระทั่งปัจจุบัน ก็มิได้บัญญัติให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกเข้าไปมีอำนาจหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน พิจารณา วินิจฉัย ใช้ดุลพินิจใดๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท อีกทั้งการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญานั้น ไม่จำเป็นต้องมีเจตนาทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็เข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายแล้ว กรณีนี้แม้ว่ากรมทางหลวงชนบทจะไม่ได้มีเจตนาทุจริต หรือประพฤติมิชอบมาแต่แรกก็ตาม เมื่อกรมทางหลวงชนบทได้ทราบเรื่องแล้วไม่แก้ไขให้ถูกต้องก็เข้าองค์ประกอบความฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ แล้ว เรื่องกฎหมายนี้ หากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่มีความรู้ความเข้าใจ ก็ขออย่าได้แสดงความคิดเห็น หรือหากมีความอยากที่จะแสดงความคิดเห็นก็ขอได้โปรดปรึกษาหารือกับนิติกรที่มีความรู้ทางกฎหมาย หรือถ้าจะให้ชัดเจนควรปรึกษาพนักงานอัยการ โดยทำเป็นหนังสือราชการ จะได้ปัดความรับผิดชอบได้เมื่อเกิดความผิดขึ้น แต่ที่สำคัญเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็นใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความคิดเห็นเป็นหนังสือราชการนั้น จะผูกพันตัวเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวก ไปตลอดอายุความทางกฎหมาย และตลอดชีวิตตามระเบียบวินัยข้าราชการ
กระทั่งต่อมาตามหนังสือที่อ้างถึง ๔๐. โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ยังมิได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เช่นเดียวกับ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี กับพวก ทั้งที่มีข้อความประทับไว้ที่หนังสือราชการว่า ?ดำรงธรรมนำไทยใสสะอาด?
ข้าฯสลดใจที่ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้กระทำการหรือไม่กระทำการใด อันมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้เป็นระเบียบและกฎหมาย แต่ได้บังอาจการทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่จากที่บัญญัติไว้เป็นระเบียบและกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือข้าราชการที่กระทำความผิด รังแกประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้ได้รับความเดือดร้อนมานานถึง ๖ ปีแล้ว ไม่แก้ไขให้ถูกต้อง
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ ข้าราชการผู้ลงนามในหนังสือของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มีทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ ความรู้ความสามารถ รับราชการมาจนกระทั่งได้รับตำแหน่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และมีความเจริญในภาคใต้ของประเทศนั้น เหตุใดจึงลงลายมือชื่อในเอกสารราชการ โดยมิได้พิจารณาถึงอำนาจหน้าที่ที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีมี
กรณีหนังสือฉบับที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีลงลายมือชื่อนี้ ข้าฯได้ตรวจสอบทราบว่า มีXXXXXXXXXXXX (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกต้องหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่พยายามปกปิดข้อเท็จจริง) เป็นเจ้าของเรื่อง เมื่อสามีข้าฯได้ใช้โทรศัพท์หมายเลข XXXXXXXXXXXX ของข้าฯ ไปยังหมายเลข XXXXXXXXXXXXของXXXXXXXXXXXXสอบถามข้อเท็จจริง ต่อหน้าข้าฯโดยเปิดเสียงให้ข้าฯได้ยินด้วย ก็ได้รับการยืนยันจากนายธีรพงศ์ฯว่าเอกสารตามอ้างถึง ๓.) นั้น XXXXXXXXXXXX เป็นผู้รับผิดชอบ
ข้าฯจึงขอทราบว่า
๑.XXXXXXXXXXXX มีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร
๒.XXXXXXXXXXXX เป็นเจ้าพนักงานผู้มีความรู้ทางกฎหมาย และ ระเบียบวินัยที่เกี่ยวข้องหรือไม่
๓.XXXXXXXXXXXX เป็นเจ้าพนักงานผู้ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่ข้าฯร้องทุกข์กล่าวหาให้ดำเนินการทางวินัยกับ XXXXXXXXXXXX, XXXXXXXXXXXX, XXXXXXXXXXXX , XXXXXXXXXXXX หรือไม่ อย่างไร
๔.หากXXXXXXXXXXXX มิได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการในเรื่องนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของXXXXXXXXXXXX ย่อมมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าวย่อมมิชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน
๕.หากXXXXXXXXXXXX ได้รับคำสั่งให้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนความผิดทางวินัย ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้แจ้งชัดว่าผู้ได้รับคำสั่งให้สืบสวนสอบสวนความผิดทางวินัยข้าราชการนั้น มีอำนาจหน้าที่เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อนายธีรพงศ์ฯ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ย่อมเป็นความผิดเช่นเดียวกัน ตัวเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและลงลายมือชื่อในเอกสารที่มิชอบ โดยมิได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ให้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงนั้น อาจเข้าข่ายเป็นความผิดด้วยเช่นเดียวกัน แต่ข้าฯเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีมิได้มีเจตนากระทำความผิดดังกล่าว จึงขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือผู้ได้รับคำสั่งมอบหมายจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีดำเนินการสืบสวนสอบสวนพฤติการณ์และการกระทำของ XXXXXXXXXXXX , XXXXXXXXXXXX , XXXXXXXXXXXX , XXXXXXXXXXXX และ XXXXXXXXXXXX ตามที่ระเบียบและกฎหมายได้บัญญัติไว้ให้ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือ
เรื่องนี้มีข้าฯเป็นผู้เสียหาย ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ทั้งที่ข้าฯได้แจ้งข้อเท็จจริงแห่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมพยานหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ และข้าฯได้แจ้งชื่อนามสกุลจริง สถานที่ติดต่อ รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีตามระเบียบและกฎหมาย ว่าด้วยวินัยข้าราชการพลเรือน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีต้องปฏิบัติตามด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้น ที่สำคัญคือ ต้องสอบสวนปากคำผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และรวบรวมพยานหลักฐานที่ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษอ้างถึงเพื่อประกอบข้อเท็จจริง แล้วพิจารณาไปตามอำนาจหน้าที่? แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีมิได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กระทั่งบัดนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลานานมากแล้ว ยังไม่มีการสอบสวนปากคำข้าฯแม้แต่ครั้งเดียว
การสอบสวนปากคำผู้ร้องนั้น เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีและผู้ได้รับมอบหมาย มีอำนาจหน้าที่ เช่นเดียวกับพนักงานสอบสวน และหากข้าฯให้การหรือแจ้งข้อความอันเป็นเท็จโดยทุจริต ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
การที่ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวบัญญัติให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีอำนาจหน้าที่ เช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนก็เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีและผู้ได้รับมอบหมายจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดที่จะสามารถพิสูจน์ความผิด หรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา การที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีอ้างคำให้การหรือข้อความใดๆ ลอยๆ หรือคำอ้างเพื่อให้ตนพ้นผิดของผู้ถูกกล่าวหานั้น เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งความผิดนี้ไม่จำเป็นต้องมีเจตนาทุจริตก็เข้าองค์ประกอบความผิดแล้ว
การสอบสวนปากคำข้าฯ มีนัยทางกฎหมายสรุปได้ว่า
๑.เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงแห่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจากตัวข้าฯซึ่งเป็นผู้ร้อง เพื่อยืนยันว่าไม่มีผู้ใดกลั่นแกล้งรังแกข้าราชการของรัฐ
๒.เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รวบรวมพยานหลักฐานตามที่ข้าฯซึ่งเป็นผู้ร้อง แล้วพบว่ามีพยานหลักฐานคลาดเคลื่อนจากคำให้การของข้าฯในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีและผู้ได้รับมอบหมาย จะได้แจ้งข้อเท็จจริงพร้อมพยานหลักฐานที่ถูกต้องให้ข้าฯซึ่งเป็นผู้ร้องทราบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่ความ

สรุปความได้ว่า เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวก ไม่ได้กระทำการตามอำนาจหน้าที่ที่ควรทำ กรณีข้าฯร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าพนักงานของสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎรธานี กระทำผิดวินัย แต่ ได้บังอาจกระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่ที่ไม่ควรทำ กรณีเกี่ยวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท จึงขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพวกได้โปรดตั้งสติพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายและระเบียบวินัยได้บัญญัติไว้ โดยเคร่งครัด

ข้าฯขอย้ำว่า การดำเนินการใดๆในเรื่องนี้จะเสร็จสิ้นไม่ได้ หากมิได้ทำการสอบสวนปากคำข้าฯ และรวบรวมพยานหลักฐานตามที่ข้าฯกล่าวอ้าง เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธ์ของผู้ถูกร้อง การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายและระเบียบวินัยได้บัญญัติไว้ ย่อมเป็นความผิดทั้งทางอาญา และทางวินัย ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ความผิดทางอาญา อาจมีอายุความถึง ๑๕ ปี และความผิดทางวินัย ไม่มีอายุความ ข้าฯและครอบครัวข้าฯจะต่อสู้คดีและนำผู้กระทำความผิดทางอาญาและทางวินัยในเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
คดีนี้ผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องที่ช่วยเหลือผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็น
๑.ผู้บังคับบัญชาของกรมทางหลวงชนบท รวมพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
๒.ผู้บังคับบัญชาของกรมที่ดิน รวมพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
๓.ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
๔.ผู้บังคับบัญชาสำนักงานอัยการสูงสุด รวมพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
๕.ผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
๖.คณะกรรมการ ป.ป.ช.รวมพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
๗.ตุลาการศาลปกครองกลาง
ได้อ้างมาตลอดระเวลายาวนานเกือบ ๖ ปี แล้ว ว่าเกิดจากความบกพร่องในการรังวัดของเจ้าพนักงานทางหลวงชนบท แต่ไม่เคยมีหลักฐานใดๆแสดงพิสูจน์ยืนยันข้อเท็จจริงตามข้ออ้างนั้น เป็นการกล่าวอ้างเพียงลอยๆเพื่อให้ตนพ้นผิด และ/หรือ เพื่อช่วยเหลือผูกระทำความผิดให้ไม่ต้องรับโทษ

ข้าฯขอยืนยันให้
๑.พณ ท่าน นายกรัฐมนตรี
๒.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
๓.คณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.)
๔.ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ด้วยตนเองหรือผู้ได้รับมอบหมายจากท่านผู้ซึ่งเป็นข้าราชการนอกสังกัดกรมที่ดิน, กรมทางหลวงชนบทในฐานะเจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยข้าราชการพลเรือน , ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทำการสอบสวนปากคำข้าฯในฐานะผู้เสียหายอันเป็นผู้กล่าวหาในคดี แล้วรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาทุกคน โดยแสดงพยานหลักฐานตามที่ข้าฯอ้าง ประกอบพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้ข้าฯได้ทราบตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ เพื่อข้าฯจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ประกอบพยานหลักฐานต่างๆในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา และของตัวข้าฯเอง เพื่อดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมในสังคมต่อไป

ความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ นั้น มีอายุความ ๑๕ ปี ซึ่งข้าฯขอย้ำว่าการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น ไม่ต้องมีเจตนาพิเศษ หรือเจตนาทุจริต ก็เข้าองค์ประกอบความผิดแล้ว ข้าฯขอยืนยันว่าข้าฯจะร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะดำรงตำแหน่งหน้าที่ เมื่อผู้นั้นได้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่แล้วมีผู้อื่นมาดำรงตำแหน่งแทน ข้าราชการผู้มีอำนาจหน้าที่ทุกคนที่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะมีความผิดติดตัวไปตลอดอายุความ ๑๕ ปี และข้าฯจะมอบหมายภารกิจนี้ให้กับลูกหลานข้าฯต่อไปจนกว่าครอบครัว วงศ์ตระกูลข้าฯจะได้รับความเป็นธรรม

เรื่องนี้ไม่ว่าจะเกิดจากความบกพร่องในการรังวัด หรือการบกพร่องในการเขียนแบบแปลน การเจตนาหรือไม่เจตนาบุกรุก ข้าฯและครอบครัวก็ได้รับความเสียหายเดือดร้อน เสียค่าใช้จ่าย เสียโอกาสในการประกอบอาชีพ มีความเสี่ยงภัย มายาวนานกว่า ๖ ปี แต่ไม่มีข้าราชการผู้ใดช่วยเหลือดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับข้าฯและครอบครัวซึ่งเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยมีใครติดต่อสอบถาม แสดงเจตนาในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเสียหาย ดังกล่าว มีแต่ใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย บังคับขู่เข็ญด้วยการเรียกเงินคืนบ้าง นำเงินไปวางทรัพย์โดยไม่มีอำนาจแล้วบังคับให้ข้าฯไปรับเงินบ้าง ทำหนังสือราชการเท็จ/ปลอม ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดมาโดยตลอด กระทั่งศาลปกครองซึ่งสามารถวินิจฉัยเรื่องนี้โดยพิจารณาได้จากพยานหลักฐานโฉนดที่ดิน อันแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินของข้าฯ ก็หน่วงเหนี่ยวเรื่องราวไว้จนกระทั่งบัดนี้นาน ๙ เดือนแล้ว ข้าฯก็ไม่รู้ว่าจะมีศาลปกครองไว้เพื่ออะไร ที่ดินตามกรรมสิทธิ์ของข้าฯเพียง ๑๕ ตารางวา ที่ถูกกรมทางหลวงชนบทบุกรุกเกิดความเสียหาย เมื่อเทียบกับการทุจริตคอรัปชั่นในวงราชการแล้ว มีมูลค่าเพียงน้อยนิด :bn48:ูเหมือนข้าราชการที่เกี่ยวข้องพร้อมใจกันมีความซื่อสัตย์กตัญญูต่อแผ่นดิน ปกป้องผลประโยชน์ต่อแผ่นดินกันสุดความสามารถ กระทำต่อข้าฯและครอบครัวประหนึ่งข้าฯและครอบครัวเป็นผู้ทุจริตคดโกงแผ่นดิน ทั้งที่ข้าฯและครอบครัวเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในขณะที่ข้าราชการกรมที่ดิน , ข้าราชการกรมทางหลวงชนบท , ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ทุจริตคดโกง การก่อสร้างของทางราชการเป็นเงินมากมายมหาศาล หรือเป็นเพราะว่า ข้าฯไม่ยอมร่วมกับข้าราชการทุจริตคดโกงเงินของแผ่นดินแล้วมาแบ่งปันกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง จึงได้กลั่นแกล้งรังแกข้าฯและครอบครัวซึ่งเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างนี้

สุดท้ายนี้ ข้าฯขอยืนยันคำสาบานตนต่อพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลายในสากลโลกไม่ว่าศาสนาใด ตลอดจนบรรดาบุคคล หรือ สิ่งใดที่ ข้าฯและผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เคารพนับถือ ไม่ว่าผู้นั้นจะมีหรือไม่มีศาสนาก็ตาม ได้โปรดดลบันดาลให้ผู้ที่กล่าวความจริง และได้กระทำการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยความสุจริต รอบคอบ เป็นธรรม จงประสบแต่ความสุข ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน มีสุขภาพที่ดี คิดอะไรสมปรารถนา ครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญ แต่หากมันผู้ใดกล่าวความเท็จ กระทำการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยความทุจริต ประพฤติมิชอบ ขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ เมื่อรู้แล้วไม่แก้ไขให้ถูกต้อง สร้างความเสียหายให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ขอให้มันผู้นั้นและครอบครัวประสบแต่ความวิบัติ ฉิบหาย ลูกหลานสายโลหิตเกิดมาขอให้พิกลพิการ มีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน ตายแล้วตกนรกหมกไหม้อย่าได้ผุดได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีก เพื่อสนองเวรกรรมของมันผู้นั้นตลอดไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
XXXXXXXXXXXX
(XXXXXXXXXXXX)
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ XXXXXXXXXXXX

Page 1 of 1
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic